“โฆษกรบ.” แจงตัดโลโก้พรรคเป็นไอเดีย กกต.ไม่ใช่บิ๊กตู่ ชี้อย่าดูถูกปชช.จะจำอะไรไม่ได้
“โฆษกรัฐบาล” ปัด “บิ๊กตู่” ชงตัดโลโก้พรรคในบัตรเลือกตั้ง โบ้ยเป็นไอเดีย กกต. กลัวยุ่งยาก ส่งไป ตปท.
วันนี้ (10 ธ.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. ที่โรงแรมรามากาเด้นส์ วิภาวดี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงกรณีมีข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอตัดโลโก้และชื่อพรรคในบัตรเลือกตั้ง ว่ายืนยันว่านายกฯไม่ได้เป็นผู้เสนอ แต่มีตัวแทน 1 -2 พรรคการเมือง สอบถาม กกต.ว่าควรมีชื่อและโลโก้พรรคในบัตรเลือกตั้งหรือไม่ ทางเลขาธิการ กกต.ได้ชี้แจงแนวทางที่กำหนดไว้เบื้องต้นว่า 1.กรณีเลือกตั้งล่วงหน้าในต่างประเทศ ซึ่งเบอร์ผู้สมัครในแต่ละเขตเลือกตั้งไม่เหมือนกัน การจะมีทั้งชื่อและโลโก้พรรคจะเกิดความสับสน และต้องส่งบัตรเลือกตั้งทั้ง 350 แบบไปตามแต่ละประเทศ แต่หากใช้เบอร์อย่างเดียว ผู้ใช้สิทธิ์สามารถสอบถามมายังคนใกล้ชิดและคนในครอบครัวว่าผู้สมัครแต่ละคนใช้เบอร์อะไร และ 2.เรื่องดังกล่าวยังเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นของ กกต. ซึ่งเมื่อมีการสอบถามเรื่องนี้ในที่ประชุมวันที่ 7 ธันวาคม นายกฯ เพียงแต่ระบุว่าถ้าจะเลือกใครทุกคนก็ต้องจำให้ได้ ยืนยันรัฐบาลและนายกฯ ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของ กกต. อย่างไรก็ตาม กกต.จะได้นำเรื่องดังกล่าวไปพิจารณาอีกครั้ง
นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ส่วนที่มีการมองว่าเป็นการเอื้อให้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นั้น ยืนยันไม่ได้เอื้อให้พรรคใดทั้งสิ้น เพราะเมื่อเข้าคูหาประชาชนคงมีการไตร่ตรองมาแล้ว เชื่อในวิจารณญาณและการตัดสินใจของประชาชน อย่าคิดแทนและดูถูกประชาชนว่าจะจำรายละเอียดอะไรไม่ได้ ประชาชนจะใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจเลือกตั้ง โดยจะออกไปใช้สิทธิ์ด้วยความภาคภูมิใจ ไม่คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นปัญหา ส่วนที่มีข้อเสนอให้แก้ไขมาตรา 48 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ให้พรรคการเมืองกลับมาใช้เบอร์เดียวทุกเขตเลือกตั้งนั้น รัฐบาลไม่ก้าวก่ายการทำงาน กกต. แต่หากในอนาคตไม่สามารถดำเนินการส่วนนี้ได้ตามปกติก็เป็นเรื่องหนึ่ง ตอนนี้ปล่อยให้ กกต.ทำหน้าที่
นายพุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 11 ธันวาคมที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลบังคับใช้นั้น ได้มีการแนะนำพรรคการเมืองไปแล้วว่าในการดำเนินการเรื่องต่างๆ ให้ระมัดระวัง ส่วนเรื่องการปลดล็อกเป็นเรื่องของ คสช. ที่จะมีการประชุมในเวลาอันใกล้นี้ เชื่อว่าทันก่อนปีใหม่แน่นอน