เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“สมคิด” เดือด!!ถามกลับหัวหน้าพรรคบางพรรคประกาศไม่หนุน “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯ “จะบอยคอตอะไรกันอีก” หลังบอยคอตเลือกตั้งมาแล้ว 2 รอบ อัด “ดีแต่พูด” ไม่เห็นมีผลงาน

13 มี.ค. 2562 | 14:56น.

“สมคิด” ถามกลับหัวหน้าพรรคการเมืองไม่หนุน “ประยุทธ์” นั่งนายกฯ “จะบอยคอตอะไรกันอีก” หลังบอยคอตเลือกตั้งมาแล้ว 2 รอบ อัด “ดีแต่พูด” ไม่เห็นมีผลงาน พร้อมฝากผู้บริหารรัฐวิสาหกิจเป็นเสาหลักประเทศ-เร่งลงทุนพยุงเศรษฐกิจ

 

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวบทเวทีงานสัมมาผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ (SOE CEO Forum) ครั้งที่ 3 ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ว่า ภารกิจด้านเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าเต็มไปด้วยความท้าทาย ซึ่งมองเห็นกันอยู่ อย่างเรื่องความเหลื่อมล้ำก็ไม่ต้องพูดถึง ทุกคนมองเห็น แต่บางคนก็พูดมากกว่าทำ ขณะที่ความสามารถในการแข่งขันก็ยังน่าเป็นห่วง

“ในมิติของการลดความเหลื่อมล้ำ รัฐวิสาหกิจมีบทบาทช่วยเยอะ อย่างบัตรสวัสดิการ โครงการบ้านล้านหลัง การดูแลภาระหนี้เกษตรกร การสร้างความเข้มแข็งให้เขา การดูแลคนชรา พวกเราเริ่มทั้งนั้น เคยเห็นคนอื่นเริ่มไหม ดีแต่พูดใช่ไหม” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิด กล่าวว่า ทุกวันนี้ รัฐบาลถูกกล่าวหาว่าสร้างความเหลื่อมล้ำ ซึ่งต้องถามว่าคนพูดมีสมอง มีตาหรือไม่ หรือคิดแต่ว่าพูดอย่างเดียว ก็ได้คะแนะเสียง ซึ่งปัญหานี้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องร่วมกันแก้ เช่นเดียวกับเรื่องการแข่งขันที่ต้องพัฒนาเทคโนโลยี ก็ต้องร่วมกันทำ

“ความเหลื่อมล้ำ มันเพิ่งเกิดขึ้นตอนนี้เหรอ โจทย์แค่นี้ไปพูดจนเกิดความไขว้เขวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ แต่อย่างว่า ใกล้เลือกตั้งก็อย่างนี้ แต่บางทีฟังแล้ว ก็ต้องยอมรับว่า เป็นกังวล” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิด กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขียนเอาไว้ ทำให้การมีรัฐบาลหลังจากนี้จะเป็นรัฐบาลผสมแน่นอน โดยจะมีพรรคแกนหลัก ไม่กี่พรรค ซึ่งคะแนนในขณะนี้ก็เดากันได้ และคงผิดกันไม่ได้ แต่การที่มีหัวหน้าพรรคการเมืองบางคนออกมาบอกว่า ซ้ายก็ไม่เอา ขวาก็ไม่เอา ต้องมีตัวเองคนเดียว หากเป็นเช่นนั้นแล้วตั้งรัฐบาลไม่ได้ การเมืองก็อาจจะถึงทางตัน จึงไม่ทราบว่าหัวหน้าพรรคการเมืองดังกล่าวพูดทำไม เพราะยังไม่ถึงเวลาจะพูด น่าจะพูดในใจก็ได้ หากจะพูด ก็ให้พูดนโยบายจะดีกว่า หรือว่าไม่มีนโยบายให้พูด ดังนั้นขอให้ไปคิดนโยบายมาดีกว่า

“มีหัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรคบอกว่า ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องถามว่าพูดเร็วไปหรือไม่ จะบอยคอตอะไรกันอีก หลังจากเคยบอยคอตมา 2 รอบแล้ว บอยคอตเสร็จแล้วอะไรตามมาล่ะ คนไทยลืมง่าย นี่จะบอยคอตอีกแล้ว แต่ไม่ใช่บอยคอตเลือกตั้ง จะบอยคอตนายกฯ เลย บอกว่าไม่ควรเป็นนายกฯ แต่ว่าพร้อมทำงานกับพรรคการเมืองบางพรรคได้” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิด กล่าวว่า ในช่วงที่การเมืองร้อนแรง เอกชนก็ชะลอการลงทุน นักลงทุนต่างประเทศก็รอดู การพูดน้อย ๆจะช่วยประเทศชาติได้ประโยชน์มากกว่า และการพูดมาก คนที่พูดก็อาจจะไม่ได้ประโยชน์ก็ได้ ขณะที่ประเด็นต่อมายังมีการพูดว่า จะไม่สนับสนุนนายกฯ (พล.อ.ประยุทธ์) เพราะสืบทอดอำนาจ ซึ่งการที่คน ๆหนึ่งเป็นนายกฯ และเป็นหัวหน้า คสช. ด้วย หากจะไม่ให้มีเลือกตั้งตอนนี้ก็สามารถทำได้ แต่นายกฯ ก็พยายามเดินให้มีโรดแม็ปสู่การเลือกตั้ง

