ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 2-4 มกราคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดในวันจันทร์ (24/12) ที่ระดับ 32.39/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (28/12) ที่ระดับ 32.54/56 บาท/ดอลลาร์ โดยตลอดสัปดาห์ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าต่อเนื่อง ตามการอ่อนค่าลงของดอลลาร์สหรัฐ จากความกังวลต่อเนื่องของนักลงทุนในประเด็นความไม่แน่นอนทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และประเด็นภาวะชัตดาวน์หรือการปิดหน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ โดยประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ภาวะชัตดาวน์จะดำเนินต่อเนื่องไปจนกว่ารัฐสภาจะยอมอนุมัติคำของบประมาณสนับสนุนการสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก อย่างไรก็ดี เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัว ทำให้มีแรงเข้าซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในวันพฤหัสบดี (3/1) ค่าเงินดอลลาร์ลดแรงบวกลง หลังสหรัฐเผยตัวเลขภาคการผลิตที่ซบเซา ส่งผลให้ตลาดวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส ระบุว่า เฟดควรยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จนกว่าเฟดจะมีภาพที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเขากล่าวว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา, ควมอ่อนแอของภาคอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ย และภาวะการตึงตัวในตลาดการเงิน เป็นปัจจัยที่ทำให้เฟดควรระงับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อีกทั้ง แนะนำให้เฟดชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย อย่างน้อยในช่วง 2-3 เดือนแรกของปีนี้ ทั้งนี้ เฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีที่แล้ว และส่งสัญญาณปรับขึ้นอีก 2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งตลาดการเงินไม่คาดว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดย CME Group ระบุว่าจากการใช้เครื่องมือ FedWatch วิเคราะห์์ภาวะการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ พบว่ามีคาดการณ์ว่า มีโอกาสไม่ถึง 10% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ในช่วงเช้าวันศุกร์ (4/1) ตามเวลาประเทศไทย สภาล่างของสหรัฐมีมติผ่านร่างงบประมาณที่จะเข้ามาหยุดภาวะ Shutdown โดยเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ของบประมาณสำหรับก่อสร้างกำแพงชายแดนมูลค่า 5 แสนล้านเหรียญ สำหรับปัจจัยในประเทศ มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน ธ.ค. 61 อยู่ที่ 101.73 ขยายตัว 0.36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ละลง 0.65% จากเดือน พ.ย. 61 ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) อยู่ที่ 102.30 ขยายตัว 0.68% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัว 0.01% เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.00-32.42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 6 เดือนที่ 32.01 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ในวันศุกร์ (4/1) ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.03/04 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ดี ตลาดจับตาการพบปะกันระหว่างนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด รวมทั้ง 2 อดีตประธานเฟด ซึ่งได้แก่ นางเจเน็ต เยลเลน และนายเบน เบอร์นันเกะ ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ อีกทั้ง ตัวลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันนี้ โดยผลการสำรวจระบุว่า กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 180,0000 ตำแหน่งในเดือน ธ.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 3.7% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 49 ปี
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่ายูโรนั้น เปิดตลาดในวันพุธ (2/1) ที่ระดับ 1.1452/54 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/12) ที่ระดับ 1.1450/52 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทั้งนี้ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าลงของค่าเงินดอลลาร์ ขณะที่ มาร์กิตเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของยูโรโซนอยู่ที่ 51.4 ในเดือน ธ.ค. ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า แต่ในช่วงท้ายของสัปดาห์ค่าเงินยูโรได้รับแรงกดดันหลังมีรายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตประจำเดือนธันวาคมของยูโรโซนร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปีที่ระดับ 51.4 เท่ากับที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ นอกจากนั้นมีการรายงานตัวเลขดัชนีผู้จัดกรฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของเยอรมนีและฝรั่งเศส ประจำเดือนธันวาคมออกมาอยู่ที่ 51.5 และ 49.7 ตามลำดับ เท่ากับระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ดัชนีผุ้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ประจำเดือนธันวาคมของสเปนออกมาอยู่ที่ 51.1 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 52.4 นอกจากนี้ค่าเงินยูโรได้เคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าตามค่าเงินปอนด์ ท่ามกลางความวิตกต่อการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) หลังรัฐมนตรีในรัฐบาลของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ส่งคำเตือนว่า อังกฤษมีแนวโน้มที่จะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป โดยไร้ข้อตกลง หากรัฐสภาคว่ำร่างข้อตกลง Brexit ที่นางเมย์ทำไว้กับสหภาพยุโรป (EU) ทั้งนี้ นายสตีเฟน บาร์เคลย์ รัฐมนตรีฝ่ายกิจการ Brexit ระบุว่า หากสมาชิกรัฐสภาอังกฤษคว่ำข้อตกลง Brexit ในเดือนนี้ ก็มีแนวโน้มเป็นอย่างมากที่อังกฤษจะแยกตัวออกจาก EU โดยไร้ข้อตกลง อย่างไรก็ดี นางเมย์ประกาศกำหนดการสำหรับการลงมติในรัฐสภาต่อร่างข้อตกลง Brexit เป็นสัปดาห์ที่เริ่มต้นวันที่ 14 ม.ค.นี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นางเมย์ได้ตัดสินใจเลื่อนการลงมติในรัฐสภาต่อร่างข้อตกลง Brexit อย่างไม่มีกำหนด จากเดิมที่มีกำหนดลงมติในวันที่ 11 ธ.ค. ในปีที่แล้ว ในสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.1307-1.1497 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (4/1) ที่ระดับ 1.1406/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวค่าเงินเยนนั้น เปิดตลาดในวันจันทร์ (2/1) ที่ระดับ 109.65/67 เยน/ดอลลาร์สหรับ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/12) ที่ 110.40/42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าตลาดเงินและตลาดทุนของญี่ปุ่นได้ปิดทำการถึง 3 มกราคม 2562 ทั้งนี้ ค่าเงินเยนได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง หลังนักลงทุนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ และความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐและสหภาพยุโรป รวมถึงผลการประชุมผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวของสหรับ ส่งผลให้มีแรงหนุนในการเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างค่าเงินเยน แต่ในวันศุกร์ (4/1) ค่าเงินเยนได้ปรับอ่อนค่าลง หลังสภาล่างของสหรัฐ มีมติผ่านร่างงบประมาณที่จะเข้ามาหยุดภาวะ Shutdown โดยเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ของบประมาณสำหรับก่อสร้างกำแพงชายแดนมูลค่า 5 แสนล้านเหรียญ ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 104.96-109.70 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (4/1) ที่ระดับ 107.93/95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