เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,850 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
Business ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
นำเข้ากันยายนพุ่ง 50.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
Economic นำเข้ากันยายนพุ่ง 50.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ดูทั้งหมด

เปิดผลวิจัย “อินฟลูเอนเซอร์” การตลาดออนไลน์แบบไหนครองใจผู้บริโภคยุคดิจิทัล

09 ม.ค. 2562 | 19:33น.

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2562 วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ได้จัดสัมนาการตลาด “Such Seed Marketing: 2019 Influencer ครองเมือง” โดยนำเสนอข้อมูลงานวิจัยการตลาดเกี่ยวกับการทำตลาดออนไลน์ด้วยผู้มีอิทธิพลบนโลกโซเชียล หรือ อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer Marketing)  ทั้งในแง่ของผู้บริโภคและเจ้าของแบรนด์สินค้า-บริการ

โดย “ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร”  หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้มีอิทธิพลบนโลกโซเชียล หรือ อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer Marketing) เป็นรูปแบบการสื่อสารที่สามารถโน้มน้าวใจผู้บริโภคในยุคนี้ได้ดีกว่าการการตลาดผ่านสื่อดั้งเดิม เนื่องจากสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตเกือบตลอดเวลา  เปลี่ยนแปลงจากยุคก่อนนี้ที่ใช้บุคคลผู้มีชื่อเสียงในแวดวงไฮโซ ดารานักแสดง พรีเซ็นเตอร์ มาโน้มน้าวผู้บริโภค

จากผลสำรวจพบว่า 75% ของผู้บริโภคเคยซื้อสินค้า-บริการหลังจากเห็นรีวิวจาก “อินฟลูเอนเซอร์”  

โดย 50.2% เป็นสินค้าประเภทเครื่องสำอาง 46.5% อาหารและเครื่องดื่ม 38.8% ร้านอาหาร 34.1% สถานที่ท่องเที่ยว และ 28.1% สินค้าแฟชั่น

ขณะที่ผู้บริโภคจะติดตาม “อินฟลูเอนเซอร์” ในแวดวงท่องเที่ยว อาหาร แฟชั่นความสวยความงาม สุขภาพ และ  การเงิน-การลงทุนมากที่สุด

ส่วนปัจจัยที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของ อินฟลูเอนเซอร์  ผู้บริโภคในกลุ่ม GenX (เกิดปี 2508 – 2522)  59% เชื่อถือในอินฟลูเอนเซอร์ที่มีสาระให้ความรู้ 50% มีความคิดสร้างสรรค์ 49% เป็นตัวของตัวเอง  ขณะที่ GenY (เกิดปี 2523 – 2529) 63% เชื่อใน อินฟลูเอนเซอร์ ที่มีสาระความรู้ 54% เป็นตัวของตัวเอง 42% ความคิดสร้างสรรค์

ฟากผู้ประกอบการธุรกิจ พบว่า ทั้งองค์กรขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ 86% ใช้อินฟลูเอนเซอร์เพื่อให้ผู้บริโภครู้จักแบรนด์ ส่วนองค์กรธุรกิจขนาดเล็กใช้เพื่อหวังสร้างยอดขาย องค์กรขนาดกลางหวังใช้เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการ

ส่วนธุรกิจที่มีแนวโน้มหันมาใช้การตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์เพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่มธุรกิจที่มีสินค้า และบริการ ที่มีความซับซ้อน เข้าใจได้ยาก และต้องการความน่าเชื่อถือสูงอย่าง กลุ่มธุรกิจการเงินการลงทุน กลุ่มสุขภาพ และกลุ่มไอที

เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มักมีลักษณะพิเศษคือ มีความถนัดเฉพาะด้าน มีชื่อเสียงเฉพาะกลุ่ม และเป็นตัวของตัวเอง ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และมักจะได้รับความเชื่อถือจากผู้บริโภคที่มากกว่า

โดย 90% ใช้ “Facebook” เป็นช่องทางสื่อสาร 81% ใช้ Instagram 63% ใช้ YouTube

“ดร.บุญยิ่ง” กล่าวว่า  ข้อมูลของสมาคมโฆษณาดิจิทัล ประเทศไทย (DAAT) พบว่า เม็ดเงินการลงทุนบนออนไลน์แพลทฟอร์มโตกว่า 3.5 เท่า (ราว 10,000 ล้านบาท) และยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในปี 2562 นี้ 

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดผ่าน อินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมคือ “SEED Strategy” ได้แก่ ความจริงใจ (S: Sincere) เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภครู้เท่าทันการสื่อสารการตลาดมากขึ้น

ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (E: Expertise)  ไม่ใช่แค่ให้ความรู้เพียงพื้นฐาน แต่ต้องมีความรู้ความถนัดเฉพาะด้านที่ตรงกับธุรกิจ

การเข้าถึง (E: Engagement) จำนวนผู้ติดตามมาก ไม่ได้สะท้อนการสื่อสารการตลาดที่มีประสิทธิภาพ แต่ควรมีผู้ติดตาม กดถูกใจ (Like) เผยแพร่ต่อ (Share) และแสดงความคิดเห็น (Comment) รวมกันคิดเป็นร้อยละ 5 ของจำนวนผู้ติดตามทั้งหมด

ความแตกต่าง (D: Different) ยุคนี้การสื่อสารการตลาดที่สร้างความแตกต่างให้กับผู้บริโภค เป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ จึงควรพิจารณาถึงเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และแตกต่างของสื่อกลางการสื่อสาร ที่ตรงกันกับบุคลิกของแบรนด์ธุรกิจ