เงินการเมืองในทำเนียบ 900 ล้าน 5 รองนายกฯ แก้ปัญหาภารกิจพิเศษ
4 ปีเป็นอย่างน้อยในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2-5 รองนายกรัฐมนตรีจาก 3 พรรคการเมือง ที่มี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็น “พี่ใหญ่” ยังครบเครื่องทั้งกำลังพล-กระสุนดินดำ
การประชุมคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค (กกภ.) ครั้งที่ 1/2561 พล.อ.ประวิตรนั่ง “หัวโต๊ะ” แบ่งเค้ก 5 รองนายกฯรัฐ กำกับ 5 ภูมิภาค ได้แก่
พล.อ.ประวิตร รองนายกรัฐมนตรี-ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กำกับกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี-หัวหน้ามุ้งสี่กุมาร ที่มี “อุตตม สาวนายน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง-หัวหน้าพลังประชารัฐ
กำกับกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ดูกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เจ้าสังกัดประชาธิปัตย์ (ปชป.) กำกับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เจ้าสำนักภูมิใจไทย (ภท.) กำกับกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1
ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ยุคคสช. ใช้คน-ใช้เงินของ 5 รองนายกฯทหาร-พลเรือน คสช. ลงพื้นที่เบ็ดเสร็จ ไม่มีนักการเมืองมากวนใจ ใช้เป็นงบฯการเมือง-งบฯบริหารเรตติ้งรัฐบาลทหาร โดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง “คู่ขนาน” ไปกับการอนุมัติงบประมาณผ่าน “ครม.สัญจร”
โดยกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคของรองนายกฯ ทั้ง 5 คน ตามมติที่เคยเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคในปีงบประมาณ 2562
1.การบูรณาการแนวทางของส่วนราชการและแผนพัฒนาระดับพื้นที่ เพื่อให้การขับเคลื่อนแผนในพื้นที่ของกระทรวง กรม สอดคล้องกับศักยภาพ หรือประเด็นปัญหาในพื้นที่และเชื่อมโยงให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์
2.ปัญหาสำคัญในแต่ละพื้นที่ตามที่รองนายกฯ เห็นสมควร เช่น การเตรียมการรับภัยแล้ง หรือเตรียมการป้องกัน แก้ไขปัญหาอุทกภัย ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ แก้ไขทำประมงผิดกฎหมาย
การแก้ไขปัญหาแรงงาน การจัดการขยะและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาหมอกควัน และปัญหาจังหวัดชายแดนใต้
3.ปัญหาสำคัญของจังหวัด ซึ่งในบางกรณีจังหวัดไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เองในระดับจังหวัด ซึ่งต้องให้รองนายกฯ เข้ามาร่วมผลักดันให้งานสำเร็จ
ในยุค 5 รองนายกรัฐมนตรี คสช.-ปีงบประมาณ 2562 ได้อนุมัติแผนงาน-โครงการ-งบประมาณ รวมทั้งสิ้น 782 โครงการ วงเงินกว่า 969,649,037 บาท
ภายใต้งบฯกลางสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประจำปีงบประมาณปีེ จำนวน 900 ล้านบาท
ทว่าในยุค “รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2” ที่มาจากการเลือกตั้ง-พรรคการเมืองเป็นกลไกสำคัญ ประกอบกับการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ-แผนปฏิรูปประเทศ-แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ที่ถูกกำหนดเป็นเข็มทิศ-ไม่ทำไม่ได้
และเพื่อบรรลุนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ตามที่ 5 รองนายกรัฐมนตรีเห็นสมควร เช่น การแก้ไขปัญหาในการดำรงชีวิตของประชาชน การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต
ปัญหาสำคัญในแต่ละพื้นที่ อาทิ การเตรียมการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะภัยแล้งและอุทกภัย ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การแก้ไขปัญหาแรงงาน การจัดการขยะน้ำเสีย และปัญหาหมอกควัน
โดยงบฯกลางปี 2563 จะถูกกระจายไปทั่วทุกภูมิภาค-พรรคการเมืองที่มีรองนายกฯ สังกัดพรรคการเมืองนั้นไปโดยปริยาย ผ่านการนำเสนอโครงการจากผู้ว่าราชการจังหวัดมายัง 5 รองนายกฯ กำกับในแต่ละกลุ่มจังหวัด-ภูมิภาค
แหล่งข่าวระบุว่า กรอบวงเงิน 900 ล้านบาทถูกกำหนดเพดานไว้ตั้งแต่ปี 2547 มาถึงปัจจุบัน (ปีงบประมาณ 2562) ซึ่งคณะกรรมการศึกษาเห็นว่าควรจะเพิ่มขึ้นเป็น 2-3 พันล้านบาทตามสภาวะเศรษฐกิจ