เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาเสนอขายน้ำมันรัสเซียพุ่งสูงขึ้น หลังจีนจำใจซื้อเพราะไร้ตัวเลือก
World ราคาเสนอขายน้ำมันรัสเซียพุ่งสูงขึ้น หลังจีนจำใจซื้อเพราะไร้ตัวเลือก
แซมมี่-ชนิตา Mrs. World 2025 พาชุดไทยและสินค้า GI อวดบนเวทีอเมริกา
Biz Movement แซมมี่-ชนิตา Mrs. World 2025 พาชุดไทยและสินค้า GI อวดบนเวทีอเมริกา
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,300 บาท
ธปท. ผนึก 11 หน่วยงาน ต้านธุรกรรมผิดกฎหมาย เร่งปราบทุนเทา เงินคอร์รัปชั่น
Finance ธปท. ผนึก 11 หน่วยงาน ต้านธุรกรรมผิดกฎหมาย เร่งปราบทุนเทา เงินคอร์รัปชั่น
เปิดภารกิจ ‘ท็อปกัน’ ปฏิบัติการ ‘ฟัน’ สินค้าไร้มาตรฐาน
Economic เปิดภารกิจ ‘ท็อปกัน’ ปฏิบัติการ ‘ฟัน’ สินค้าไร้มาตรฐาน
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนเวียดนามครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ 2 ประเทศ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนเวียดนามครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ 2 ประเทศ
EEC จีบซินเจียงเปิดบินตรง ‘อู่ตะเภา-อุรุมชี’ ดันไทยฮับ Air Cargo เชื่อมยุโรป
Economic EEC จีบซินเจียงเปิดบินตรง ‘อู่ตะเภา-อุรุมชี’ ดันไทยฮับ Air Cargo เชื่อมยุโรป
เมื่อโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความท้าทายครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจศตวรรษที่ 21
Columns เมื่อโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความท้าทายครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจศตวรรษที่ 21
บาฟส์ แจงน้ำมันปนเปื้อนในท่อระบายน้ำของกรุงเทพฯ เร่งหาสาเหตุ
Economic บาฟส์ แจงน้ำมันปนเปื้อนในท่อระบายน้ำของกรุงเทพฯ เร่งหาสาเหตุ
นักวิจัย Anthropic ลาออกกะทันหัน พร้อมคำเตือนน่าขนลุก ‘AI อาจฆ่าเราทุกคน’
Tech นักวิจัย Anthropic ลาออกกะทันหัน พร้อมคำเตือนน่าขนลุก ‘AI อาจฆ่าเราทุกคน’
ดูทั้งหมด

ปริศนา “เอ็กซอน” ดันยอด BOI สหรัฐแซงญี่ปุ่นลงทุนสูงสุด

18 เม.ย. 2562 | 14:40น.

โรดโชว์ของรัฐบาลมุ่งชักจูงนักลงทุนญี่ปุ่น จีน และเกาหลี เป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้ได้เป้ายอดบรรลุขอรับส่งเสริมการลงทุนที่ตั้งไว้ 720,000 ล้านบาท แต่เป็นที่น่าจับตามองว่าตัวเลขเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ที่ไหลเข้ามาในไทย กลับเป็น “สหรัฐอเมริกา” ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 เหนือกว่าญี่ปุ่น จีน และเกาหลี และยอดเม็ดเงินดังกล่าวเป็นแรงผลักดันให้ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนของไทยทะยานไปแตะที่ 901,770 ล้านบาท ทะลุเป้าหมายไปในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2561

สหรัฐแซงญี่ปุ่น-จีน ขึ้นที่ 1

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รายงานสถิติการยื่นขอส่งเสริมโครงการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ในปี 2561 ว่า มีโครงการยื่นขอส่งเสริมจำนวน 1,040 โครงการ เพิ่มขึ้น 17% มูลค่าเงินลงทุน 582,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102% เป็นที่น่าสังเกตว่า ในแง่เม็ดเงินลงทุน “สหรัฐอเมริกา” มูลค่าอยู่ที่ 333,955 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,568% จากช่วงเดียวกันของปี 2560 มูลค่าอยู่ที่ 20,022 ล้านบาทเท่านั้น ทำให้สหรัฐขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แซงญี่ปุ่นที่เคยเป็นเบอร์ 1 มาตลอด แต่ในแง่ยอดจำนวนโครงการที่ขอรับการส่งเสริมของสหรัฐ มี 38 โครงการ เพิ่มขึ้น 5 โครงการจากปีก่อนที่มี 33 โครงการน้อยมาก หากเทียบกับญี่ปุ่นที่มีจำนวนโครงการที่ขอส่งเสริม 334 โครงการ เพิ่มขึ้น 78 โครงการจากปี 2560 สะท้อนภาพว่านักลงทุนสหรัฐที่กระโดดเข้ามาลงทุนในไทยนั้นน่าจะเป็นนักลงทุนในโครงการขนาดใหญ่

