กสทช. เร่งเคลียร์ทางกดปุ่ม 5G มือถือไร้แววลงทุน-ไม่ทันปี”63
30 ธ.ค. 2561 | 21:04น.
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กสทช.พร้อมผลักดันให้เกิดบริการ 5G ในไทยให้ได้ภายในปี 2563 ตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ แต่การขับเคลื่อนที่สำคัญที่จะทำให้เกิด 5G ได้ คือ ภาคเอกชน ฉะนั้น หน้าที่ของ กสทช.คือ การอำนวยความสะดวก
ในทุกด้านเพื่อรองรับการลงทุน และขจัดปัญหาอุปสรรค ตั้งแต่การจัดสรรคลื่นย่าน 26 GHz และ 28 GHz ให้กับโอเปอเรเตอร์ที่ต้องการทดลองทดสอบบริการ 5G ซึ่งขณะนี้ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ได้เริ่มทดสอบระบบ 5G ร่วมกับบริษัท โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส (ประเทศไทย) จำกัด ที่ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม ตั้งแต่ 22 พ.ย.-15 ธ.ค. 2561 ส่วน บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ทดสอบ 5G ร่วมกับบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด ตั้งแต่ 14 ธ.ค. 2561-31 ม.ค. 2562 ที่ทรู แบรนดิ้ง ช้อป ไอคอนสยาม
เดินหน้า “เซ็ตซีโร่” ดัน 5G
ทั้งยังมีอุปสรรคเรื่องภาระทางการเงินของค่ายมือถือทั้ง 3 ราย ทั้งในส่วนเงินประมูลคลื่นความถี่ก่อนหน้านี้ รวมถึงราคาตั้งต้นประมูลคลื่นที่หลายฝ่ายระบุว่า แพงเกินไป ในปี 2562 จึงมีนโยบายที่จะ “เซตซีโร่” วงการโทรคมนาคมทั้งหมด ด้วยการทบทวนมูลค่าคลื่นใหม่ เพื่อให้สะท้อนความต้องการที่แท้จริง การทบทวนเงื่อนไขและระยะเวลาการจ่ายเงินค่าประมูลคลื่นที่ประมูลไปแล้วก่อนนี้ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการลงทุนของเอกชน รวมถึงการจัดการประมูลแบบหลายย่านคลื่นพร้อมกัน (multiband) อาทิ ย่าน 700 MHz คู่กับย่าน 2600 MHz และจะมีการแบ่งรูปแบบใบอนุญาตออกเป็น ใบอนุญาตแบบให้บริการทั่วประเทศ และใบอนุญาตที่ครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ที่กำหนด
รวมถึงการกำหนดเวลาในการยุติการให้บริการระบบ 2G ที่จะทำให้ค่ายมือถือที่ปัจจุบันต้องกันคลื่นบางส่วนไว้ให้บริการนั้น สามารถนำคลื่นในส่วนดังกล่าวไปให้บริการ 5G ได้ ซึ่งจะทำให้เกิดการใช้งานคลื่นอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นประโยชน์กับทั้งผู้ใช้บริการและเศรษฐกิจของประเทศ โดยฝั่งโอเปอรเตอร์ได้ทำหนังสือหารือว่า ควรจะกำหนดให้ประเทศไทยยุติบริการ 2G ในวันที่ 31 ต.ค. 2562
ที่สำคัญ คือ ได้มีการเตรียมแผนจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อรองรับบริการ 5G ซึ่งต้องใช้งานคลื่นขั้นต่ำ 100 MHz สำหรับการให้บริการของโอเปอเรเตอร์แต่ละราย โดยปัจจุบันมีคลื่นที่ กสทช.พร้อมจะจัดสรรได้ คือ คลื่นย่าน 26-28 GHz จำนวน 3000 MHz ย่าน 340 MHz จำนวน 120 MHz ย่าน 1800 MHz จำนวน 35 MHz ย่าน 700 MHz จำนวน 45 MHz แล้วยังมีคลื่น 2600 MHz ที่สามารถเรียกคืนได้อีก 140 MHz
นอกจากนี้ยังเตรียมวางกรอบการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันเพื่อลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อนของโอเปอเรเตอร์แต่ละรายภาระการเงิน ทะลุ 2 แสนล้าน
