นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวถึง โครงการช่วยเหลือชาวเกษตรกร ในการกระจายผลผลิตทางการเกษตร โดยกรมท่าอากาศยาน ได้ร่วมลงนาม MOU การบริหารจัดการด้านการตลาดเพื่อรองรับผลไม้ ปี 2562 กับกรมการค้าภายใน และหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และสายการบินต่างๆ ในการช่วยเหลือชาวเกษตรกร
โดยการเชื่อมโยงการกระจายผลไม้ออกนอกแหล่งผลิตไปยังตลาดปลายทางโดยเร็ว และรณรงค์เพิ่มการบริโภคผลไม้ไทยโดยเฉพาะในช่วงมังคุด เงาะ ลองกอง และผลไม้สดตามฤดูสู่ตลาดมาก
ในส่วนของกรมท่าอากาศยาน ปัจจุบันดูแลรับผิดชอบท่าอากาศยาน จำนวน 28 แห่ง ทั่วประเทศ โดยเบื้องต้นได้กำหนดให้ 4 ท่าอากาศยานนำร่องที่อยู่ในโซนภาคใต้ ได้แก่ ท่าอากาศยานนราธิวาส ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช และท่าอากาศยานชุมพร

ซึ่งท่าอากาศยานดังกล่าว อยู่ในพื้นที่จังหวัดที่มีจำนวนผลผลิตทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก โดยการสนับสนุนการจัดพื้นที่เพื่อให้เกษตรกรจัดจำหน่ายผลไม้ตามฤดูภายในท่าอากาศยาน ส่วนท่าอากาศยานอื่นๆ ที่อยู่ในความดูแลของ ทย. จะอำนวยความสะดวกในการบริการกล่องบรรจุภัณฑ์ผลไม้ ซึ่งเป็นกล่องที่ได้มาตรฐานจากกรมการค้าภายใน
ในการโหลดผลไม้ขึ้นเครื่องบินเพื่อความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารในการขนย้าย และเพื่อมาตรการความปลอดภัยด้านการบิน โดยผู้โดยสารสามารถติดต่อขอรับกล่องดังกล่าวได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ทุกแห่ง
ทั้งนี้ สายการบินที่เข้าร่วมโครงการโดยผู้โดยสารสามารถโหลดผลไม้ต่างๆ ได้แก่ เงาะ มังคุด ลองกอง และผลไม้สดอื่นๆ ยกเว้น ทุเรียน โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการโหลด ได้แก่ สายการบินไทยสมายล์ อนุญาตได้เพิ่มน้ำหนักได้เพิ่มเป็น 40 กก. (เดิมได้ 20)

สายการบินนกแอร์ รายละเอียดดังนี้ นกไลน์ อนุญาตให้โหลด 10 กก. นกเอ็กซ์ตร้าและนกแม็ก อนุญาต 40 กก. (เดิม 20 กก.) สายการบินแอร์เอเชีย อนุญาต ให้โหลด 20 กก. และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส อนุญาต 40 กก. (เดิม 20 กก.) โดยมีระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2562 – มกราคม 2563
ทั้งนี้ตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 เป็นต้นมา มีผู้โดยสารจำนวนมากให้ความสนใจและมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเกษตรกรเพื่ออุดหนุนสินค้าทางการเกษตร พร้อมได้กำชับท่าอากาศยานทุกแห่ง ให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์อำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร
การเข้าร่วมโครงการดังกล่าว เป็นการขานรับนโยบายของนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยท่านได้เน้นย้ำให้พัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาคให้เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่เน่าเสียง่ายออกสู่ตลาด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยาน พร้อมร่วมมือในการทำงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
