เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิต เร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย-ลักลอบขายสินค้าหนีภาษี
Finance สรรพสามิต เร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย-ลักลอบขายสินค้าหนีภาษี
อิชิตันโหมเครื่องดื่มโค้งท้าย ผนึกไทยโคโค่ผุดสินค้าใหม่
Business อิชิตันโหมเครื่องดื่มโค้งท้าย ผนึกไทยโคโค่ผุดสินค้าใหม่
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
อนุทิน มั่นใจเป็นรัฐบาล 1 ปี GDP ดีขึ้น ย้ำยังไร้สัญญาณปรับ ครม.
Politics อนุทิน มั่นใจเป็นรัฐบาล 1 ปี GDP ดีขึ้น ย้ำยังไร้สัญญาณปรับ ครม.
ททท. จับมือ FLYNOW ขับเคลื่อน Soft Power แดนใต้ ผสานแฟชั่น–วัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยว
Business ททท. จับมือ FLYNOW ขับเคลื่อน Soft Power แดนใต้ ผสานแฟชั่น–วัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยว
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
ม.หอการค้าฯ หวั่น ‘ฟองสบู่ AI’ ทำศก.ไทยสะดุด 1.17 แสนล้าน
Economic ม.หอการค้าฯ หวั่น ‘ฟองสบู่ AI’ ทำศก.ไทยสะดุด 1.17 แสนล้าน
ภูมิธรรมซัดส้ม ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง เตือนไม่ฟัง! เขากระโดง-ฮั้ว สว.จบ หากยกให้ พท.
Politics ภูมิธรรมซัดส้ม ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง เตือนไม่ฟัง! เขากระโดง-ฮั้ว สว.จบ หากยกให้ พท.
สมาคมนักข่าวฯ อบรม“AI For Journalists” หลักสูตรพื้นฐานยกระดับการใช้งาน AI นักข่าวภูมิภาค
Biz Movement สมาคมนักข่าวฯ อบรม“AI For Journalists” หลักสูตรพื้นฐานยกระดับการใช้งาน AI นักข่าวภูมิภาค
รัฐบาล ไร้งบโครงการใหม่ช่วย ‘กัมพูชา’ แจง 18 ล้านดอกเบี้ยสัญญาเดิม
Politics รัฐบาล ไร้งบโครงการใหม่ช่วย ‘กัมพูชา’ แจง 18 ล้านดอกเบี้ยสัญญาเดิม
ดูทั้งหมด

ขรก.มหา’ลัยทวงเงินเดือน8% รอ9ปีไม่คืบลุ้น“สุวิทย์”ตั้งคกก.ให้-ไม่ให้

03 ต.ค. 2562 | 13:03น.
ข้าราชการมหา”ลัยกระทุ้งรัฐขึ้นเงินเดือน 8% หลังยืดเยื้อเกือบ 9 ปี กว่า 1.8 หมื่นคนเคว้ง ทยอยเกษียณแบบเสียโอกาส จี้กระทรวงการอุดมศึกษาฯ เดินหน้าตั้งคณะกรรมการพิจารณาชุดใหม่ดันปรับขึ้นเงินเดือนให้สำเร็จ

แหล่งข่าวจากแวดวงการศึกษาเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตามที่มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับอัตราเงินเดือน หรือเงินประจำตำแหน่งให้กับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาในปี 2555 ที่ผ่านมานั้น จนถึงปัจจุบันข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะข้าราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏยังไม่ได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนตามข้าราชการส่วนอื่น ๆ ที่ได้ดำเนินการปรับขึ้นเงินเดือนไปแล้วก่อนหน้านี้้ เช่น ข้าราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ.เป็นต้น สาเหตุมาจากต้นสังกัดที่กำกับดูแลในขณะนั้นไม่มีการรายงานสรุปบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่สมควรได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนต่อกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งที่มีจำนวนถึง 30% ของจำนวนข้าราชการทั้งหมดทั่วประเทศในขณะนั้น แม้ว่าจะมีการพยายามผลักดันจากกลุ่มสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย นับตั้งแต่ได้มีการประกาศใช้กฎหมายใหม่แล้วก็ตาม แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุป

ดังนั้นเมื่อประเมินย้อนหลังนับตั้งแต่มีการแก้ไขกฎหมายจะมีข้าราชการที่สมควรได้รับการปรับเพิ่มเงินเดือนราว 1.8 หมื่นคน ในจำนวนนี้มีข้าราชการที่ทยอยเกษียณอายุราชการไปแล้วถึง 5,000 คน โดยในปี 2562 ยังมีการทยอยเกษียณอายุราชการอย่างต่อเนื่อง ภายใต้อัตราเงินเดือนของเดิม ทั้งที่หากได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนแล้วจะส่งผลต่อเงินบำเหน็จบำนาญของผู้เกษียณตามสิทธิที่ควรจะได้รับเหมือนกับข้าราชการส่วนอื่น ๆ เช่นกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วกว่า 9 ปี ยังไม่สามารถผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหานี้ได้

