เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

ครม.อนุมติ! ปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2562 ครั้งที่ 1

26 ก.พ. 2562 | 17:40น.

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 14.00 น. ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม. มีมติเห็นชอบ การปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2562 ครั้งที่ 1 ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ดังนี้

1. อนุมัติตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ (คณะกรรมการฯ) ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2562 ดังนี้

1.1 การปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ (การปรับปรุงแผนฯ) ประจำปีงบประมาณ 2562 ครั้งที่ 1 ที่มีวงเงินปรับเพิ่มขึ้นสุทธิ 23,018.81 ล้านบาท จากเดิม 1,828,119.18 ล้านบาท เป็น 1,851,137.99ล้านบาท

1.2 การบรรจุโครงการพัฒนาหรือโครงการเพิ่มเติมในการปรับปรุงแผนฯ ประจำปีงบประมาณ 2562 ครั้งที่ 1

1.3 ให้รัฐวิสาหกิจ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่มีสัดส่วนความสามารถในการหารายได้เทียบกับภาระหนี้ของกิจการ (Debt Service Coverage Ratio : DSCR) ต่ำกว่า 1 สามารถกู้เงินใหม่และบริหารหนี้เดิมภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะ (แผนฯ) ประจำปีงบประมาณ 2562 ปรับปรุงครั้งที่ 1 โดยให้รัฐวิสาหกิจทั้ง 4 แห่ง ดังกล่าว รับความเห็นของคณะกรรมการฯ ไปดำเนินการด้วย

2. อนุมัติและรับทราบในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

2.1 อนุมัติการกู้เงินของรัฐบาลเพื่อการก่อหนี้ใหม่ การกู้มาและการนำไปให้กู้ต่อ การกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ และการค้ำประกันเงินกู้ให้กับรัฐวิสาหกิจ ตามมาตรา 7 แห่ง พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งขออนุมัติการกู้เงินของรัฐวิสาหกิจเพื่อดำเนินโครงการลงทุนและการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้กรอบวงเงินของแผนฯ ประจำปีงบประมาณ 2562 ปรับปรุงครั้งที่ 1 และให้ กค. เป็นผู้พิจารณาการกู้เงิน วิธีการกู้เงิน เงื่อนไข และรายละเอียดต่าง ๆ ของการกู้เงิน การค้ำประกันและการบริหารความเสี่ยงในแต่ละครั้งได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น ทั้งนี้ หากรัฐวิสาหกิจสามารถดำเนินการกู้เงินได้เองก็ให้สามารถดำเนินการได้ตามความเหมาะสมและจำเป็นของรัฐวิสาหกิจนั้น ๆ

2.2 อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายเป็นผู้ลงนามผูกพันการกู้เงินและหรือการค้ำประกันเงินกู้ต่างประเทศจากแหล่งเงินกู้ทางการ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง

2.3 อนุมัติให้ กค. ให้กู้ต่อแก่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวนไม่เกิน 15,025.52 ล้านบาทโดยเป็นวงเงินกู้ต่อเดิมของ รฟม. เพื่อรับโอนทรัพย์สินและหนี้สินของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง- สมุทรปราการ รวมทั้ง เป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับสัญญาเงินยืม จำนวนไม่เกิน 4,122.28 ล้านบาท และเรียกเก็บเงินยืมที่ไม่มีดอกเบี้ยกับกทม.

2.4 รับทราบแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้และการชำระคืนเงินกู้ที่ กค. ให้กู้ต่อแก่ กทม. และแนวทางการชำระคืนเงินตามสัญญาเงินยืมระหว่าง กค. กับ กทม.

โดยมีสาระสำคัญของเรื่อง ดังนี้

1. คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะในการประชุมครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2562 มีมติเห็นชอบการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2562 ครั้งที่ 1 โดยมีวงเงินปรับเพิ่มสุทธิ 23,018.81 ล้านบาท จากเดิม 1,828,119.18 ล้านบาท เป็น 1,851,137.99 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้


2. จากการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2562 ครั้งที่ 1 ส่งผลให้หนี้สาธารณะรวม ประจำปีงบประมาณ 2562 ปรับเพิ่มขึ้นจำนวน 23,018.81 ล้านบาท โดยการก่อหนี้ใหม่มีปัจจัยหลักมาจากการกู้เพื่อลงทุนในโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพมหานคร – หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย จำนวน 32,774.62 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว รวมทั้ง ในครั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติการลงทุนในโครงการพัฒนาและโครงการที่แต่เดิมไม่ได้บรรจุไว้ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2562 โดยจะขอบรรจุเพิ่มเติมและเสนอขออนุมัติมาในครั้งนี้ รวมทั้งสิ้นจำนวน 6 โครงการ วงเงินทั้งสิ้น 28,291.45 ล้านบาท เช่น โครงการเงินกู้เพื่อรองรับการดำเนินงานของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ในการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises : SMEs)

