ขยายปั๊มบี 20 ได้ 74 แห่ง เม.ย.นี้
กระทรวงพลังงานมุ่งเดินหน้าโครงการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลเกรดพิเศษ B20 มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 นำร่องในกลุ่มสิงห์รถบรรทุกก่อน โดยมีเป้าหมายว่าในเดือนมีนาคมจะมียอดใช้เพิ่มขึ้นที่ 30 ล้านลิตร และจะเพิ่มเป็น 90 ล้านลิตรต่อเดือนภายในเดือนพฤษภาคมนี้ จากมาตรการส่งเสริมที่กระทรวงพลังงานนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาอุดหนุนราคาบี 20 ให้ต่ำกว่าดีเซลปกติ (บี 7) 5 บาทต่อลิตรซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนนี้ ทางที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้ขยายโครงการนี้ออกไปอีก 2 เดือน จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2562
สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 มีฐานะกองทุนสุทธิ 31,799 ล้านบาท โดยในส่วนของบัญชีน้ำมัน 37,882 ล้านบาท แต่ในส่วนของ LPG ติดลบอยู่ 6,083 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดืยวกันของปีก่อน (25 มีนาคม 2561) ซึ่งมีฐานะกองทุนสุทธิ 32,896 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนของบัญชีน้ำมัน 31,004 ล้านบาท และส่วนของบัญชี LPG อยู่ที่ 1,892 ล้านบาท
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการและโรงกลั่นให้ความร่วมมือในการติดตั้งหัวจ่ายเพื่อจำหน่ายน้ำมันบี 20 รวม 44 แห่ง ประกอบด้วย 1. บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก 5 แห่ง และมีแผนขยายปั๊มเพิ่มเป็น 30 แห่งทั่วประเทศภายในเดือนเมษายนนี้ 2.บมจ.บางจากฯ 21 แห่ง 3.บจ.ซัสโก้ ดีลเลอร์ส 1 แห่ง 4.บมจ.ซัสโก้ 15 แห่ง 5.บจ.เชลล์แห่งประเทศไทย 1 แห่ง และ 6.บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี 1 แห่ง ซึ่งจะทำให้จำนวนสถานีบริการน้ำมันบี 20 เพิ่มเป็น 74 แห่ง ภายในเดือนเมษายนนี้
โดยมีการคาดการณ์ว่าสถานีแต่ละแห่งจะมีการใช้น้ำมันเฉลี่ยแห่งหนึ่งประมาณ 4,000 ลิตรต่อวัน คิดเป็นปริมาณการใช้ถึง 2 ล้านลิตร เป็นการกระตุ้นความต้องการใช้น้ำมันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสูงสุดของการส่งเสริมการใช้บี 20 ที่แท้จริง คือ การเพิ่มการดูดซับน้ำมันปาล์มดิบให้ได้สูงถึง 1.6 ล้านตันต่อปี ดึงซัพพลายส่วนเกินของน้ำมันปาล์มดิบออกจากตลาด ภายหลังจากเกษตรกรแห่ปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมเมื่อหลายปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันในปี 2562/2563 คาดว่าจะเพิ่มจาก 16 เป็น 17 ล้านตัน แต่ทว่าผู้ประกอบการไม่สามารถส่งออกไปได้เพราะตลาดโลกซบเซา หลังจากอียูปรับเปลี่ยนโยบายลดใช้น้ำมันปาล์มดิบ และอินเดียปรับขึ้นภาษี ดังนั้น จึงทำให้มีสต๊อกเหลือตกค้างในประเทศ 3.7 แสนตัน สูงกว่าปริมาณสต๊อกเพื่อความมั่นคงที่ควรมี 2.5 แสนตัน
ภาครัฐหวังว่าด้วยมาตรการโดยเฉพาะการกระตุ้นการใช้ B20 จะช่วยให้ราคาผลปาล์มปรับสูงขึ้น กก.ละ 3.00-3.20 บาท