เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

“ปิดทองฯ” สร้าง “ผู้นำ” ผลัก “คน” สาน “ภารกิจ” สังคมยั่งยืน

25 มี.ค. 2562 | 10:09น.


ปัจจุบันมักจะเห็นการพัฒนาความก้าวหน้าของนวัตกรรมที่เข้ามาเป็นผู้นำในด้านต่างๆ แทนผู้นำที่เป็นทรัพยากรมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่กระนั้น มนุษย์ยังเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อน สร้างความเปลี่ยนแปลง และพัฒนาความยั่งยืนให้กับชุมชน และสังคม

ทั้งนี้ 1 ในเทรนด์ความยั่งยืนในปี 2019 เป็นเรื่องของเทรนด์ผู้นำกลุ่มใหม่ ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยแก้ปัญหา (ข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน sustainability) ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชน และสังคม เช่นเดียวกับ 3 พื้นที่ชุมชนต้นแบบมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จในการพัฒนาสร้างความยั่งยืนภายในชุมชน

“เสวต จันทร์หอม” ผู้ใหญ่บ้านแสงอร่าม หมู่ 11 ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี กล่าวว่า ก่อนปี 2555 หมู่บ้านโคกล่าม หมู่ 3 และหมู่บ้านแสงอร่าม หมู่ 11 ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ชาวบ้านกว่า 1,400 คน ขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและทำการเกษตร แม้จะมีอ่างเก็บน้ำห้วยคล้ายอันเนื่องมาจากพระราชดำริอยู่ในพื้นที่ แต่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ เนื่องจากไม่มีระบบส่งน้ำ ไม่มีการบริหารจัดการน้ำ

“จึงทำให้ผลผลิตทางการเกษตรไม่ได้ผลดี อย่างเช่น ผลผลิตข้าวเฉลี่ยเพียง 350 กิโลกรัมต่อไร่ และไม่มีรายได้จากการปลูกพืชทั้งก่อนและหลังการทำนา รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนไม่ถึงปีละหนึ่งแสนบาท มีปัญหาหนี้สิน รวมแล้วมากกว่า 17 ล้านบาท ทำให้เกษตรกรในวัยทำงานเกือบทั้งหมด ต้องเคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่ไปทำงานรับจ้างต่างถิ่น”

กระทั่ง สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เข้ามาดำเนินการในพื้นที่สองหมู่บ้าน ในปี 2555 ร่วมบูรณาการองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำของ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงทำให้มีปริมาณกักเก็บน้ำรวม 838,000 ลูกบาศก์เมตร และมีระบบส่งน้ำเข้าสู่แปลงเกษตร ระยะทางรวม 6,290 เมตร เพิ่มพื้นที่รับน้ำได้ 1,850 ไร่

“ผมจึงมองว่าทำอย่างไรให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมกับชุมชน และสามารถพึ่งพาตัวเองได้ โดยที่ไม่รอให้หน่วยงานส่วนราชการมาช่วยเหลือฝ่ายเดียว ซึ่งชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการทำฝายน้ำล้นขนาดเล็ก เพื่อกักเก็บน้ำเพิ่ม และทำฝายชะลอน้ำร่วมกับทางชลประทาน ซึ่งเป็นฝายที่ยกระดับคันดิน เพื่อช่วยชะลอการไหลของน้ำให้ช้าลง และสละที่ดินตามแปลงนาเพื่อให้มีระบบส่งน้ำไปตามเส้นทางพื้นที่นา โดยการช่วยขุดดิน และวางท่อ ส่วนคนที่ปลูกผักก็สามารถใช้น้ำร่วมกันกับคนที่ติดแนวเส้นทางระบบส่งน้ำ จนสามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี”

ดังนั้น ประโยชน์ที่ชาวบ้านได้รับ ในปี 2560-2561 คือ ผลผลิตข้าวเฉลี่ยถึง 650 กิโลกรัมต่อไร่ โดยเพิ่มขึ้นมา 300 กิโลกรัมจากปีก่อน ๆ และในระยะเวลา 7 ปี ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้จากการทำเกษตรเพิ่มขึ้นรวม 442.6 ล้านบาท

สำหรับปี 2561 รายได้ภาคการเกษตรอยู่ที่ 9.3 ล้านบาท จากผลผลิตสำคัญ เช่น อ้อย 5 ล้านบาท, ข้าว 3.4 ล้านบาท, ข้าวโพดหวาน 1.8 แสนบาท, ไก่ไข่ 1.9 แสนบาท, มันสำปะหลัง 1.8 แสนบาท, หมู 1.6 แสนบาท, และการแปรรูปผลผลิตการเกษตร 1 แสนบาท เป็นต้น

