เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
News พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.09% อยู่ที่ 77,254 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.09% อยู่ที่ 77,254 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
ดูทั้งหมด

ความเหลื่อมล้ำในเอเชีย “วิกฤต” “สิงคโปร์-อินเดีย” ล้มเหลวไม่เป็นท่า

09 พ.ค. 2562 | 11:58น.

ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ที่มุ่งมั่นพัฒนาประเทศและพยายามมีบทบาทในเศรษฐกิจโลกมากขึ้น ขณะที่ช่องว่างแห่งความไม่เท่าเทียมระหว่างคนจนกับคนรวยก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นตามในทุก ๆ ปี “ออกซ์แฟม” (Oxfam) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของอังกฤษ ได้มีการจัดทำรายงานความเหลื่อมล้ำทั่วโลก โดยในปี 2017 ที่จำนวนมหาเศรษฐีเอเชียพุ่งสูง นายมุสตาฟา ทัลปูร์ หัวหน้าโครงการด้านความไม่เท่าเทียมทางรายได้ ประจำเอเชียของออกซ์แฟม กล่าวว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำหรือความไม่เท่าเทียมระหว่างคนจนกับคนรวยในภูมิภาคเอเชียเริ่มปรากฏมากขึ้นเรื่อย ๆ

ส่วนหนึ่งมาจากประชากรระดับ “มหาเศรษฐี” ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่เพิ่มขึ้นราว 29.2% ด้วยจำนวน 784 คน เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และแซงหน้าทวีปอเมริกาเหนือเป็นครั้งแรก โดยมหาเศรษฐีในอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้น 727 คน หรือ 11.2% โดยจำนวนมหาเศรษฐีในเอเชีย-แปซิฟิก ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีน ฮ่องกง อินเดีย เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย

ทั้งนี้ รายงานการสำรวจความเหลื่อมล้ำของโลกฉบับล่าสุด ประจำปี 2018 ของออกซ์แฟมบ่งชี้ว่า ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในหลายประเทศเอเชียกำลังอยู่ในระดับ “วิกฤต” ขณะที่จำนวนประชากรเศรษฐีที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ปัญหาความเหลื่อมล้ำทั่วโลกก็กำลังขยายตัวมากขึ้น โดยประชากรร่ำรวยทั่วโลกราว 1% เป็นเจ้าของทรัพย์สินกว่า 45% ทั่วโลก

“สิงคโปร์และอินเดีย” ถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ แต่พบว่าความพยายามแก้ไขปัญหาลดความเหลื่อมล้ำภายในประเทศได้แย่ที่สุด จากทั้งหมด 157 ประเทศทั่วโลกที่สำรวจโดย “สิงคโปร์” ติด 1 ใน 10 ประเทศรั้งท้ายที่มีผลงานลดความเหลื่อมล้ำแย่ที่สุด โดยอยู่อันดับที่ 149 ส่วน “อินเดีย” อยู่อันดับที่ 147 โดยความพยายามแก้ปัญหาของรัฐบาลทั้งสองอยู่ในลำดับใกล้เคียงกับประเทศกำลังพัฒนา อย่างเช่น สปป.ลาว บังกลาเทศ และมาดากัสการ์

“วินนี ไบยานิมา” ผู้อำนวยการออกซ์แฟม กล่าวว่า สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่กลับล้มเหลวในการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพราะสิงคโปร์ไม่มีการประกันรายได้ค่าแรงขั้นต่ำ เหมือนกับประเทศพัฒนาอื่น รวมไปถึงนโยบายเรื่องสิทธิแรงงานระหว่างชายและหญิงที่มีความเหลื่อมล้ำสูงมาก เช่น แรงงานชายจะมีโอกาสได้รับการปรับขึ้นค่าแรงเร็วกว่าแรงงานหญิง เป็นต้น

โดยรัฐบาลสิงคโปร์ใช้งบประมาณเพียง 39% สำหรับการใช้จ่ายทางด้านการศึกษา สาธารณสุข และการสร้างความปลอดภัยในสังคม (เกาหลีใต้และไทยใช้จ่ายในส่วนนี้ 50%) ขณะที่ สปป.ลาว ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 150 รัฐบาลได้ใช้งบประมาณในด้านการศึกษาและสาธารณสุขราว 30% เท่านั้น

