เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
Biz Movement บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
SD 10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
Business JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์สหรัฐ,ปอนด์ อ่อนค่า หลังนักลงทุนกังวลสงครามการค้า, Brexit

30 ส.ค. 2562 | 19:05น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศระหว่างวันที่ 26-30 สิงหาคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (26/8) ที่ระดับ 30.65/66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (23/8) ที่ระดับ 30.71/72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยดอลลาร์สหรัฐ ได้ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลอืื่น ๆ โดยเฉพาะสินทรัพย์ปลอดภัย ในช่วงคืนวันศุกร์ต่อเนื่องมายังต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังกระทรวงพาณิชย์ของจีน ได้แถลงการณ์ว่าทางการจีนจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ ในวงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่อัตรา 5% และ 10% รวม 5,078 รายการ ซึ่งครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร น้ำมันดิบ เครื่องบินขนาดเล็ก และรถยนต์ โดยเริ่มบังคับเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ ซึ่งหลังจากการประกาศของทางการจีนดังกล่าว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้มีการประกาศตอบโต้ โดยประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเป็น 30% จากเดิม 25% มูลค่า 250,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีผลในวันที่ 1 ตุลาคม และขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเป็น 15% จากเดิม 10% มูลค่า 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับสินค้าบางชนิดจะมีผลใน 1 กันยายน ขณะที่สินค้าบางชนิดจะมีผลในวันที่ 15 ธันวาคม

อย่างไรก็ตามเมื่อคืนวันจันทร์ (26/8) ที่ผ่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าว ณ ที่ประชุมสุดยอดผู้นำ G7 ที่ประเทศฝรั่งเศสว่า ทางการสหรัฐพร้อมเริ่มเจรจาการค้ากับจีนอย่างจริงจังอีกครั้ง โดยจีนได้ติดต่อและเสนอให้กลับมาเจรจาร่วมกัน ซึ่งจากคำกล่าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในสถานการณ์ทางการค้าระหว่างประเทศ ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ในช่วงวันพฤหัสบดี (29/8) สถานการณ์การเจรจาดูมีความหวังขึ้นอีกหลังนายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า ทั้งสองฝ่ายควรสร้างภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อความคืบหน้าในการเจรจา โดยจีนจะสกัดกั้นไม่ให้สงครามการค้ากับสหรัฐทวีความรุนแรงมากขึ้น และยินดีที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการค้าอย่างสงบ ทั้งนี้สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ได้แก่ตัวเลขการประมาณการจีดีพีครั้งที่ 2 โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2562 ที่ระดับ 2.0% สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่ต่ำกว่าระดับ 2.1% ซึ่งเป็นตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1

สำหรับค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา เคลื่อนไหวตามปัจจัยนอกประเทศเป็นหลัก โดยในช่วงต้นสัปดาห์เกิดจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐผนวกกับการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าต่ำกว่าระดับ 30.60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 30.55-30.67 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดวันศุกร์ (30/8) ที่ระดับ 30.58/60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (26/8) ที่ระดับ 1.1090/93 ดอลลาร์สหรับ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (23/8) ที่ระดับ 1.1089/91 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรได้ปรับตัวอ่อนค่าตลอดสัปดาห์จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนัก หลังจากได้มีการเปิดเผยตัวเลขความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเยอรมนีลดลงเกินกว่าคาดในเดือนสิงหาคมสู่ระดับ 94.3 จาก 95.8 ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าความขัดแย้งทางการค้าที่รุนแรงขึ้นกำลังทำให้เศรษฐกิจของเยอรมนีเข้าสู่ภาวะถดถอย พร้อมทั้งวันอังคาร (27/8) สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีได้มีการเปิดเผย ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเยอรมนีประจำไตรมาส 2 ปรับตัวลดลง 0.1% หลังจากที่มีการขยายตัว 0.4% ในไตรมาส 1 โดยสำนักงานสถิติระบุว่า สาเหตุที่ทำให้ GDP เยอรมนีหดตัวลงในไตรมาส 2 นั้น มาจากยอดการส่งออกร่วงลงและผลกระทบของข้อพิพาทการค้า ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าวทำให้มีการคาดการณ์ว่ามีโอกาสมากขึ้นที่ทางธนาคารกลางยุโรป
(อีซีบี) จะทำการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมในการประชุมครั้งถัดไป ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1033-1.1164 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (30/8) ที่ระดับ 1.1038/41 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับค่าเงินปอนด์ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่าอย่างมาก หลังในวันพุธ (28/8) นักลงทุนมีความกังวลต่อสถานการณ์ Brexit เพิ่มมากขึ้น โดยนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี ประกาศกำหนดในวันที่ 14 ตุลาคมเป็นวันที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จะประทานพระบรมราโชวาทต่อรัฐสภาอังกฤษเนื่องในวาระเปิดสมัยประชุมสภา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสมาชิกรัฐสภาอังกฤษมีกำหนดกลับเข้าประชุมสภาในสัปดาห์หน้า โดยจะมีการประชุมไปจนถึงวันที่ 9 กันยายน ก่อนที่จะมีการพักสมัยประชุมเป็นเวลา 3 สัปดาห์เพื่อให้พรรคการเมืองต่าง ๆ จัดการประชุมภายในพรรค แต่การดำเนินการของนายจอห์นสันในครั้งนี้ได้ทำให้การพักสมัยประชุมสภายาวนานขึ้นเป็น 5 สัปดาห์ ซึ่งจะส่งผลให้รัฐสภามีเวลาน้อยลงในการออกกฎหมายเพื่อสกัดความพยายามของนายจอห์นสันในการนำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) ในวันที่ 31 ตุลาคมโดยไร้ข้อตกลง

ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ที่ (26/8) ที่ระดับ 105.29/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (23/8) ที่ระดับ 106.63/65 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนได้รับแรงหนุนเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหลังตลาดวิตกสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่มีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ค่าเงินเยนยังมีปัจจัยส่งเสริมหลังตลาดพันธบัตรสหรัฐในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดภาวะ inverted yield curve อีกครั้ง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 2 ปี อยู่สูงกว่าพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งนักลงทุนบางส่วนเกรงว่าสัญญาณดังกล่าวเป็นการบ่งชี้ถึงแนวโน้มการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในวันศุกร์ (30/8) กระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า อัตราว่างงานของญี่ปุ่นได้ปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดรอบ 26 ปีในเดือน ก.ค. โดยอยู่ที่ระดับ 2.2% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ตุลาคม ปี 2535 หลังภาวะการจ้างงานเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ในสัปดาห์นี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวระหว่าง 104.50-106.65 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (30/8) ที่ระดับ 106.41/43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอลลาร์สหรัฐ เบร็กซิต (Brexit)