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหน่วยงานที่กำกับดูแลได้เปลี่ยนมาอยู่ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มี “ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์” นั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการคนแรกของกระทรวง โดยเข้ามารับตำแหน่งแล้วกว่า 4 เดือน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยิ่งสร้างความกังวลให้กับข้าราชการที่เตรียมจะเกษียณว่าเมื่อเปลี่ยนรัฐบาลแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายหรือไม่ด้วย

“เรื่องนี้ยืดเยื้อและเงียบมานานถึง 9 ปี จนข้าราชการที่ทยอยเกษียณอายุราชการก็มีจำนวนมากขึ้น กอปรกับค่าตอบแทนก็ไม่ได้สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับพนักงานมหาวิทยาลัย ในช่วงนั้นรัฐบาลก็รับปากว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ แต่จนถึงขณะนี้ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด แม้ว่าจะมีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการไปแล้วหลายครั้ง ข้าราชการที่ยังเหลืออยู่ในขณะนี้ก็ลุ้นว่า ดร.สุวิทย์จะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาหารืออีกครั้งหรือไม่”

แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากจะปล่อยให้เรื่องอัตราเงินเดือนของข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษายืดเยื้อมานานกว่า 9 ปี จนภายหลังมีรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การบริหารของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกระทั่งถึงขณะนี้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและพัฒนา ยังไม่มีการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ที่มีหน้าที่กำกับดูแลการบริหารงานบุคคลของข้าราชการในมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกำกับการดูแลของภาครัฐ รวมถึงหน้าที่ในการพิจารณาการเข้าบรรจุในตำแหน่งข้าราชการครู และการพิจารณาตำแหน่งศาสตราจารย์ และค่าตอบแทนต่าง ๆ ของข้าราชการครูอีกด้วย ซึ่งหากมีการดำเนินการจัดตั้งก็คาดหวังว่าจะมีการผลักดันการปรับเงินเดือนข้าราชการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนต่อไป

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ภายหลังจากที่ราชกิจจานุเบกษาประกาศพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2562 ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 โดยเพิ่มความในมาตรา 8/1 ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นเพื่อเป็นการเยียวยาให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาได้รับเงินเดือนหรือเงินประจำตำแหน่งที่เหมาะสมและเป็นธรรมนั้น คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) อาจกำหนดให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาได้รับการเยียวยาให้ได้รับเงินเดือนหรือเงินประจำตำแหน่งที่เห็นสมควรเป็นกรณีไป โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนด

ทั้งนี้เมื่อปรับแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ส่งผลให้ข้าราชการในมหาวิทยาลัยขอให้มีการปรับขึ้นเงินเดือนเพิ่ม 8% ให้มีอัตราเท่ากับข้าราชการครูที่ได้รับการปรับขึ้นเงินเดือน 2 ครั้งในช่วงปี 2554 แบ่งเป็นการปรับขึ้นตามมติของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และปรับตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมข้าราชการทั่วประเทศอีก 5% เท่ากับว่าข้าราชการครูได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนรวมทั้งสิ้นถึง 13%

ปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาของไทยที่ต้องเผชิญกับปัญหาทั้งที่เกิดขึ้นจากปัญหาภายในองค์กร และปัญหาภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสถาบันอุดมศึกษาทั้งที่อยู่ในการกำกับดูแลของภาครัฐ ออกนอกระบบ ส่งผลให้ธุรกิจการศึกษามีการแข่งขันสูงมาก จากปัจจัยสำคัญคืออัตราการเกิดใหม่ของประชากรไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้จำนวนนักศึกษาลดลงอย่างมาก ประกอบกับการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ทำให้พฤติกรรมการศึกษาหาความรู้ของนักเรียน-นักศึกษาไม่ได้มีเพียงแค่ช่องทางอย่างการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเท่านั้น ยังเกิดช่องทางใหม่ ๆ ที่มีอินเทอร์เน็ตเป็นตัวเชื่อมโยง เช่น ศึกษาจากระบบออนไลน์ การหาความรู้จากโลกโซเชียลต่าง ๆ เป็นต้น

จำนวนนักศึกษาในระบบที่ลดลง ส่งผลกระทบต่อสถาบันอุดมศึกษาอย่างมาก เพราะรายได้ลดลงแต่ต้นทุนกลับเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อสภาพคล่องทางการเงินในหลายสถาบัน โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้มีมหาวิทยาลัยราชภัฏ 20 แห่ง ทำหนังสือแจ้งมายังกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหากรณีที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป ค่าจ้างพนักงานไม่เพียงพอ เนื่องจากงบประมาณที่ได้รับนั้นไม่พอจ่ายเงินเดือนพนักงานของมหาวิทยาลัย ในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม โดยยังขาดงบประมาณราว 406 ล้านบาท ซึ่งจะต้องมีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมหรือจัดสรรเงินจากส่วนอื่น ๆ มาสำรองจ่ายเพื่อแก้ไขปัญหา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มหาวิทยาลัยราชภัฏ