Skip to content

กรมศุลฯ ดึงผู้นำเข้า/ส่งออกจ่ายภาษีผ่าน “Bill Payment” หวังลดการใช้ “เช็ค” เดินหน้าสู่สังคมไร้เงินสด

15 ม.ค. 2562 | 15:28น.
กรมศุลฯ ดึงผู้นำเข้า/ส่งออกจ่ายภาษีผ่าน “Bill Payment” หวังลดการใช้ “เช็ค” เดินหน้าสู่สังคมไร้เงินสด

กรมศุลฯ ดึงผู้นำเข้า/ส่งออกจ่ายภาษีผ่าน “Bill Payment” หวังลดการใช้ “เช็ค” เดินหน้าสู่สังคมไร้เงินสด จากปกติใช้เช็คตกปีละ 7-8 หมื่นใบ พร้อมโชว์ผลเก็บรายได้ไตรมาสแรกทะลุเป้า 8.9% เหตุนำเข้ารถยนต์พุ่ง

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลฯ ได้พัฒนาการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบบิลเพย์เม้นต์ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ประกอบการนำเข้า/ส่งออก สามารถชำระค่าภาษีอากรผ่านธนาคารได้หลายช่องทาง ทั้งอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง, โมบายแบงกิ้ง ATM รวมทั้งการชำระผ่านตัวแทนรับชำระ ขณะเดียวกันยังสามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินได้เองที่สถานประกอบการ ผ่านระบบการติดตามสถานะการผ่านพิธีการศุลกากร (e-Tracking) โดยไม่ต้องมารับใบเสร็จรับเงินที่กรมศุลกากร ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนจากการเดินทางและ เสียค่าธรรมเนียมในการชำระเงินถึง 40 บาทต่อครั้ง

“ที่ผ่านมามีผู้ใช้บริการที่มาชำระเงินที่กรมศุลฯ 45% ของจำนวนผู้มาเสียอากรทั้งหมด หากเปลี่ยนมาใช้ระบบบิลเพย์เม้นต์ จะเป็นการลดต้นทุนและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้รับบริการและผู้ประกอบการ รวมทั้งเป็นการสนับสนุนให้กรมศุลกากร สามารถรับชำระค่าภาษีอากร และรายได้อื่นๆ ผ่านระบบอีเพย์เมนท์ได้ 100 % พร้อมเข้าสู่การเป็นสังคมไร้เงินสดได้อย่างแท้จริงและยั่งยืนต่อไป” นายกฤษฎากล่าว

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวด้วยว่า สำหรับผลการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2562 ช่วง 3 เดือนแรก (ต.ค.-ธ.ค.2561) กรมจัดเก็บรายได้ 2.63 หมื่นล้านบาท เกินเป้า 8.9% และ สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 1% คาดว่าทั้งปีจะสามารถจัดเก็บรายได้เกิน 1 แสนล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการนำเข้ารถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ กรมศุลกากรได้เพิ่มช่องทางการชำระเงินค่าภาษีอากร ค่าธรรมเนียมศุลกากร โดยให้ผู้นำเข้า/ส่งออกสามารถชำระผ่านช่องทางการให้บริการของะนาคาร หรือตัวแทนรับชำระ (บิลเพย์เม้นต์) ได้ ตามนโยบาย National e-Payment ของรัฐบาล ซึ่งอธิบดีกรมศุลกากรได้ออกประกาศเพื่อให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป

“เดิมผู้ประกอบการเวลาจะชำระค่าภาษีอากรให้กรม จะต้องไปติดต่อซื้อเช็คจากธนาคาร แล้วก็นำเช็คมาให้กรมเพื่อเสียภาษี แต่ตอนนี้มีระบบบิลเพย์เม้นต์ที่ให้ชำระที่ธนาคาร อินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง ผ่านเคานท์เตอร์เซอร์วิสได้ ก็จะช่วยลดการใช้เช็คลงไปได้มาก จากปัจจุบันต้องใช้เช็ก 7-8 หมื่นใบ/ปี จากจำนวนใบขนสินค้าที่มีปีละ 6 ล้านฉบับ ซึ่งชำระด้วยเช็คประมาณครึ่งหนึ่ง” นายชัยยุทธกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา กรมศุลฯ ได้จัดสัมมนา “Customs 2019 – The Next to Beyond” เพื่อชี้แจงประชาสัมพันธ์ให้ผู้นำเข้า/ส่งออก รับทราบถึงมาตรการใหม่ ๆของกรมศุลฯ ที่อำนวยความสะดวกในการทำพิธีการศุลกากร ซึ่งนอกจากการชำระค่าภาษีอากรผ่าน e-Payment แล้ว ยังมีระบบติดตามสถานะการผ่านพิธีการศุลกากรทางอินเตอร์เน็ต (e-Tracking)

ทั้งนี้ ธนาคาร และ ผู้ให้บริการอื่นที่ให้บริการชำระค่าภาษีอากรทางอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยช่องทางบิลเพย์เม้นต์ ปัจจุบันมี 5 ราย ได้แก่ 1) ธนาคารกรุงไทย เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.2562 เป็นต้นไป 2) ธนาคารกรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.2562 เป็นต้นไป 3) ธนาคารกสิกรไทย กับ 4) เคาน์เตอร์เซอร์วิส จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.2562 เป็นต้นไป และ ธนาคารไทยพาณิชย์ ตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ.2562 เป็นต้นไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Bill Payment กรมศุลกากร