“เอ็กซอนฯ” ดันลงทุน

ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า นักลงทุนรายใหญ่จากสหรัฐ ที่มาช่วยกระตุ้นยอดการลงทุนของไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2561 น่าจะเป็น “บริษัท เอ็กซอนโมบิล คอร์ปอเรชั่น” เนื่องจากเป็นบริษัทที่แสดงความสนใจที่จะขยายการลงทุนตั้งโรงงานปิโตรเคมีส่วนต่อขยายกำลังผลิต 1.74 แสนบาร์เรล/วัน ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ด้วยมูลค่าที่คาดการณ์กันเบื้องต้นว่าจะเป็นงบฯลงทุนที่สูงถึง 1.6-2 แสนล้านบาท แต่ทว่าโครงการดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุป เรื่อง “พื้นที่” ด้วยเหตุที่พื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมอีอีซีทั้งมาบตาพุด และแหลมฉบังเต็มหมด ประเด็นนี้ทำให้เอ็กซอนฯยื่นขอให้รัฐบาลไทยถมทะเล

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า รัฐบาลยังคงใช้เวลาในการหารือเรื่องการถมทะเลเพื่อให้กับเอ็กซอนฯ และเอ็กซอนฯน่าจะถอยข้อเสนอนี้ เพราะการขอถมทะเล เป็นเรื่องที่ “ทำได้ แต่ทำยาก” การดำเนินการจำเป็นต้องจัดทำผลศึกษารายงานวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม/และต่อสุขภาพ (EIA/EHIA) ซึ่งเป็นด่านหินที่จะต้องประชาพิจารณ์คนในพื้นที่ และมีแนวโน้มว่าจะไม่ผ่านแน่นอน เพราะการถมทะเลไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรให้ในพื้นที่เลย

ขณะเดียวกันโครงการส่วนขยายซึ่งโรงกลั่นไม่ใช่อุตสาหกรรมเป้าหมาย S-curve ไม่ใช่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง แต่อย่างไรก็ตาม เอ็กซอนฯจะยังไม่ยอมถอยการลงทุนครั้งนี้ไปง่าย ๆ และยังคงให้รัฐบาลไทยหาพื้นที่ ทะเล 1,000 ไร่ใหม่ให้ได้ ขณะที่รัฐบาลเองก็ต้องการเอ็กซอนฯ เพราะเม็ดเงินลงทุนสูงมาก

เร่งเครื่องขอรับส่งเสริม BOI

ต่อประเด็นนี้ นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า เป็นที่รู้กันว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของทุกปี (ต.ค.-ธ.ค.) โครงการขนาดใหญ่ยื่นขอรับการส่งเสริมเข้ามา บวกกับมาตรการส่งเสริมบางมาตรการที่จะหมดลง ทำให้นักลงทุนตัดสินใจที่จะยื่นบีโอไอ จึงไม่แปลกที่ทุก ๆ ปลายปีจะเห็นเม็ดเงินเข้ามา

ส่วนประเด็นที่ว่าเม็ดเงินลงทุนจากสหรัฐที่ยื่นมาปลายปี 2561 น้ำหนักมาจาก “บริษัท เอ็กซอนโมบิล คอร์ปอเรชั่น” ตามที่หลายคนคาดเดาหรือไม่ ทางบีโอไอยังไม่สามารถเปิดเผยได้

กนอ.ขอเวลา 6 เดือน

อย่างไรก็ตาม หลังจากเอ็กซอนฯเดินเข้าหารัฐบาลไทยโดยตรง และเจรจาเพื่อขอให้หาพื้นที่ใน EEC เพื่อจะขยายโรงกลั่นนั้น “นางสาวสมจิณณ์ พิลึก” ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวถึงเรื่องนี้ไปในทิศทางที่มีความเป็นไปได้สูงว่า การถมทะเล เนื่องจากอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรม ดังนั้นจึงมีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ ซึ่งได้ขอใช้เวลา 6 เดือนนับจากปลายปีที่แล้ว เพื่อดูภาพรวมการลงทุนทั้งหมด เงินลงทุน และเพื่อให้แน่ใจว่าโครงการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม หากทั้งหมดศึกษาแล้วเป็นไปได้ก็สามารถถมทะเลได้