ผู้อำนวยการออกซ์แฟมกล่าวเพิ่มว่า รัฐบาลสิงคโปร์มีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ต้องการยกระดับประเทศสู่ “สมาร์ทซิตี้” ชาติที่ก้าวล้ำทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ จนทำให้ถูกวิจารณ์ว่า “เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจ มากกว่าสิทธิมนุษยชน” นอกจากนี้ มหาเศรษฐีที่มีรายได้หลายพันล้านในหลายประเทศ และหนึ่งในนั้นคือ สิงคโปร์ พยายามหลีกเลี่ยงภาษี

“เด็กหลายคนตายจากโรคที่สามารถป้องกันได้ เพราะขาดแคลนงบประมาณด้านสาธารณสุขที่เพียงพอ ขณะที่บริษัทใหญ่ ๆ และมหาเศรษฐีจำนวนมากกลับเลือกที่จะหลีกเลี่ยงภาษี เพราะประโยชน์ส่วนตน” ไบยานิมากล่าว

ขณะที่ “อินเดีย” เป็นอีกประเทศที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่ง แต่ก็ล้มเหลวในการกระจายความมั่งคั่ง และแม้ว่าหนึ่งในแคมเปญหาเสียงหลัก ๆ ของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ก็คือ จัดการกับความยากจน รวมไปถึงคู่แข่งทางการเมืองที่ชูโรงการแก้ไขปัญหาความยากจนเป็นนโยบายหลักด้วยเช่นกัน

ลำดับที่ 147 ของการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของอินเดียสะท้อนได้ว่า รัฐบาลไม่สามารถจัดการปัญหาใหญ่นี้ได้ โดยอินเดียใช้งบประมาณสำหรับการศึกษา สาธารณสุข และความปลอดภัยทางสังคมต่ำมาก เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร 1.3 พันล้านคน ขณะเดียวกัน อินเดียไม่มีกฎหมายและนโยบายที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงานหญิง โดยเฉพาะกฎหมายข่มขืนที่ยังอ่อนแอ

สำหรับประเทศที่มีความกระตือรือร้นในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ดีที่สุดในเอเชีย ได้แก่ เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย เนื่องด้วย “อินโดนีเซีย” ได้มีการปรับค่าแรงขั้นต่ำ พยายามสร้างความเท่าเทียมภายในประเทศอย่างจริงจัง ทั้งยังเพิ่มงบประมาณด้านสาธารณสุข และจัดทำสวัสดิการแห่งรัฐในการช่วยเหลือด้านรายได้แก่ประชาชน

ส่วน “เกาหลีใต้” ได้รับความชื่นชมจากการที่รัฐบาลปรับเพิ่มขึ้นค่าแรงขั้นต่ำถึง 16.4% ในปี 2018 รวมถึงเพิ่มงบประมาณทางด้านการศึกษา และสาธารณสุขมากขึ้น อีก 6%หากเทียบดัชนีความเหลื่อมล้ำทั่วโลก “เดนมาร์ก” ซึ่งอยู่อันดับ 1 เป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำต่ำที่สุดในโลก ได้รับการยกย่องว่า มีนโยบายการจัดเก็บภาษีที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก รวมถึงนโยบายที่มีต่อแรงงาน และการปกป้องผู้หญิงในสังคมการทำงานที่ดีที่สุดในโลก รวมไปถึงความโดดเด่นทางด้านงบประมาณการศึกษา และสาธารณสุข ที่มีมากถึง 65%

“ออกซ์แฟม” เตือนว่า ไม่ใช่แค่ประเทศในเอเชียที่ล้มเหลวในการลดความเหลื่อมล้ำ การจัดทำแผนพัฒนาเพื่ออุดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำโดยเน้นที่นโยบายการจัดเก็บภาษีแบบก้าวหน้า เพิ่มมาตรการลดภาษีต่าง ๆ อย่างเท่าเทียม ให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิมนุษยชน และกระจายงบประมาณเพื่อพัฒนาประเทศอย่างรอบด้าน จะช่วยให้หลุดพ้นจากวิกฤตแห่งความไม่เท่าเทียมได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สิงคโปร์ อินเดีย