เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

แผนลงทุนรัฐแสนล้านป่วน เลื่อนเซ็นสัญญาประมูลถึงกลางปี’63

04 ก.ค. 2562 | 15:35น.
งบฯปี’63 สะดุด ทำแผนลงทุนรัฐป่วน เมกะโปรเจ็กต์-โครงการพันล้านขึ้นค้างเติ่ง คมนาคมมึน รถไฟฟ้าสายสีส้ม-มอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ ติดเพดานกู้กฎหมายวินัยการเงินการคลังฉบับใหม่ ลุ้นสำนักงบประมาณปลดล็อก หวั่นมาตรการประกัน “ข้าว-ยาง-ปาล์ม” แสนล้านเคว้ง กรมการค้าภายในทำแผนรักษาเสถียรภาพราคารอชง รมต.พาณิชย์ล่วงหน้า

การจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้า และกว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จะผ่านสภาประกาศใช้เป็นกฎหมาย จะล่าช้ากว่าปกติ 4 เดือน จากทุกปีมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ก่อให้เกิดความวิตกกังวลในวงกว้างทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพราะนอกจากจะส่งผลกระทบทำให้การจัดซื้อจัดจ้าง และการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ล่าช้าออกไปแล้ว จะกระทบการป้องกันแก้ไขปัญหาสำคัญหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอุดหนุนช่วยเหลือสินค้าเกษตรซึ่งประสบปัญหาราคาตกต่ำต่อเนื่อง

กระทบประมูลงานคมนาคม

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระทรวงยื่นคำเสนอขอจัดสรรงบประมาณปี 2563 ประมาณ 4.2 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดใหญ่ อย่างรถไฟทางคู่ ถนนเชื่อมโยงพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงบประมาณ ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะได้รับจัดสรรเท่าไหร่และโครงการไหนบ้าง ต้องรอรัฐบาลใหม่แถลงนโยบาย และเป็นไปได้สูงที่อาจถูกรื้อใหม่

ผลจากงบประมาณปี 2563 จะบังคับใช้ล่าช้า 3 เดือน จะกระทบการลงทุนโครงการใหม่ทำให้การเปิดประมูลล่าช้า แต่โครงการเก่าที่ผูกพันมาจากปี 2562 ซึ่งในปี 2563 มีงบฯผูกพัน 87,945 ล้านบาท สำนักงบฯแจ้งว่าจะจัดสรรให้ได้ 50%

สีส้ม-มอเตอร์เวย์ติดเพดานหนี้ 

นอกจากนี้ โครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่จะขอจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อหนี้ผูกพันระยะยาว ยังติดกรอบเพดาน พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฉบับใหม่ ซึ่งในปี 2562 เต็มเพดาน เนื่องจากโครงการรถไฟไทย-จีน และรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จองผูกพันงบประมาณไว้เต็มเพดานแล้ว ทำให้ 2 โครงการไม่สามารถเปิดประมูลได้ คือ มอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ วงเงินลงทุน 79,006 ล้านบาท และรถไฟฟ้าสายสีส้ม เงินลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท ต้องรองบประมาณปีถัดไป ทำให้เมกะโปรเจ็กต์ 2 โครงการนี้เปิดประมูลได้ล่าช้าตามไปด้วย

ลากเซ็นสัญญาถนนถึง มิ.ย. 63

แหล่งข่าวจากกรมทางหลวงเปิดเผยในทำนองเดียวกันว่า กรมมีงบฯลงทุนโครงการใหม่เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท ไม่รู้ว่าปี 2563 จะได้รับจัดสรรเท่าเดิมหรือมากกว่า และปกติจะเริ่มประมูลงานโครงการใหม่ตั้งแต่เดือน ส.ค.-ธ.ค. สำหรับโครงการขนาดเล็ก ให้เบิกจ่ายได้ทัน 1 ต.ค. ให้เม็ดเงินที่เบิกจ่าย 15% เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ส่วนโครงการใหญ่ต้องขอนุมัติจาก ครม.ภายในเดือน มี.ค. 2563

“บางโครงการเป็นขนาดใหญ่เกิน 1,000 ล้านบาท จะล่าช้าจากเดิมที่ต้องเซ็นให้หมดเดือน มี.ค. เลื่อนเป็นกลางเดือน มิ.ย. 63”

เช่นเดียวกับที่แหล่งข่าวจากกรมทางหลวงชนบทระบุว่า ได้ยื่นเสนอของบฯปี”63 ประมาณ 5.8 หมื่นล้านบาท แต่คาดว่าจะได้รับจัดสรรใกล้เคียงปี”62 ที่ 4.7 หมื่นล้านบาท ยังไม่รู้ว่าจะถูกรื้อใหม่หรือไม่ หลังงบฯปี”63 ล่าช้า 3 เดือน จะกระทบต่อแผนประมูลงานใหม่ของกรมที่มีอยู่เฉลี่ยปีละ 3.9 หมื่นล้านบาท จากเดิมเดือน ส.ค.-ธ.ค.จะประมูลและเซ็นสัญญางานขนาดเล็กให้หมด ส่วนงานขนาดใหญ่จะไม่เกินเดือน มี.ค.เช่นเดียวกัน