โดยหนึ่งในพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเช่นกัน อย่างหมู่บ้านห้วยหมากหล่ำ หมู่ที่ 6 ต.ทมนางาม อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี เนื่องจากว่าพื้นที่บริเวณหมู่บ้านมีลักษณะเป็นภูเขาสูงชัน มีที่ราบแคบ ๆ บริเวณเชิงเขา พื้นที่หมู่บ้านบางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าทม-ป่าข่า โดยมีร่องน้ำไหลมาจากเขาสวนกวาง คือ ร่องน้ำซำตมขาว ไหลผ่านบริเวณพื้นที่หมู่บ้าน แต่ปริมาณน้ำในลำห้วยไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร มีชาวบ้านกว่า 50 ครัวเรือน ซึ่งชาวบ้านที่นี่จึงมีฐานะยากจน ต้องออกไปรับจ้างขายแรงงาน

กระทั่งทางกรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 5 ทำเรื่องขอการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ในปีงบประมาณ 2560 และได้รับการอนุมัติงบประมาณการก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 46.9 ล้านบาท

สำหรับการขออนุญาตใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีการยื่นหนังสือขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อทำประโยชน์ภายในเขตพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าทม-ป่าข่า เพื่อก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำซำตมขาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.อุดรธานี เมื่อปี 2560 หลังจากนั้น จึงเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2560 และดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อปลายเดือนกันยายน 2561 ผ่านมา โดยมีความจุอ่าง 204,000 ลูกบาศก์เมตร และระบบส่งน้ำยาว 2,250 เมตร

ปัจจุบันชาวบ้านมีการรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ และวางแผนบริหารจัดการใช้น้ำ กำหนดกติกาใช้น้ำร่วมกันอย่างเข้มแข็ง โดยทำข้อตกลงในปีแรกจะยังไม่มีการนำน้ำมาใช้ในหมู่บ้าน แต่จะเก็บไว้เลี้ยงปลา ซึ่งกรมประมงนำมาปล่อยในแหล่งน้ำ เพื่อขยายพันธุ์ปลา อาหารโปรตีนแก่ชุมชน

“ดวงตะวัน ใยดวง” นักประสานงานชุมชนเพื่อขยายผลโครงการชลประทานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวเพิ่มเติมว่า เดิมตัวเองไปประกอบอาชีพต่างถิ่น หลังจากที่มีโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำซำตมขาว พร้อมระบบส่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงกลับมาอยู่ที่บ้าน และเป็นตัวแทนไปศึกษาดูงานที่มูลนิธิชัยพัฒนา อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ตอนแรกคิดว่าคงไปดูเพียงเท่านั้น กระทั่งได้ไปดู และได้เรียนรู้หลักการทรงงานของในหลวง รัชกาลที่ 9 ทำให้ความคิดเปลี่ยน และอยากจะอยู่บ้านตัวเองต่อ จึงมีความคิดอยากจะพัฒนาในหมู่บ้านตัวเอง

“โดยการกลับมาทำศูนย์ประสานขนาดเล็กอยู่ที่หน้าบ้านของตัวเอง ซึ่งหลังจากกลับมามีชาวบ้านเข้ามาสอบถาม เรื่องการไปศึกษาดูงานแล้วได้อะไรกลับมา จึงตอบกลับว่าไม่ได้อะไร ได้แต่ความคิดกลับมา ซึ่งชาวบ้านยังคงไม่ได้ให้ความสนใจ ทางมูลนิธิชัยพัฒนาได้ให้เมล็ดพันธุ์พืชผักพระราชทานมาด้วย จึงได้นำมาปลูก ได้แก่ ถั่วฝักยาวสีม่วง สิรินธร เบอร์ 1, ถั่วฝักยาวลายเสือจักรพันธ์ เบอร์ 1, มะเขือยาว และมะเขือเทศ”

“เมื่อเริ่มปลูกด้วยตัวเองจนกระทั่งออกผลผลิตมาเป็นที่น่าพอใจ พอชาวบ้านเห็น พวกเขาต่างให้ความสนใจ และพร้อมกับเก็บเมล็ดพันธุ์จากที่ตัวเองปลูกไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน 3-4 เมล็ดต่อครัวเรือน รวมทั้งหมดกว่า 40 ครัวเรือน จนชาวบ้านเริ่มเปลี่ยนความคิด กระทั่งกลับมาปลูกพืชผักอย่างจริงจังในปี 2561 อีกทั้งการได้รับการจัดสรรพื้นที่แปลงสาธารณะเพื่อทำเกษตรแปลงรวมจากหน่วยงานต่าง ๆ จึงทำให้พวกเขาต่างมีกำลังใจมากขึ้น”

“กว่าจะเปลี่ยนความคิดชาวบ้านได้ เราล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า บางครั้งก็มีการโต้แย้งบ้าง เพราะต่างคนต่างความคิด แต่เรายังสู้เพื่อหมู่บ้าน ปัจจุบันความคิดชาวบ้านเปลี่ยนไปแล้ว จากคนที่ไม่เชื่อมั่นว่าตัวเองจะทำได้ กลับเปลี่ยนความคิด มาร่วมปลูกพืชผัก จนทำให้เรารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก”

วันนี้โครงการพระราชดำริพลิกชีวิตชาวบ้านทั้ง 3 พื้นที่ต้นแบบในจ.อุดรธานี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีผู้นำที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาพื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี สร้างโอกาส สร้างความเปลี่ยนแปลง ความเชื่อมั่นให้กับชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อุดรธานี