รู้ใจดอทคอมทุ่มงบฯไอที 60 ล./ปั๊มปี’63 เบี้ย 1.2 พันล้าน
โบรกเกอร์ออนไลน์ “รู้ใจดอทคอม” ทุ่มเงินลงทุนไอที 60 ล้านบาทต่อปี ปีนี้เร่งยกเครื่องระบบ-สร้างคนไอที หนุนพัฒนาโปรดักต์-บริการเจาะลูกค้ารายคน ลดต้นทุนบริหารกรมธรรม์ลงต่ำเหลือ 25% ปักธงปี’63 ขยายเบี้ยผ่านออนไลน์โตเท่าตัว ยอดทะลุ 1,200 ล้านบาท ชูบริการเสริม “คุ้มครองคนขับ-รถช่วยเหลือ-เลือกอู่ซ่อม” อัดงบฯทำมาร์เก็ตติ้งกว่า 100 ล้าน
นายนิโคลัส ฟาร์เกต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท รู้ใจ จำกัด ซึ่งเป็นนายหน้า (โบรกเกอร์) ประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ “รู้ใจดอทคอม” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทมีแผนใช้เงินลงทุนด้านระบบไอทีทั้งหมดประมาณ 50-60 ล้านบาทต่อปี โดยปีนี้จะมีการเน้นพัฒนาบุคลากรด้านไอที สัดส่วนกว่า 25% ของงบฯทั้งหมด เพื่อให้เข้ามาช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ (โปรดักต์) และการบริการ ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าเฉพาะราย (tailor-made) เนื่องจากบริษัทไม่ได้จ้างข้างนอก (outsource) เข้ามาจัดการเรื่องดังกล่าว ซึ่งจะทำให้บริษัทมีระบบไอทีที่พร้อมรองรับการบริหารจัดการภายในได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี การลงทุนด้านระบบไอที จะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ จากเดิมที่อยู่ 40% ลดลงมาเหลือ 25% ภายในปี”63 ซึ่งจะเป็นปีที่บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยรับรวมพุ่งมาอยู่ที่ 1,200 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นปีแรกที่สามารถทำเบี้ยทะลุหลักพันล้านบาทได้ โดยปี 2562 นี้ คาดจะมีเบี้ยรับรวมอยู่ที่ 650 ล้านบาท
“ต้นทุนค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการ จะใกล้เคียงต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านเคลมประกันที่อยู่ 60% เพราะฉะนั้นถ้าเราลดต้นทุนส่วนนี้ลงไปได้ บริษัทจะทำกำไรจากธุรกิจประกันภัยรถยนต์ได้ค่อนข้างมาก” นายนิโคลัสกล่าว
สำหรับปัจจุบัน บริษัทมีพันธมิตรที่เป็นคู่ค้าอยู่กับ บมจ.กรุงไทยพานิชประกันภัย (KPI) ในการรับประกันภัยรถยนต์ โดยมีสัดส่วนเบี้ยมากกว่า 99% และ บมจ.แอลเอ็มจีประกันภัย (LMG) ซึ่งรับประกันภัยรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบก์ เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือน ส.ค. 61 จึงมีสัดส่วนเบี้ยประกันเพียง 1%
โดยปีนี้บริษัทมีแคมเปญ “เพื่อนบอกต่อ” เพื่อเข้าถึงลูกค้ารายใหม่และลูกค้ารายเดิมที่ต้องการต่ออายุ ขณะนี้บริษัทมีฐานลูกค้าเดิมอยู่ที่ 34,500 ราย มีอัตราการต่ออายุเฉลี่ย 80% ซึ่งคาดว่าภายในปี”63 จะขยายฐานลูกค้าเพิ่มเป็น 1.2 แสนราย
พร้อมกันนี้บริษัทยังมีบริการเสริมให้กับลูกค้าเลือกใช้ เช่น บริการรถช่วยเหลือกรณีรถเสีย/เกิดอุบัติเหตุ, ความคุ้มครองสำหรับคนขับ, การเลือกอู่ซ่อม เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถออกแบบตามความต้องการได้เอง
“ลูกค้าสามารถเลือกราคาประกันรถบนเว็บไซต์รู้ใจ และตัดสินใจว่า จะเพิ่ม บริการเสริมเข้าไปหรือไม่ก็ได้ ซึ่งเบื้องต้นลูกค้าต้องกรอกข้อมูลชื่อ-นามสกุล, อายุ, ยี่ห้อรถ, รุ่นรถ, สถานภาพ, ประสบการณ์การขับขี่, ประวัติการเคลม, ลักษณะการใช้รถ, มีการติดกล้องหน้ารถหรือไม่ จากนั้นระบบจะประมวลราคาให้ โดยมีทางเลือกให้จ่ายค่าเสียหายส่วนแรก” นายนิโคลัสกล่าว
ทั้งนี้ ปกติลูกค้าประกันรถยนต์กว่า 97% ที่เป็นคนไทยจะไม่เลือก deductible (ค่าเสียหายส่วนแรก) ซึ่งเป็นผลมาจากฝั่งตัวแทนเลือกที่จะเสนอราคาเบี้ยที่ไม่รวมค่าเสียหายส่วนแรก เพราะตัวแทนต้องการค่าคอมมิสชั่นสูงสุด เพราะฉะนั้นกระบวนการเหล่านี้จะทำให้ลูกค้าเห็นความโปร่งใส เข้าใจต้นทุน ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าเลือกซื้อประกันรถกับบริษัท โดยจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกมากกว่า 70% ขณะนี้มีลูกค้าเข้ามาทำใบเสนอราคาประมาณ 4 หมื่นรายต่อเดือน และตัดสินใจซื้อประกันรถเฉลี่ย 2,500 คนต่อเดือน อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 38 ปี
“จุดเด่นของเราคือ ลูกค้าสามารถผ่อนจ่ายผ่านบัตรเดบิตได้ และเมื่อลูกค้าจะเคลม ก็ไม่จำเป็นต้องติดต่อบริษัทประกัน แค่โทร.เข้ามาหาคอลเซ็นเตอร์และบอกข้อมูลกับเรา เราจะส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภัยไปถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯและอำเภอเมืองของทุกจังหวัด หลังจากนั้นเราจะส่งเรื่องให้บริษัทประกันเพื่อตรวจสอบและนำข้อมูลส่งกลับให้ลูกค้านำรถเข้าอู่ เมื่อซ่อมเสร็จ เราก็จะนำใบเสร็จส่งให้บริษัทประกันจ่ายเงิน ซึ่งรายได้ของเรามาจากค่านายหน้าและค่าธรรมเนียมจากบริการเหล่านี้” นายนิโคลัสกล่าว
อย่างไรก็ดี บริษัทได้เตรียมงบฯลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาทต่อปี เพื่อทำมาร์เก็ตติ้งและแบรนดิ้งผ่านสื่อออนไลน์เป็นหลัก อาจจะยิงสปอตผ่านสื่อวิทยุและช่องทางอื่นบ้าง ซึ่งคาดว่าจะทำให้การรับรู้แบรนด์เพิ่มเป็น 30% ในปี”62 จากเดิมที่อยู่ที่ 21%