ซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 17,21,28 เม.ย.- รัฐบาลเตรียมพร้อมรับประชาชนรับเสด็จฯเรือนแสน
วันที่ 1 เมษายน 2562 นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 2/2562 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเมื่อคราวประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่
1/2562 เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2562 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเสด็จพระราชดำเนินในการประชุมคณะกรรมการฯ ดังกล่าว ซึ่งในการประชุมวันนี้ไม่ได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินในการประชุม เนื่องจากเป็นการประชุมในขั้นตอนการปฏิบัติของคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆซึ่งที่ประชุมได้รับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ได้แก่
1.นายวิษณุ เครืองาม นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายจัดพิธีการงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้รายงานความคืบหน้าและการเตรียมการต่าง ๆตั้งแต่เรื่องการเผยแพร่ตราสัญลักษณ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เรื่องแนวทางการตั้งเครื่องราชสักการะการประดับตราสัญลักษณ์ฯ และธงตราสัญลักษณ์ฯ เรื่องการจัดทำเหรียญและเข็มตราสัญลักษณ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เรื่องความพร้อมการจารึกพระสุพรรณบัฏดวงพระบรมราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกร เรื่องการจัดทำน้ำอภิเษกที่จะใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเรื่องการจัดริ้วขบวนในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งมี 3 ริ้วขบวน ประกอบด้วย ริ้วขบวนเชิญพระสุพรรณบัฏ ริ้วขบวนราบใหญ่และริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพยุหยาตราทางสถลมารค
“ซึ่งจะมีการซ้อมใหญ่ในพื้นที่จริง จำนวน 3 ครั้ง ในวันที่ 17, 21 และ 28 เมษายน 2562 ซึ่งประชาชนและสื่อมวลชนสามารถรับชม
การซ้อมดังกล่าวได้ตามเส้นทางเสด็จเลียบพระนครจากพระบรมมหาราชวัง – วัดบวรนิเวศวิหาร – วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม – วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม – พระบรมมหาราชวัง ใช้เวลาในการซ้อมแต่ละครั้งประมาณ 3 ชั่วโมง และในวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 รัฐบาลได้เตรียมการเรื่องการดูแลประชาชนจำนวนเรือนแสนที่จะมารับเสด็จฯในเส้นทางเลียบพระนคร”
โดยตั้งครัวพระราชทาน จำนวน 6 จุด คอยจัดอาหารและน้ำดื่มให้บริการ จัดจิตอาสาคอยดูแลอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ และขอความร่วมมือสถานที่ราชการ หน่วยงานภาคเอกชน วัด และโรงเรียนที่อยู่ในเส้นทางเสด็จเลียบพระนครเปิดห้องสุขา รวมทั้งกรุงเทพมหานครได้จัดเตรียมรถสุขาเคลื่อนที่ไว้คอยบริการอีกด้วย
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 กองทัพเรือจะอัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์มาจอดเทียบที่ท่าราชวรดิฐ เพื่อร่วมในการพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมและจอดเทียบท่าถึงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 ในช่วงเวลาดังกล่าวประชาชนสามารถเข้าชมเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ได้ในจุดที่อนุญาต และในวันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม 2562 จะมีพิธีถวายพระพรชัยมงคลในการเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท
“นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลในนามปวงชนชาวไทยที่อยู่ในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมการเรื่องการดูแลแขกรับเชิญและประชาชนเรือนแสนที่จะมาชมพระบารมีและถวายพระพรชัยมงคล มีการติดตั้งจอ LED เป็นระยะ ๆ ตั้งแต่ถนนสนามไชยถึงท้องสนามหลวง จัดอาหารและน้ำดื่มพร้อมรถสุขาเคลื่อนที่ให้บริการประชาชนโดยประชาชนจะสวมเสื้อสีเหลืองยืนเฝ้าฯ ตลอดถนนสนามไชยถึงท้องสนามหลวงและในช่วงเย็นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้คณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศเข้าเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท นอกจากนี้ รัฐบาลจะได้จัดพิมพ์หนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จำนวน 13 รายการ”
