หุ้นไทยปิดบวก วอลุ่มฯเบาบาง โบรกฯ ชี้จับตาเจรจาการค้า-ประกาศงบแบงก์ Q1
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันที่ 5 เม.ย.62 ปิดตลาดที่ดัชนี 1,646.18 จุด เพิ่มขึ้น 1.96 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.12% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 26,998.94 ล้านบาท โดยภาพรวมของดัชนีวันนี้แกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบ และมีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง เนื่องจากเข้าใกล้ช่วงวันหยุดยาวในประเทศ (สงกรานต์) และวันหยุดยาวในต่างประเทศ เช่น จีน ฮ่องกง และไต้หวัน (เช็งเม้ง) อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยังไร้ปัจจัยใหม่เข้ามากระทบ ส่งผลให้ดัชนียังแกว่งตัวในกรอบแคบ
ขณะที่ปัจจัยแวดล้อมต่างประเทศ คือ การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอาจเป็นปัจจัยหนุน แต่ยังคงต้องติดตามความชัดเจน 1 เดือนหลังจากนี้ว่าจะมีการทำข้อตกลงสุดท้าย ส่วนกรณีสหราชอาณาจักรจะถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน หลังจากใกล้ที่จะครบกำหนดในวันที่ 12 เม.ย.62 นี้ โดยมีแนวโน้มอาจเป็นการแยกตัวออกโดยไร้ข้อตกลง (No Deal) ซึ่งอาจส่งผลให้ภาพรวมจองเศรษฐกิจยุโรปหดตัวลง
จากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ จึงประเมินว่าปริมาณการซื้อขายของสัปดาห์หน้า (วันทำการ 9-12 เม.ย.62) อาจยังคงเบาบาง โดยคาดว่าปริมาณการซื้อขายจะสามารถปรับเพิ่มขึ้นหลังผ่านช่วงวันหยุดสงกรานต์ไปได้ ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทจดทะเบียน นำโดยกลุ่มธนาคารเริ่มประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/62 ออกมา โดยมองกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีในสัปดาห์หน้าไว้ที่แนวรับ 1,630 จุด และแนวต้านที่ 1,655 จุด
ด้านกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้แนะนำ “ย่อตั้งรับ” แต่ไม่แนะนำให้ไล่ซื้อตามราคา โดยแนะนำหุ้นกลุ่มที่ปลอดภัย (Defensive) ได้แก่ กลุ่มค้าปลีกแนะนำซื้อ CPALL และ BJC, กลุ่มโรงพยาบาลแนะนำซื้อ BH โดยราคาหุ้นปัจจุบันมีการย่อตัวลงมาเหมาะที่จะตั้งรับได้ และกลุ่มโรงไฟฟ้าแนะนำซื้อ BPP รวมถึงแนะนำกลุ่มที่อิงกับปัจจัยต่างประเทศ (Global Play) ด้วยเช่นกัน คือ PTTEP