ไฮสปีดแย่งงบฯสีส้ม-มอเตอร์เวย์ 

แหล่งข่าวจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้รถไฟฟ้าสายสีส้มที่ รฟม.จะเปิดประมูล PPP net cost ระยะเวลา 30 ปี มูลค่า 128,000 ล้านบาท ให้เอกชนลงทุนก่อสร้างงานช่วงตะวันตกจากศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ ระยะทาง 16.4 กม. วงเงิน 96,000 ล้านบาท และงานเดินรถตลอดเส้นทางจากบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี 36 กม. วงเงินลงทุนงานระบบ 32,000 ล้านบาท ซึ่งผ่านบอร์ด PPP เดือน ม.ค. 2562 อยู่ระหว่างรอเสนอ ครม.อนุมัติเปิดประมูล อาจล่าช้าเนื่องจากติดเพดาน พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง แต่กระทรวงการคลังแจ้งว่าได้ขยายเพดานให้แล้ว และอยู่ระหว่างหาช่องทางจะจัดสรรงบฯให้

ให้เริ่มจัดซื้อจัดจ้างล่วงหน้า

นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า แม้งบฯปี 2563 จะล่าช้า แต่คาดว่าปลายเดือน พ.ย. การพิจารณาน่าจะเข้าสู่วาระ 2 สำนักงบฯจะทำหนังสือเวียนแจ้งให้ทุกส่วนราชการเตรียมการจัดซื้อจัดจ้างไว้ล่วงหน้าเช่นเดียวกัน ตั้งแต่การตั้งคณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงาน (ทีโออาร์) การคัดเลือกผู้ประกวดราคา ยกเว้นแต่การลงนามในสัญญางบฯปี”63 ทุกโครงการต้องพร้อม

“ตอนนี้ผมให้ทุกหน่วยงานเสนอโครงการที่มีความพร้อม ก่อสร้างถนนหนทาง หรือโครงการที่ต้องเข้าพื้นที่ จะต้องมีหนังสือที่คนในพื้นที่เซ็นยินยอมแนบคำของบประมาณมาด้วย ซึ่งคิดว่าน่าจะมีความพร้อมถึง 90%”

ส่วนงบฯเหลื่อมปีที่จะสามารถเบิกจ่ายได้ในช่วงที่งบฯปี 2563 ล่าช้า ทุกส่วนราชการยังสามารถทำสัญญาก่อหนี้ผูกพันได้จนถึงสิ้นเดือน ก.ย. 2562มีวงเงินเหลือให้กู้เมกะโปรเจ็กต์

สำหรับเพดานการก่อหนี้ผูกพันที่มีการขยายกรอบจากเดิมไม่เกิน 5% เป็น 8% นั้น ทำให้เพดานวงเงินที่ก่อหนี้ได้ในแต่ละปีงบประมาณขยายจากราว 1.5 แสนล้านบาท เป็น 2.4 แสนล้านบาท แม้นับรวมโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินแล้ว ก็ยังมีวงเงินเหลืออีกราว 9 หมื่นล้านบาท หากจะทำสายสีส้มน่าจะเพียงพอ แต่ถ้าไม่พร้อมก็ไปเริ่มปีงบประมาณหน้า

TDRI ชี้ไม่กระทบความเชื่อมั่น

รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า แน่นอนว่าการเบิกจ่ายงบฯปี 2563 จะล่าช้าไป 1 ไตรมาส ถึงปลายไตรมาส 1 ปี 2563 ส่วนที่จะกระทบจะเป็นงบฯลงทุนของภาครัฐ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าด้วยการเร่งรัดการลงนามสัญญาโครงการลงทุนขนาดใหญ่ต่าง ๆ ไปก่อน ไม่ให้สะดุด แต่มีบางโครงการอาจต้องชะลอออกไป

ชง นบข.รับมือผลผลิตข้าว

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เบิกจ่ายงบประมาณปี 2562 ได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ 77% ณ เดือน มิ.ย. 2562 ส่วนกรณีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปีล่าช้าจากปกตินั้น ตามหลักระเบียบปฏิบัติ หากแผนงานใดเป็นค่าใช้จ่ายปกติ หรืองานต่อเนื่อง สามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยใช้งบฯที่ผูกพันไว้