“ในปี 2562-2564 ทั้ง 3 ค่ายมือถือมีภาระทางการเงินที่ต้องจ่ายให้ กสทช. ทั้งเงินค่าประมูลคลื่นอีก 2 แสนกว่าล้านบาท แล้วยังมีบรรดาค่าปรับที่เป็นคดีพิพาทกันในศาล รวม ๆ มูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท รวมแล้วกว่า 3 แสนล้านที่ต้องจ่าย แล้วแบบนี้ 5G จะเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อจะต้องให้ 5G เกิดขึ้นให้ได้ การเซตซีโร่จึงสำคัญ เพราะ 5G จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเอกชนที่จะตัดสินใจลงทุน รัฐเป็นแค่ผู้สนับสนุน กสทช.เป็นแค่คนเชียร์ คนช่วยผลักดัน ”
แล้วยังมีการตั้งศูนย์ทดสอบ 5G โดยร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อใช้พื้นที่สยามสแควร์ สามย่าน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นพื้นที่ทดลองทดสอบบริการที่เกี่ยวข้องกับ 5G ทั้ง IOT big data ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ ระบบสาธารณสุขทางไกล (telehealth) เป็นเวลา 2 ปี โดยใช้เงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนาของ กสทช. ราว 40-50 ล้านบาท พร้อมเปิดให้โอเปอเรเตอร์และบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์-เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้าร่วมทดสอบได้
ดีอีพร้อมเปิดทดสอบ ม.ค. 62
นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โครงการพัฒนาสนามทดสอบ 5G (5G testbed) สมบูรณ์แบบที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ทยอยเริ่มดำเนินการได้ม.ค. 2562 หลักการของโครงการนี้ คือ เปิดให้ทุกคนที่สนใจเข้ามาพัฒนา
ร่วมกัน โดยกระทรวงดีอีจะอำนวยความสะดวกให้ ตั้งแต่ประสานกับเจ้าของพื้นที่ การทำเอกสารรับรองในการนำเข้าอุปกรณ์ เพื่อการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการประสานกับ กสทช. เพื่อขอใช้คลื่น 3.5 GHz และ 26 GHz
เอกชนลงทุนโครงข่ายเอง
แต่การติดตั้งอุปกรณ์ รวมถึงการบำรุงรักษาต่าง ๆ แต่ละบริษัทผู้ผลิตจะต้องประเมินการลงทุนเอง กระทรวงไม่ได้เข้าไปสนับสนุนงบประมาณในส่วนนี้ แต่จากที่พาผู้ผลิตอุปกรณ์โครงข่าย ทั้งอีริคสัน โนเกีย หัวเว่ยก็พร้อมลงทุน ซึ่งก็ถือเป็นโอกาสที่แต่ละผู้ผลิตจะโชว์ศักยภาพอุปกรณ์ตัวเอง
“โครงการนี้ไม่ได้ต้องการให้ผู้บริโภคใช้ แต่ต้องการให้มีการทดสอบเทคโนโลยีต่าง ๆ เพราะปัจจุบันมาตรฐานเทคโนโลยี 5G ก็ยังไม่ได้ประกาศเป็นทางการจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) เป็นการเตรียมพร้อมไว้ก่อน และยังมีแนวคิดจะขยายพื้นที่ทดลองทดสอบไปในส่วนอื่น ๆ อาทิ โรงพยาบาล หรือสถานที่ราชการใกล้เคียงด้วย ในกรณีที่ต้องการทดสอบโซลูชั่นเฉพาะ”
ค่ายมือถือแค่ชิงซีน-เวนเดอร์อ่วม
ด้านแหล่งข่าวในวงการผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมเปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บรรดาผู้ผลิตอุปกรณ์แต่ละรายที่เดิมสนใจจะเข้าร่วมโครงการทดสอบ 5G ที่ภาครัฐจัดขึ้น อยู่ระหว่างการทบทวนตัวเลขการลงทุน เนื่องจากเดิมมีแต่ฝั่ง กสทช.ที่จะเปิดทดสอบในพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ล่าสุดกระทรวงดีอีจะเปิดศูนย์ทดสอบที่ศรีราชาเพิ่มด้วย ทำให้ต้องแยกการลงทุนเป็น 2 พื้นที่
“ปัญหาของผู้ผลิตอุปกรณ์ตอนนี้ คือ เมื่อไม่ใช่การให้บริการเชิงพาณิชย์ โควตาการนำเข้าอุปกรณ์มีจำกัด แต่พื้นที่ที่ภาครัฐต้องการเปิดทดสอบก็มี 2 พื้นที่ แต่ละพื้นที่ต้องการให้มีขนาดกว้างมาก ซึ่งก็เป็นคำถามว่าจำเป็นแค่ไหน และจะนำเทคโนโลยีใดมาใช้งานบ้าง เท่าที่ประเมินเบื้องต้น แต่ละรายต้องลงทุน 60-70 ล้านบาท สำหรับการสร้างโครงข่ายทดสอบบนพื้นที่ 100-200 ตร.ม. ฉะนั้น ถ้า กสทช.และดีอีต้องการจะให้ครอบคลุมทั้งจุฬาฯ และศรีราชา ต้องลงเงินมหาศาล ค่ายมือถือก็ไม่ได้สนใจจะลงทุนด้วยสเกลใหญ่ขนาดนั้น ภาครัฐควรตกลงกันให้ชัดเจน แล้วเลือกเพียง 1 พื้นที่”
