เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
ดูทั้งหมด

ภาคประชาชนลุ้น! มติ ครม. 22 ม.ค. คุมค่ารักษารพ.เอกชน

22 ม.ค. 2562 | 08:48น.

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562 น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค(มพบ.) กล่าวกรณีที่กระทรวงพาณิชย์จะนำมติคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กกร.)เสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันที่ 22 มกราคม ว่า มพบ.จะจับตามติครม.เรื่องนี้อย่างใกล้ชิดว่าจะจริงใจหรือแหกตาประชาชน ซึ่งค่ายา วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ควรอยู่ภายใต้การควบคุมราคา( price controls)โดยยาได้ถูกประกาศให้เป็นสินค้าควบคุมมานาน แต่ที่ผ่านมาเพียงห้ามขายเกินสติกเกอร์ไพรซ์ แต่โรงพยาบาลจะติดราคาเท่าไหร่ก็ได้ ไม่สามารถกำกับราคายาได้ และมติกกร.ที่ผ่านมา ให้ควบคุมไปถึงวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ด้วย เช่น ข้อเข่าเทียม ลิ้นหัวใจเทียม เป็นต้น

เลขาฯมพบ. กล่าวอีกว่า ก่อนปีใหม่ในรอบแรกที่มีการหารือร่วมกันซึ่งมีตัวแทนรพ.เอกชนเข้าร่วมด้วยนั้นก็มีการเห็นชอบร่วมกัน กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นำเรื่องเข้ากกร.ในวันที่ 9 มกราคม 2562 แต่หลังจากนั้นรพ.เอกชนก็ออกมาคัดค้าน ซึ่งผู้บริโภคกแปลกใจว่าทำไมจึงมีการเปลี่ยนความคิด อย่างไรก็ตาม มพบ.คิดว่าการกำกับค่ารักษาพยายาลไม่ได้ส่งผลต่อการลงทุนของรพ.เอกชน เพราะสิ่งที่เสนอคือให้ดูจากต้นทุนของรพ. แล้วให้รัฐบาลพิจารณาว่าควรจะบวกกำไรเท่าไหร่ เพราะจากการที่มพบ.เข้าไปดูกำไรสุทธิ 9 เดือนของรพ.เอกชนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ พบว่า บางแห่งมีกำไรสุทธิสูงถึง 33 .7 % และมีอยู่ระหว่าง 20 % และ 10% และสมาคมรพ.เอกชนพูดออกมาชัดมากว่าเป็นธุรกิจสุขภาพ จึงคิดว่าในเมื่อรัฐบาลกำกับธุรกิิจมากมาย เช่น น้ำมันก็คุมราคา ในส่วนธุรกิจสุขภาพที่เป็นธุรกิจประเภทหนึ่งทำไมจะควบคุมค่ารักษาไม่ได้

“ถ้าครม.ไม่อนุมัติเรื่องนี้ก็ต้องรับผิดชอบ แสดงว่าสิ่งที่ทุกคนพูดว่ารพ.เอกชนอยู่เบื้องหลังการล้มมติกกร.ก็เป็นจริง เพราะว่ารพ.เอกชนเป็นธุรกิจหนึ่งที่รัฐต้องกำกับได้ ไม่ใช่กำกับไม่ได้เลย ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนจากค่ารักษาพยาบาลที่แพง จะส่งผลต่อสมองไหลของแพทย์ไปรพ.เอกชน ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ ถ้าครม.เบี้ยวก็ต้องรับผิดชอบ เราจะเดินหน้ารณรงค์ว่าครม.นี้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใหม่ แสดงว่าพรรคนี้ไม่เหมาะเป็นรัฐบาล ไม่เห็นความสำคัญของประชาชนที่เป็นผู้บริโภคที่เดือดร้อนจากค่ารักษาพยาบาลในรพ.เอกชนที่แพง และครม.ต้องวางบทบาทของตัวเองให้ดีในแง่กำกับธุรกิจนี้ที่ไม่ใช่ธุรกิจเล็ก อนาคตจะเป็นกิจการที่ผูกขาดได้ถ้าเราไม่จัดการอะไรเลย”น.ส.สารีกล่าว

นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ กล่าวว่า ตนติดตามและสนับสนุนให้มีการกำกับค่ารักษาพยาบาลและค่ายาในรพ.เอกชน ให้สำเร็จ มีการกำหนดเพดานค่ารักษาเอาไว้หลวมๆ เพื่อให้รพ.เอกชนยังสามารถอยู่ได้ ซึ่งก็ต้องรอดูว่าวันที่ 22 มกราคมนี้ ผลการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งประเด็นที่อยากเสนอคือการยกระดับอนุกรรมการที่จะมาศึกษาและพิจารณาหาข้อสรุปเกี่ยวกับมาตรการนี้ ให้เป็นคณะกรรมการกลาง (One Stop Servoce) คอยตรวจสอบเรื่องร้องเรียนค่ารักษาพยาบาลที่ยังเป็นข้อสงสัยอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดการฟ้องร้องขึ้นในระหว่างที่มีการตรวจสอบ และจากสัดส่วนคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นนั้นจะเห็นว่ามี ตัวแทนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข สมาคมประกันภัย ตัวแทนโรงพยาบาลเอกชน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แล้ว แต่ยังขาดตัวแทนฝั่งผู้ป่วยก็อยากให้พิจารณาด้วยเช่นกัน

“ที่ผ่านมาเวลาเกิดข้อสงสัยว่าค่ารักษาที่แพงนั้นเกิดจากการรักษาเกินตำเป็นหรือไม่ หรือแพงเพราะการรักษาผิดพลาด อย่างไร พอร้องเรียนก็ต้องไปหลายหน่วยงานทั้งสคบ. กรมการค้าภายใน แพทยสภา เป็นต้น ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีมาตรฐานไม่เหมือนกัน ผู้เสียหายส่วนใหญ่หมดกำลังใจและถอยกันเอง บางครั้งเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลก็ต้องบอกว่าเราไม่มีทางชนะ เพราะในเอกสารเซ็นต์อนุญาตให้ทำการรักษา ให้ผ่าตัดต่างๆ นั้นมีการระบุถึงการยินยอมเรื่องค่าใช้จ่ายด้วย คิดว่าตรงนี้ไม่เป็นธรรม จึงอยากให้มีกรรมการกลางมารับเรื่องร้องเรียน และตรวจสอบส่วนนี้ ระหว่างการตรวจสอบก็ไม่ควรมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น” นางปรียนันท์ กล่าว

 

ที่มา:มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คุมค่ารักษาพยาบาล