เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
Finance ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
Biz Movement บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
ดูทั้งหมด

ธ.ก.ส. เร่งจ่ายเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตผู้ปลูกข้าวนาปี ล็อตแรก 1 หมื่นล้านบาท จากวงเงิน 2.4 หมื่นล้าน

22 ก.ย. 2562 | 11:29น.

ธ.ก.ส. เร่งจ่ายเงินช่วยเหลือโครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 อัตรา 500 บาทต่อไร่ สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ ต่อครัวเรือน เข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงแล้ว 1.77 ล้านครัวเรือน เป็นเงินกว่า 10,976 ล้านบาท จากเป้าหมาย 4.31 ล้านครัวเรือน วงเงินกว่า 24,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และสร้างแรงจูงใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวแก่เกษตรกร พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงิน 65,000 ล้านบาท เร่งลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรเพื่อรับทราบปัญหาและมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัย

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรพร้อมมอบเงินช่วยเหลือตามโครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 มอบเงินค่าสินไหม แก่เกษตรกรผู้ประสบภัยแล้งที่เข้าร่วมโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2562 และมอบถุงยังชีพแก่เกษตรกรที่ประสบอุทกภัย จำนวนกว่า 1,000 ราย โดยมี นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานในสังกัดสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดขอนแก่น ร่วมกิจกรรม ณ ที่ว่าการอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานกรรมการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรที่ประสบภัย ทั้งภัยแล้งและอุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และเศรษฐกิจโดยรวม จึงได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ผ่าน ธ.ก.ส. เช่น โครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 โดยมอบเงินช่วยเหลือค่าต้นทุนการผลิต ในอัตราไร่ละ 500 บาท ตามพื้นที่ที่ปลูกข้าวจริงแต่ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ วงเงิน 24,810 ล้านบาท

โดยมีเป้าหมายเกษตรกรที่จะได้รับประโยชน์ 4.31 ล้านครัวเรือน ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้งและน้ำท่วมที่ส่งผลให้เกษตรกรมีภาระต้นทุนการผลิตข้าวสูงขึ้น และยังเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อีกทั้งเพื่อให้เกษตรกรมีกำลังใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว

นอกจากนี้ ในส่วนของเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ได้มอบหมาย ธ.ก.ส. พิจารณาให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเบื้องต้นได้จัดหาถุงยังชีพไปมอบให้ผู้ประสบภัย การเข้าไปสนับสนุนศูนย์อพยพหรือจุด รวมพลเพื่อเป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือและเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ก็จะพิจารณามอบเงินช่วยเหลือทั้งในเรื่องของการซ่อมแซมบ้าน ของใช้จำเป็นในครัวเรือน การซ่อมแซมเครื่องมือ เครื่องจักรกลทางการเกษตร เป็นต้น

ด้านภาระหนี้สินที่มีอยู่กับ ธ.ก.ส. ก็ได้มีมาตรการขยายระยะเวลาชำระหนี้ และพิจารณาให้สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่จำเป็นในครัวเรือน เพื่อป้องกันการก่อหนี้นอกระบบ ไม่เกินรายละ 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ในช่วง 6 เดือนแรก และสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูการผลิตและการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น ค่าลงทุนสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือเครื่องจักรกลที่จะนำมาใช้ในการฟื้นฟูอาชีพ เป็นต้น ไม่เกินรายละ 500,000 บาท ชำระคืนไม่เกิน 15 ปี อัตราดอกเบี้ย MRR-2 หรือเท่ากับร้อยละ 4.875 ต่อปี รวมวงเงินสินเชื่อเพื่อรองรับมาตรการต่าง ๆ ดังกล่าว จำนวน 65,000 ล้านบาท

ด้านนายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ธ.ก.ส. ได้เร่งโอนเงินตามโครงการแก่เกษตรกร ไปแล้วจำนวน 1,773,549 ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 10,976 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 (รอบที่1) กับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยอีกร้อยละ 60 ทางกรมส่งเสริมการเกษตร จะทยอยส่งข้อมูลการเพาะปลูกให้ ธ.ก.ส. เพื่อดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของโครงการฯ และเตรียมจ่ายเงินต่อไป

โดยมีระยะเวลาการจ่ายเงิน ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ยกเว้นภาคใต้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 ทั้งนี้ การโอนเงิน ธ.ก.ส.จะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ซึ่งเกษตรกรสามารถตรวจสอบรายชื่อและสถานะการโอนเงินได้ที่ลิ้งค์ https://chongkho.inbaac.com และตรวจสอบจำนวนเงินที่โอนเข้าบัญชีผ่าน ธ.ก.ส. A-Mobile ตู้ ATM ทุกธนาคารและเครื่องปรับสมุดเงินฝากอัตโนมัติของ ธ.ก.ส. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและสามารถเบิก-ถอนเงินจำนวนดังกล่าวได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา หรือใช้บริการผ่านตู้ ATM ได้ทุกธนาคาร รวมทั้งสามารถนำไปใช้จ่ายผ่าน ธ.ก.ส. A-Mobile ซึ่งคาดว่าเงินจำนวนดังกล่าวจะช่วยให้เกษตรกรมีสภาพคล่องในการใช้จ่ายและกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย นายอภิรมย์ กล่าวว่า ธ.ก.ส. ได้มอบหมายให้พนักงานในพื้นที่ออกเยี่ยมเยียนและมอบถุงยังชีพ จากกองทุนบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ จำนวนกว่า 27,000 ถุง พร้อมสนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม บริการสุขาเคลื่อนที่ เต็นท์สนาม ที่ศูนย์อพยพหรือจุดรวมพล อีก 13 จุด ทั้งนี้ ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือด้านภาระหนี้สิน ธ.ก.ส. จะพิจารณาขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไป เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตามความหนักเบาของผู้ประสบภัยทุกราย และได้ดำเนินการจ่ายสินเชื่อฉุกเฉินให้เกษตรกรที่ประสบภัย ทั้งภัยแล้งและอุทกภัยไปแล้วกว่า 24,000 ราย วงเงินประมาณ 1,200 ล้านบาท และสินเชื่อสำหรับฟื้นฟูผู้ประสบภัย จำนวน 2,073 ราย วงเงินประมาณ 400 ล้านบาท

ในส่วนของจังหวัดของแก่น มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 ได้รับเงินสนับสนุนต้นทุน การผลิต จำนวน 192,675 ครัวเรือน เป็นเงิน 1,025 ล้านบาท และได้จ่ายค่าสินไหมทดแก่เกษตรกรผู้ประสบ ภัยแล้งที่เข้าร่วมโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2562 จำนวน 13,100 ราย พื้นที่การเกษตร 161,793 ไร่ เป็นเงิน 218 ล้านบาท ทั้งนี้ เกษตรกรที่ประสบความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติหรือมีข้อสงสัย ในมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ สามารถติดต่อ ธ.ก.ส. ในพื้นที่ หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ Call Center 02 555 0555