เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ส่องโอกาส “ข้าวหอมมะลิไทย” ในตลาด EU

15 มี.ค. 2562 | 10:55น.

คอลัมน์ มองข้ามชอต

โดย กัญญารัตน์ กาญจนวิสุทธิ์ Economic Intelligence Center (EIC) ธ.ไทยพาณิชย์

ข้าวหอมมะลิถือเป็นหนึ่งในสินค้าสำคัญที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนการส่งออกข้าวของไทย โดยมูลค่าการส่งออกข้าวหอมมะลิในแต่ละปีคิดเป็นสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 25% ของมูลค่าการส่งออกข้าวไทยโดยรวม อีกทั้งราคาส่งออกข้าวหอมมะลิยังสูงกว่าข้าวประเภทอื่น ๆ ค่อนข้างมาก โดยในปี 2018 ราคาส่งออกข้าวหอมมะลิอยู่ที่ 1,139 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ในขณะที่ราคาส่งออกข้าวชนิดอื่น ๆ อย่างข้าวขาว 5% และข้าวขาว 100% อยู่ที่ 421 และ 444 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ตามลำดับ

ทั้งนี้ ในปี 2018 ไทยส่งออกข้าวหอมมะลิไปยังตลาดโลก รวม 1.3 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 1,413 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ สหรัฐ จีน ฮ่องกง และ EU คิดเป็นสัดส่วนปริมาณการส่งออก 33%, 14%, 12% และ 8% ของปริมาณการส่งออกข้าวหอมมะลิไทยโดยรวม ตามลำดับ

เมื่อพิจารณาอัตราการเติบโตของปริมาณการส่งออกข้าวหอมมะลิไทยไปยังตลาดส่งออกหลักในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2015-2018) พบว่า อัตราการเติบโตเฉลี่ยของตลาดจีน และฮ่องกง มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยที่ราวร้อยละ 1 ต่อปี ในขณะที่อัตราการเติบโตเฉลี่ยของตลาดสหรัฐ และ EU ขยายตัวร้อยละ 3 และ 9 ตามลำดับ ซึ่งการเติบโตอย่างโดดเด่นของปริมาณการส่งออกข้าวหอมมะลิไทยไป EU

สะท้อนถึงโอกาสในการขยายตลาดส่งออกข้าวหอมมะลิ โดยมีปัจจัยหนุนจากผู้บริโภคในกลุ่ม EU ที่มีการเปิดรับการรับประทานข้าวที่หลากหลายประเภทและหลากหลายสายพันธุ์ รวมทั้งยังมีปริมาณนำเข้าข้าวที่สีบ้างแล้ว หรือสีทั้งหมด โดยรวมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นการนำเข้าจากอิตาลี ซึ่งเป็นประเทศในกลุ่ม EU ด้วยกันมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 24%

รองลงมาเป็นการนำเข้าจากกัมพูชาและไทย คิดเป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน คือ 15% และ 14% ตามลำดับ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า กัมพูชา คือ คู่แข่งสำคัญของไทย ในการส่งออกข้าวไปยังตลาด EU โดยข้าวที่กัมพูชาส่งออกไป EU ส่วนใหญ่เป็นข้าวหอมสายพันธุ์เมล็ดยาว ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงของข้าวหอมมะลิไทย ทั้งนี้ ข้อได้เปรียบหลักของกัมพูชาอยู่ที่ราคาส่งออกที่อยู่ในระดับต่ำกว่าไทย 200-300 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน

โดยราคาส่งออกข้าวที่สีบ้างแล้ว หรือสีทั้งหมดของกัมพูชา อยู่ที่ 600-700 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน เทียบกับไทยซึ่งอยู่ที่ 800-1,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน อนึ่ง ส่วนต่างของราคาส่งออกข้าวที่สูงนี้ เป็นผลมาจากการที่กัมพูชาได้รับสิทธิพิเศษในการยกเว้นภาษีนำเข้าข้าว

จากมาตรการ Everything But Arms (EBA) ซึ่งเป็นมาตรการที่ EU ยกเว้นการเก็บภาษีและไม่จำกัดโควตาการนำเข้าสินค้าทุกชนิด ยกเว้นสินค้ากลุ่มอาวุธยุทโธปกรณ์ ให้กับกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุด ในขณะที่ปัจจุบันไทยต้องเสียภาษี 145 ยูโร/ตัน สำหรับการส่งออกข้าวไปยัง EU

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา EU เริ่มนำเข้าข้าวจากกัมพูชาเพิ่มสูงขึ้นมาก ในระดับที่กระทบต่อประเทศผู้ผลิตข้าวใน EU เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อิตาลี ซึ่งมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของปริมาณข้าวที่นำเข้าจากกัมพูชาในช่วงปี 2014-2017 สูงถึง 26% ต่อปี จึงได้มีการร้องเรียนให้ใช้มาตรการปกป้องผู้ผลิตข้าวใน EU ส่งผลให้ EU ประกาศยกเลิกมาตรการ EBA ที่ให้กับกัมพูชา ในเดือนมกราคม 2019 โดยเริ่มดำเนินการเก็บภาษีการนำเข้าข้าวจากกัมพูชาเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งในปี 2019 ได้เริ่มเก็บภาษี 175 ยูโร/ตัน และจะลดการเก็บภาษีลงเหลือ 150 และ 125 ยูโร/ตัน ในปี 2020 และ 2021 ตามลำดับ

Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์มองว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาให้กับข้าวไทย เนื่องจากราคาส่งออกข้าวของกัมพูชาไป EU ในปี 2019 จะเพิ่มสูงขึ้น จากต้นทุนด้านภาษีอีกประมาณ 175 ยูโร/ตัน หรือประมาณ 200 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ซึ่งจะทำให้ราคาส่งออกข้าวของกัมพูชาขยับขึ้นมาใกล้เคียงกับราคาข้าวไทย และอาจจูงใจให้ชาวยุโรปหันมาเลือกบริโภคข้าวไทยแทนที่ข้าวกัมพูชามากขึ้น

ทั้งนี้ ภาครัฐและผู้ส่งออกข้าวไทยอาจใช้โอกาสนี้นำเสนอจุดแข็งของข้าวหอมมะลิไทย ทั้งด้านความหอมและนุ่มที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากข้าวของคู่แข่ง รวมถึงยังสามารถใช้ข้อได้เปรียบด้านช่องทางในการทำการตลาดข้าวหอมมะลิผ่านร้านอาหารไทยในฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นประเทศที่มีร้านอาหารไทยให้บริการจำนวนมาก อีกทั้งยังได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภค นอกจากนี้ยังสามารถใช้โอกาสจากการที่ประชากร EU เปิดรับการรับประทานข้าวหลากหลายประเภทและสายพันธุ์ ขยายตลาดส่งออกข้าวประเภทอื่น ๆ ไปพร้อม ๆ กัน เช่น ข้าวสี ข้าวกล้อง ข้าวออร์แกนิก เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดสำคัญของข้าวหอมมะลิไทยยังอยู่ที่ปริมาณผลผลิตที่ผันผวน โดยแปรผันไปตามภาวะน้ำแล้งและน้ำท่วม ยกตัวอย่าง เช่น ในปี 2018 ซึ่งเป็นปีที่แหล่งเพาะปลูกข้าวหอมมะลิที่สำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเผชิญภาวะน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ผลผลิตข้าวหอมมะลิโดยรวมทั้งประเทศลดลงมาอยู่ที่ 6.6 ล้านตันข้าวเปลือก จากในปีปกติที่มีผลผลิตข้าวหอมมะลิ 7.7-7.9 ล้านตันข้าวเปลือกซึ่งภาครัฐอาจบรรเทาปัญหาโดยการวางแผนบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติอย่างเป็นระบบในพื้นที่แหล่งเพาะปลูกข้าวหอมมะลิที่สำคัญ รวมถึงขยายพื้นที่ชลประทานให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ผลผลิตและคุณภาพของข้าวหอมมะลิไทยสมบูรณ์และสม่ำเสมอ

ขณะเดียวกัน ผู้ส่งออกข้าวไทยก็ยังต้องรักษามาตรฐานของข้าวหอมมะลิที่ส่งออกไป EU ให้เป็นไปตามกฎหมายความปลอดภัยด้านอาหารของ EU อย่างสม่ำเสมอ ทั้งการปฏิบัติตามมาตรฐาน GMP และ HACCP ไปจนถึงการควบคุมปริมาณสารตกค้างและสารปนเปื้อนต่าง ๆ ไม่ให้เกินปริมาณที่กำหนดได้ รวมถึงการยกระดับคุณภาพข้าวหอมมะลิไทยให้ผ่านมาตรฐานอื่น ๆ ของ EU เพิ่มเติม อย่างการควบคุมการผลิตและการติดฉลากสินค้าอินทรีย์ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพข้าวหอมมะลิไทยให้มีความพรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น

ในระยะต่อไป ภาครัฐควรมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการบริโภคข้าวของตลาด EU ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการส่งออกข้าวของไทยได้ในระยะยาว นอกจากนี้ยังต้องควบคุมคุณภาพตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเพาะปลูก เก็บเกี่ยว สีข้าว เก็บรักษา ไปจนถึงขนส่งข้าว เพื่อช่วยรักษาคุณภาพผลผลิตข้าวไทยให้มีความหอมและนุ่มที่เป็นเอกลักษณ์ และลดการปนเปื้อน ซึ่งจะเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพข้าวไทยให้มีความพรีเมี่ยมได้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ภาครัฐและผู้ส่งออกข้าวไทยควรส่งเสริมการวิจัย และพัฒนาเพื่อแปรรูปข้าวไปสู่สินค้าอื่น ๆ เช่น อาหาร เครื่องดื่ม เวชสำอาง เป็นต้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวไทย และลดความเสี่ยงด้านราคาที่ยังต้องเผชิญกับความผันผวนและขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตลาดโลก

ทั้งนี้ ภาครัฐอาจผลักดันให้มีข้าวหอมมะลิ และข้าวสายพันธุ์อื่น ๆ ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (geographical indication : GI) กับ EU เพิ่มเติม นอกเหนือจากข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ และข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนแล้ว เพื่อยกระดับข้าวไทยให้มีชื่อเสียง และเป็นที่ยอมรับใน EU และตลาดโลกต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข้าวหอมมะลิ ส่งออกข้าว