2.พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจรงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้รายงานความพร้อมเรื่องการรักษาความปลอดภัยและการจราจรในพระราชพิธีดังกล่าว ได้แบ่งพื้นที่เป็นพื้นที่ชั้นนอกจะเป็นจุดที่ประชาชนมาขึ้นรถ Shuttle Bus เพื่อเข้าพื้นที่บริเวณงานพระราชพิธี โดยจุดนี้จะจัดสิ่งอำนวยความสะดวกบริการประชาชน เช่น ครัวพระราชทาน ห้องสุขา การตรวจสุขภาพ ฯลฯ ส่วนพื้นที่ชั้นในจะมีการตั้งจุดคัดกรองประชาชนซึ่งคณะกรรมการฯได้จัดทำแผนการรักษาความปลอดภัยและการจราจร รวมทั้งแผนด้านการแพทย์กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินซึ่งจะได้แจ้งให้ประชาชนทราบในโอกาสต่อไป
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชากำชับให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดูแลและอำนวยความสะดวกประชาชนให้ทั่วถึงและดีที่สุด รวมทั้งควรกำหนดให้มีการติดสติ๊กเกอร์ให้กับประชาชน
ที่ผ่านจุดคัดกรองเรียบร้อยแล้วด้วย
3.พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้รายงานแผนการประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยเน้นเรื่องที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชปรารภเมื่อคราวประชุมคณะกรรมการอำนวยการฯ ครั้งที่ 1/2562 เช่น เรื่องการบรรยายของพิธีกร ซี่งจะมีการจัดทำสคริปต์ล่วงหน้าและคณะอนุกรรมการ
ด้านสารัตถะและสร้างสรรค์ผลิตสื่อคอยให้คำปรึกษา ตรวจทานความถูกต้องก่อนบรรยาย โดยแบ่งผู้บรรยายเป็นเรื่อง ๆ และฝึกบรรยายขณะดูการฝึกซ้อมกับทางสำนักพระราชวัง การบรรยายในพระราชพิธีต่าง ๆ พิธีกรจะต้องระมัดระวังไม่ทำให้เสียบรรยากาศในการรับชมการถ่ายทอดสดของประชาชน
โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยทุกสถานี สถานีโทรทัศน์ Thai TV Global Network สถานีโทรทัศน์ภาคภาษาอังกฤษ NBT World สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการถ่ายทอดสดให้ผู้พิการทางสายตาและการได้ยินด้วย
4.พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการฯโดยมีการกำหนดเกณฑ์และแนวทางการพิจารณากลั่นกรองโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ขณะนี้มีส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ เสนอโครงการและกิจกรรมเข้าร่วมเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 50 – 60 โครงการ คาดว่าจะมีโครงการผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการประมาณ
ร้อยละ 70 – 80 ซึ่งเน้นจะต้องเป็นโครงการที่สำคัญและเกิดประโยชน์แก่ประชาชนและส่วนรวม
สำหรับเรื่องการขอใช้ตราสัญลักษณ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มีผู้ประสงค์ขอใช้ตราสัญลักษณ์ฯ จำนวน 432 ราย ผ่านการพิจารณาจำนวน 423 ราย และสุดท้ายเรื่องการจัดกิจกรรมมหรสพสมโภช จะจัดระหว่างวันที่ 19 – 29 พฤษภาคม 2562 โดยในส่วนกลางจัดที่ท้องสนามหลวง และในส่วนภูมิภาคจะจัดในทุกจังหวัดทั่วประเทศ กระทรวงวัฒนธรรมจะเป็นเจ้าภาพหลักในเรื่องนี้ซึ่งจะได้แจ้งรายละเอียดต่าง ๆ ให้ทราบต่อไป
5.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายกลั่นกรองการขอใช้งบประมาณงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการ โดยได้กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการขอใช้งบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
สำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้ยกร่างตัวอย่างถ้อยคำถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จำนวน 6 ข้อความ โดยจะแบ่งการใช้เป็น 2 ห้วงเวลา คือ ช่วงแรกก่อนพระราชพิธีบรมราชาภิเษกให้ใช้ 2 ข้อความ คือ ทรงพระเจริญ หรือ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ซึ่งจะมีคำลงท้ายว่า ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม และอีก 4 ข้อความให้ใช้ในห้วงหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 ช่วงบ่าย เป็นต้นไป ซึ่งจะมีคำลงท้ายว่า ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ โดยใช้ร่วมกับพระฉายาลักษณ์พระราชทาน 12 ภาพ
ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดข้อความได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี www.opm.go.th