เงินบาทเช้านี้แข็งค่าที่ 30.59 บ./ดอลลาร์ แข็งค่าตามแนวโน้มค่าเงินกลุ่มตลาดเกิดใหม่
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ประธานนักกลยุทธ์ตลาดทุนสายงานธุรกิจตลาดเงินทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (4 ก.ย.) ที่ระดับ 30.59 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 30.67 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยกรอบค่าเงินบาทวันนี้อยู่ช่วง 30.55-30.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
“ในระยะสั้น สกุลเงินตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ฟื้นตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์แทบทั้งหมด ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นตามด้วย เราเชื่อว่าเหตุผลหลักมาจากภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐที่เริ่มชะลอตัวลง ซึ่งจะกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) สหรัฐปรับตัวลดลงเรื่อย ๆ” ดร.จิติพลกล่าว
อย่างไรก็ดี นักลงทุนก็ควรระวังว่าตลาดอาจปิดรับความเสี่ยง ถ้าเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลง ซึ่งภาวะดังกล่าวจะหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่ากลับในช่วงสั้นได้ทันที โดยกรณีที่สกุลเงิน EM จะแข็งค่าได้ในระยะยาว ต้องเป็นช่วงที่พื้นฐานของเงินดอลลาร์อ่อนแอลง หรือเมื่อเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าฟื้นตัวได้ก่อนสหรัฐ
ดร.จิติพล กล่าวด้วยว่า ในคืนที่ผ่านมา ตลาดทุนทั่วโลกถูกปกคลุมด้วยความวุ่นวายของการเมืองอังกฤษ ดัชนี FTSE100 ของอังกฤษ และดัชนี STOXX50 ของยุโรปปรับตัวลดลง 0.2% และ 0.3% ตามลำดับ
ขณะเดียวกัน S&P500 ของสหรัฐก็ปรับตัวลง 0.7% ซึ่งเป็นผลมาจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการผลิต (ISM Manufacturing PMI) ประจำเดือนสิงหาคมปรับตัวลดลงสู่ระดับ 49.1จุด หมายความว่าภาคการผลิตในสหรัฐ “หดตัว” ครั้งแรกในรอบ 3ปีแล้ว
“สภาวะดังกล่าว ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐ อายุ10ปีปรับตัวลง 4bps สู่ระดับ 1.46% ราคาทองคำปรับตัวขึ้น 1.9% แตะระดับ 1,548 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ก็ปรับตัวลง 0.6% เช่นกัน” ดร.จิติพลกล่าว