รวมถึงให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่ SMEs รายย่อยตามนโยบายรัฐบาลอื่น ๆ (ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย) จำนวน 21,000 ล้านบาท โครงการพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมสนับสนุนการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมในประเทศและภูมิภาค (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) จำนวน 2,700 ล้านบาท โครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 489 คัน (องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ) จำนวน 1,891.45 ล้านบาทเป็นต้น

ในขณะที่การบริหารหนี้เดิมของรัฐวิสาหกิจปรับลดลง โดยมีปัจจัยสำคัญจากการที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้ชำระคืนหนี้เงินกู้จากเงินงบประมาณ จำนวน 13,730.24 ล้านบาท แล้ว ประกอบกับยังไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ เนื่องจากในปีงบประมาณ 2561 ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้โดยการกู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศ วงเงิน 25,000.00 ล้านบาท ไปแล้ว ซึ่งสัญญาจะครบกำหนดในปีงบประมาณ 2563 ทั้งนี้ ประมาณการหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในปี 2562 (ปรับปรุงครั้งที่ 1) ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากเดิมอยู่ในระดับ ร้อยละ 42.70 (ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2562) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 43.32 ซึ่งเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2549 และอยู่ภายใต้กรอบในการบริหารหนี้สาธารณะตามนัยมาตรา 50 ที่คณะกรรมการนโยบายการเงินและการคลังของรัฐกำหนดที่ระดับ ร้อยละ 60

3. สำหรับการโอนทรัพย์สินและหนี้สินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยให้กรุงเทพมหานคร ที่ดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในวงเงิน19,147.80 ล้านบาท ในครั้งนี้ กระทรวงการคลังได้เสนอขออนุมัติให้กระทรวงการคลังให้กู้ต่อแก่กรุงเทพมานคร

สำหรับค่าโครงสร้างพื้นฐานของโครงการที่กรุงเทพมหานคร ได้รับโอนมา ในวงเงิน 15,025.52 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินกู้ต่อเดิมของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยที่กระทรวงการคลังกู้มาแล้ว จึงได้บรรจุรายการดังกล่าวนี้ไว้ในการปรับปรุงแผนฯ ในครั้งนี้ โดยไม่มีการเพิ่มวงเงินกู้ รวมทั้งขออนุมัติให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับสัญญาเงินยืม จำนวนไม่เกิน 4,122.28 ล้านบาท และเรียกเก็บเงินยืมที่ได้ไม่มีดอกเบี้ยกับกรุงเทพมหานคร สำหรับค่าจัดกรรมสิทธ์ที่ดินและภาระทางการเงินของโครงการที่สำนักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณเพื่อชำระไปแล้ว

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเห็นว่า สำหรับการชำระคืนเงินตามสัญญาเงินยืมสำหรับค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและภาระทางการเงินของโครงการที่สำนักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณเพื่อชำระไปแล้ว เห็นควรให้กรุงเทพมหานครทยอยชำระคืนเงินยืมเมื่อได้ชำระคืนเงินกู้ที่กระทรวงการคลังให้กู้ต่อแล้วเสร็จ โดยให้พิจารณาภาระทางการเงินของกรุงเทพมหานครประกอบด้วย

4. ในการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2562 ครั้งที่ 1 มีรัฐวิสาหกิจที่มีสัดส่วนความสามารถในการหารายได้เทียบกับภาระหนี้ของกิจการ (Debt Service Coverage Ratio : DSCR)
ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (ต่ำกว่า 1) จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ การเคหะแห่งชาติ (0.22) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (0.87) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (-0.09) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (-0.03) ซึ่งคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะได้พิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องกู้เงิน แนวทางในการแก้ไขปัญหา

รวมทั้งแผนการบริหารหนี้ที่ชัดเจนตามระเบียบคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะว่าด้วยหลักเกณฑ์การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2561 แล้ว โดยคณะกรรมการฯ มีความเห็นในประเด็นสำคัญบางประการ เช่น เห็นควรให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพเร่งรัดการดำเนินการตามแผนแก้ไขปัญหาองค์กรให้ชัดเจนและสำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เห็นควรให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยกระจายภาระหนี้ให้สอดคล้องกับการจัดหารายได้ของหน่วยงานและความสามารถในการจัดสรรงบประมาณเพื่อการชำระหนี้ในแต่ละปีเป็นต้น

ในครั้งนี้ คณะกรรมการฯ จึงเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้รัฐวิสาหกิจทั้ง 4 แห่ง ข้างต้น สามารถกู้เงินใหม่และบริหารหนี้เดิม ภายใต้การปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2562 ครั้งที่ 1 และให้รัฐวิสาหกิจทั้ง 4 แห่ง รับความเห็นของคณะกรรมการฯ ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย รวมทั้งเห็นควรให้รัฐวิสาหกิจทั้ง 4 แห่ง พิจารณาหาแนวทางในการเพิ่มรายได้และลดภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือลดผลขาดทุนจากการดำเนินงานให้น้อยลง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ครม.