ทั้งจากการประเมินสถานการณ์ยังพบว่า 3 ค่ายมือถือยังไม่มีแผนจะลงทุนโครงข่าย 5G สำหรับการให้บริการเชิงพาณิชย์ เพราะแต่ละรายยังมีภาระทางการเงินจากการประมูลคลื่นและลงทุน 4G ที่เห็นมีการเปิดทดสอบ 5G ของ 2 ค่ายใหญ่ เป็นเพียงการช่วงชิงภาพลักษณ์ทางการตลาดในฐานะเป็นผู้ริเริ่มให้บริการ 5G เท่านั้น
ทรูยังประเมินลงทุน 5G
นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทรูได้มีการทดสอบเทคโนโลยี 5G บนคลื่นความถี่ในย่าน 28 GHz แล้ว ตั้งแต่ 14 ธ.ค. 2561 ในงาน “True 5G Digital Thailand, The 1st Showcase Powered by TrueMove H” ที่ทรู แบรนดิ้ง ช็อป ไอคอนสยาม แต่สำหรับแผนการลงทุน 5G ขณะนี้ตอบได้ยาก เพราะหากราคาประมูลคลื่นสูง และไม่มีการขยายงวดผ่อนชำระค่าคลื่นเดิม ทรูคงไม่มีปัญญาลงทุน
“5G ต้องใช้คลื่นขั้นต่ำที่ 100 MHz ด้วยราคาประมูลคลื่นแค่ 10 MHz ครั้งก่อน เท่ากับว่าจะต้องใช้เงินกว่า 7 แสนล้านบาท ยังไม่รวมเงินลงทุนโครงข่าย ถ้าทรูเข้าไปประมูลได้คลื่นมาคงต้องปิดบริษัท แต่ก็อยากให้ 5G เกิด เพราะคนไทยพร้อมรับเทคโนโลยี และ 5G จะเข้ามาเปลี่ยนประเทศได้ แต่ถ้าต้นทุนคลื่นสูง 5G ก็ไปได้ยาก”
ส่วนการลงทุน 5G เมื่อใดถึงจะเหมาะสม เป็นเรื่องที่ตอบได้ยาก เพราะภาคอุตสาหกรรม คือ ผู้ใช้ 5G ที่สำคัญ และตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าแต่ละอุตสาหกรรมพร้อมจะนำไปใช้แค่ไหน รวมถึงความพร้อมในปี 2563 ด้วย คาดว่าปลายปี 2562 น่าจะมีปัจจัยที่จะชี้ความพร้อมของตลาดได้ดีขึ้น เช่น มีอุปกรณ์ดีไวซ์ที่พร้อมรองรับในจำนวนที่มากพอ
“การลงทุน 5G หากเร็วเกินไป เทคโนโลยีอาจจะแพง หรือลงทุนช้าไปก็ตกขบวน ซึ่งในต่างประเทศแม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศมาตรฐาน 5G แต่ในประเทศจีน รัฐบาลให้คลื่นความถี่ฟรี ซึ่งทำให้โอเปอเรเตอร์เดินหน้าลงทุน 5G เพราะคุ้มค่ากับการลงทุน ส่วนวงเงินลงทุน 5G ของกลุ่มทรู ตอนนี้ยังไม่กล้าคิด ยังไม่มีปัญญา เพราะยังมีหนี้ค่าคลื่นมหาศาลกับ กสทช.อยู่”
ดีแทคย้ำ 5G เจาะลูกค้าธุรกิจ
ด้านนางอเล็กซานเดอร์ ไรซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า โครงข่ายของดีแทคปัจจุบันใช้เทคโนโลยี massive MIMO พร้อมรองรับ 5G อยู่แล้ว ขณะที่ 5G ไม่ใช่เทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคทั่วไป แต่จะเข้ามาดิสรัปต์อุตสาหกรรมต่าง ๆ มากกว่า 3G/4G จึงต้องมีการทดสอบในรูปแบบที่ตอบโจทย์กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมได้ ซึ่งกำลังมองหากรณีศึกษาที่เหมาะสม อาจจะเป็นด้านการเกษตรอัจฉริยะ และสมาร์ทซิตี้ โดยในปี 2562 จะเป็นปีแห่งการเรียนรู้ว่าจะนำ 5G ไปใช้งานในลักษณะใด โดยมีภาคธุรกิจเป็นลูกค้าหลัก ในลักษณะ B2B2C (ธุรกิจสู่ธุรกิจสู่ผู้บริโภค)
ส่วนการลงทุน 5G จำเป็นต้องใช้เงินทุนมหาศาล ซึ่งปัจจุบันค่าคลื่นยังแพงมาก จึงหวังว่าภาครัฐจะเห็นปัญหาเหล่านี้ รวมถึงการหาแนวทางแชร์ใช้อินฟราสตรักเจอร์ร่วมกัน
“น่าจะเห็นการลงทุน 5G เป็นเรื่องเป็นราวในปี 2564 ไปแล้วมากกว่า เพราะขณะนี้แม้แต่โอเปอเรเตอร์ทั่วโลกก็ยังไม่มีคำตอบว่าจะทำอย่างไรกับ 5G และต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก”
ส่วนการลงทุนในปี 2562 ของดีแทค ในภาพรวมทั้งหมดจะอยู่ที่ราว 14,000-18,000 ล้านบาท