“ครม. ก็ยังไม่ตั้ง แล้วมันสืบทอดอำนาจอย่างไร ถ้าบอกว่าสืบทอดอำนาจ เพราะว่าท่านต้องการมาทำงานต่อ ประเทศมีปัญหาเยอะ ซึ่งมาถึงจุดนี้แล้ว อยู่ ๆจะเลิก แล้วปล่อยให้มั่วต่อไป ท่านก็อาจจะคิดว่าไม่ต้องทำงานต่อ แต่ทำการบ้านให้เสร็จ นี่เป็นการสืบทอดอำนาจเพื่อทำให้บ้านเมืองดีขึ้น แล้วการที่มีพรรคการเมืองมา ต้องการเป็นแล้วเป็นอีก ย้อนกลับไป มีผลงานหรือเปล่า ก็ไม่รู้ เคยเป็นผลงานจะจะไหม แล้วยังต้องการเป็นรัฐบาล ซ้ายไม่เอาขวาไม่เอา แต่อยากจะเป็นนายกฯ แบบนี้เรียกว่าสืบอะไร ฉะนั้นอย่าพูดเยอะเลย พูดน้อย ๆ” นายสมคิดกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีการพูดว่า จะต้องรีบเข้ามา เพราะเศรษฐกิจประเทศต้องได้รับการฟื้นฟู เพราะเสียหายมา ซึ่งตนได้ถาม รมว.คลัง ว่า เสียหายตรงไหน มีปิดบังไว้หรือเปล่า เพราะธนาคารโลกก็ชม สำนักงานข่าวบลูมเบิร์กก็ชม มีแต่นักการเมืองที่คอยค่อนขอดตลอดเวลา

“เสียหายตรงไหน มีแต่ผมที่ต้องไปตามฟื้นฟู หลังจากพวกท่านเข้ามา แล้วก็ไป รอบโน้น 6 ปี รอบนี้อีก 4 ปีใช่ไหม ใครฟื้นฟูใคร” นายสมคิดกล่าว

ทั้งนี้ ในช่วง 6 ปีที่ตนเองเคยทำงานร่วมกับรัฐบาลหนึ่งในอดีต มีจำนวนกิจกรรมต่าง ๆที่เทียบกับช่วง 4 ปีที่ผ่านมานี้ได้เลย เนื่องจากในช่วงอดีตนั้นเป็นช่วงประชาธิปไตยเต็มใบ มีพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้เกิดการกระจัดกระจายไม่สามารถขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ต้องการได้มากนัก ซึ่งก็โทษใครไม่ได้ เพราะอยู่ในระบอบประชาธิปไตยเต็มใบ ขณะที่ในช่วงรัฐบาลปัจจุบันพอบอกว่า ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ทำได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะความร่วมมือจากรัฐวิสาหกิจที่มีบทบาทอย่างมาก ดังนั้น ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจหากเจอปัญหาอุปสรรค หรือข้อจำกัด ก็ไม่อยากให้เสียกำลังใจ

“ข้อจำกัดเรามีเยอะแยะ ทุกอย่างสารพัดปัญหา แต่อย่างน้อย 4 ปี เราทำตั้งแต่เศรษฐกิจโต 0.9% มาจนถึงขณะนี้ ต่างประเทศก็ชมเรา มีแต่คนไทยเราเองนี่แหละ” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิด กล่าวอีกว่า อยากฝากซีอีโอรัฐวิสาหกิจไว้ว่า ต้องเป็นกำลังหลักในการเปลี่ยนแปลง ถ้ารัฐมนตรีไม่รู้เรื่อง ก็ต้องช่วยกระทุ้ง โดยยอมรับว่าอันนี้เป็นประเด็นที่ตนเป็นกังวล เพราะขนาดรัฐบาลขับเคลื่อนมา 4 ปี ทำได้หลายเรื่องมาก แต่มองไปข้างหน้า ก็ยังมีอีกหลายอย่างยังไม่ได้ทำ อย่างเรื่องบิ๊กดาต้าที่เริ่มต้นมาแล้ว แต่ยังต้องผลักดันไปอีกมาก โดยรัฐวิสาหกิจไม่ต้องรอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) รองนายกฯ กล่าวด้วยว่า ค่อนข้างกังวลว่า ในช่วง 3 เดือนก่อนมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งการส่งออกก็ไม่ดี การลงทุนเอกชนก็ไม่แน่นอน ส่วนการเมืองก็ตีกัน ดังนั้น รัฐวิสาหกิจคือกำลังสำคัญที่เหลืออยู่ ต้องเป็นเสาหลัก ฉะนั้นต้องเร่งรัดการลงทุน ซึ่งรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ต้องเร่ง เพื่อให้มีเม็ดเงินออกไปสู่ระบบ เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์