ขณะนี้ผ่านมาครึ่งทาง กนอ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงศึกษาเรื่องดังกล่าวไม่เสร็จ หากถามว่าเอ็กซอนฯถอย การลงทุนครั้งนี้หรือไม่นั้นตอบว่า ไม่ หากไม่สามารถถมทะเลได้ก็จะต้องหาพื้นที่อื่นให้เพื่อลงทุนในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม การจะพิจารณาให้เอ็กซอนฯลงทุนโดยใช้พื้นที่ถมทะเลที่แหลมฉบังหรือไม่นั้น อยู่ที่การตัดสินใจของรัฐบาล ซึ่งหากไม่ทันรัฐบาลนี้ ก็สามารถให้รัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศพิจารณาต่อไปได้ทันที

ลุยจีบญี่ปุ่น-จีน

ขณะที่ฝั่งนักลงทุนญี่ปุ่นจากที่เคยครองแชมป์การครองอันดับ 1 การลงทุนในประเทศไทยมาโดยตลอด ด้วยความเชี่ยวชาญการลงทุนในต่างประเทศ และความสัมพันธ์ด้านการลงทุนที่มีต่อไทยมายาวนานถึง 30 ปี ความร่วมมือพัฒนาประเทศไปพร้อมกัน และแม้ว่าจะมียอดขอรับส่งเสริมการลงทุนเป็นจำนวนโครงการสูงที่สุดก็ตาม บวกกับการเดินทางไปโรดโชว์ของคณะรองนายกรัฐมนตรีหลายครั้ง ที่ขนกระทรวงเศรษฐกิจหลักอย่าง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ บีโอไอ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และอีกหลายหน่วยงานเดินทางไปด้วยก็ตาม แต่นั่นก็ยังแพ้เรื่องมูลค่าโครงการจากสหรัฐไปโดยปริยาย

เช่นเดียวกันกับจีน ที่นับเป็นประเทศสำคัญไม่แพ้กัน ด้วยรัฐบาลต่างมีความสัมพันธ์อันดี และจีนมีเทคโนโลยี เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้าง รวมถึงการย้ายฐานการผลิตมาที่ไทยเพื่อหนีสงครามการค้ากับสหรัฐ ทำให้การลงทุนของจีนขยับขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่การขยับขึ้นทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าก็ยังคงทำให้จีนอยู่ที่อันดับ 3 เช่นเดิม แต่ยอดโครงการขอรับการส่งเสริมเพิ่มขึ้นจาก 87 โครงการเป็น 131 โครงการ และเม็ดเงินลงทุนเพิ่มขึ้นจาก 27,514 เป็น 55,475 ล้านบาท นับว่าเป็นตัวเลขการเติบโตที่น่าสนใจ

ทั้งนี้ จากปัจจัย “สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ” ที่ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ สหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากจีนมูลค่าแสนล้านเหรียญสหรัฐ เป็นแรงผลักดันที่ทำให้ “นักลงทุนจีน” หันมามองอาเซียน รวมถึงไทย เพื่อใช้เป็นฐานการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปสหรัฐ ประเด็นนี้ส่งผลดีกับผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมหลายรายที่มุ่งเป้าหมายดึงดูดนักลงทุนจีน ทั้งกลุ่มอมตะ ซี.พี. WHA และยังส่งผลดีต่อราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์รอบ ๆ นิคมด้วย

ด้วยปัจจัยเหล่านี้ บีโอไอจึงคาดการณ์ว่ายอดขอรับส่งเสริมทั้งปี 2562 จะมีมูลค่า 750,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30,000 ล้านบาทจากปีก่อน แต่จะมีปรากฏการณ์ที่สร้างนิวไฮการลงทุนทะลุเป้าหมายอีกครั้งหรือไม่

คงต้องลุ้นว่ารัฐบาลใหม่จะมีกลยุทธ์ดึงดูดการลงทุนต่อเนื่องอย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ญี่ปุ่น บีโอไอ BOI สหรัฐ