ส่วนงบประมาณในการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะสินค้าที่ผลผลิตจะออกมาช่วงครึ่งปีหลัง เช่น ข้าวเปลือกนาปี 2563/2564 กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (นบข.) ต้องเสนอแผนขอรับจัดสรรงบประมาณประจำปี 2563 ก่อนสิ้นปีงบประมาณปกติ หรือราวเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ผลผลิตข้าวนาปีจะออกสู่ตลาด

ลุ้นผลผลิตน้อยดันราคาขึ้น

“ส่วน รมว.ใหม่จะพิจารณาทบทวนและปรับเปลี่ยนหรือไม่นั้นมองว่า ถ้าแผนที่เสนอไว้คัฟเวอร์วิธีการปฏิบัติ ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลใดจะเข้ามาและจะใช้วิธีการใดก็คงไม่ถึงกับรื้อใหม่ เพราะถ้านับ 1 ใหม่จะช้า แค่เขียนเพิ่มไปว่าจะรักษาเสถียรภาพราคาด้วยวิธีการใด เช่น ให้เกษตรกรชะลอการเก็บเกี่ยวข้าว เป็นต้น ซึ่งไม่ส่งผลกระทบการดำเนินมาตรการ และรัฐบาลใหม่สานต่อได้ทัน ที่สำคัญ ปริมาณข้าวปีนี้อาจมีน้อยมากจากภาวะฝนทิ้งช่วง จนทำให้ราคาข้าวขยับขึ้น และภาครัฐไม่ต้องเข้าไปกำหนดมาตรการดูแลก็เป็นได้”

ชงอุ้มสินค้าเกษตร-ค่าครองชีพ

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า แม้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณล่าช้า แต่กระทรวงพาณิชย์ยังดำเนินกิจกรรมตามแผนงานได้ต่อเนื่อง ไม่กระทบ สำหรับแผนการดำเนินงานภายใต้งบฯปี”62 (กระทรวงพาณิชย์ได้รับจัดสรรงบฯ 6,337 ล้านบาท) อาจไม่จัดกิจกรรมใหญ่ แต่ปรับให้ทำงานไปได้ภายใต้งบประมาณที่มีอยู่ ขณะที่นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงแผนการดำเนินมาตรการช่วยเหลือรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร และการช่วยเหลือค่าครองชีพว่า ยังดำเนินการตามนโยบายโดยไม่ต้องใช้งบฯ แต่ช่วยเหลือด้วยการลดการจ่ายเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพลิงเพื่อส่งเสริมการใช้ปาล์มในการผลิตน้ำมันดีเซลเกรดพิเศษ B20 อัตราลิตรละ 5 บาท ขณะนี้จำหน่ายอยู่ที่วันละ 15 ล้านลิตร

ส่วนมาตรการสำหรับสินค้าเกษตรอื่น ๆ เตรียมเสนอแผนต่อ รมว.พาณิชย์ คนใหม่ สำหรับการจัดกิจกรรมช่วยเหลือค่าครองชีพ เช่น มหกรรมธงฟ้าประชารัฐ จะปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับงบฯที่มี อาจลดขนาดและกระจายไปยังพื้นที่เขต/อำเภอมากขึ้น

ประกันข้าว-ยาง-ปาล์มแสนล้าน

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า หากโฉมหน้ารัฐบาลใหม่เป็นไปตามกระแสข่าวที่ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯ จะแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำด้วยการประกันราคาพบว่า พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายประกันราคาข้าวที่ 10,000 บาท/ตัน จากปัจจุบันราคาตลาดอยู่ที่ 7,500-7,800 บาท/ตัน ผลผลิตรวม 8-10 ล้านตัน คาดว่าต้องใช้เงินงบประมาณ 16,000-20,000 ล้านบาทยางพารา ประกันราคาที่ 60 บาท/กก. ราคาตลาดปัจจุบัน 51.50 บาท/กก. ผลผลิต 4.4-4.6 ล้านตัน ใช้เงิน 38,250-39,100 ล้านบาท ประกันราคาปาล์มน้ำมันที่ 10 บาท/กก. ราคาตลาดปัจจุบัน 3.80-4.00 บาท/กก. ผลผลิต (สต๊อก) 3 ล้านตัน บวกผลผลิตปี”63-64 อีก 15 ล้านตัน คาดว่าต้องใช้เงินงบฯ 90,000-93,000 ล้านบาท รวมงบฯอุดหนุนทั้งหมด 155,650-170,700 ล้านบาทจึงต้องจับตาดูว่านโยบายประกันราคาสินค้าเกษตรจะถูกบรรจุเป็นนโยบายรัฐบาล หรือไม่ รวมทั้งใช้เงินงบประมาณจากแหล่งใด

คลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่…ดึงเงินคงคลัง 6 แสนล้านเบิกจ่าย รับมืองบฯปี’63 ล่าช้า-กู้ชดเชยขาดดุลไม่ได้

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!