เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สศช.คาดน้ำมันโลกทรงตัวสูงยาว เงินเฟ้อไทยยังอยู่ในกรอบ 3% มาตรการปั๊มเศรษฐกิจยังไม่จำเป็น
Politics สศช.คาดน้ำมันโลกทรงตัวสูงยาว เงินเฟ้อไทยยังอยู่ในกรอบ 3% มาตรการปั๊มเศรษฐกิจยังไม่จำเป็น
อนุทิน เผยรัฐบาลพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 ธ.ค.เป็นต้นไป รอวิป 2 ฝ่ายหาข้อสรุป
Politics อนุทิน เผยรัฐบาลพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 ธ.ค.เป็นต้นไป รอวิป 2 ฝ่ายหาข้อสรุป
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
เปิดไอเดียสีทาบ้านกำจัดฝุ่น คว้าแชมป์เวทีธุรกิจเยาวชน FSG BIZ Founders
การศึกษา เปิดไอเดียสีทาบ้านกำจัดฝุ่น คว้าแชมป์เวทีธุรกิจเยาวชน FSG BIZ Founders
ครม.อนุมัติลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 นาน 3 เดือน
Politics ครม.อนุมัติลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 นาน 3 เดือน
เอเอเอสกรุ๊ปรุกธุรกิจรีเทลรถ ดึง Voyah เข้าพอร์ตเล็งขึ้นโรงงานในไทย
Automotive เอเอเอสกรุ๊ปรุกธุรกิจรีเทลรถ ดึง Voyah เข้าพอร์ตเล็งขึ้นโรงงานในไทย
5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
Finance 5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
Better Living Project ‘ชนาพรรณ ไทยซัมมิท’ ถ่ายทอดมุมคิดผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง
Biz Movement Better Living Project ‘ชนาพรรณ ไทยซัมมิท’ ถ่ายทอดมุมคิดผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง
‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
Politics ‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
Real Estate ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
ดูทั้งหมด

“โมดี” เมิน RCEP หันซบ “เยอรมนี มุ่งเจรจา FTA ปูพรม New India 2022

09 พ.ย. 2562 | 16:30น.

ปิดฉากการหารือการประชุมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) นอกรอบเวทีการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 เมื่อ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา ประเทศสมาชิกทั้งหมด 15 ชาติ ยกเว้น “อินเดีย” เตรียมลงนามความร่วมมืออย่างเป็นทางการในปี 2020

นายเล่อ อวี้เฉิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวยืนยันว่า “สมาชิกอาร์เซ็ปทั้งหมดยังเปิดรับอินเดียเสมอ เพียงแต่จะลงนามไปก่อน หากอินเดียพร้อมก็สามารถลงนามได้ทีหลัง”

อย่างไรก็ตาม นายพิยุช โกยาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการรถไฟและการพาณิชย์ของอินเดีย เปิดเผยหลังอินเดียปฏิเสธการลงนามข้อตกลงอาร์เซ็ป โดยย้ำว่า ต้องมีการเจรจาเพิ่มเติมกับอินเดียเพื่อแก้ไขข้อตกลงบางอย่างที่นายกรัฐมนตรี “นเรนทรา โมดี” ได้เสนอก่อนหน้านี้ เช่น หลักประกันการเปิดตลาดว่าจะไม่มีใครเสียผลประโยชน์, ระบบป้องกันการถูกแย่งตลาดภายใน และการเปิดเสรีด้านแรงงาน-บริการมากขึ้น ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการเจรจานาน

ขณะที่รอยเตอร์สอ้างคำกล่าวของนายโมดีที่ระบุว่า ความตกลงอาร์เซ็ปที่เจรจาตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ยังไม่สะท้อนถึงผลประโยชน์ของชาติสมาชิกอย่างเท่าเทียมกัน และไม่ตอบสนองต่อปัญหาที่อินเดียกำลังเผชิญ น่าสนใจว่ารัฐมนตรีพาณิชย์ของอินเดีย และโมดี กล่าวคล้ายกันว่า อินเดียมุ่งเจรจาการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับสหภาพยุโรป (อียู) มากกว่าเพราะเอฟทีเอ คือ กรอบข้อตกลงที่สามารถบรรลุผลสำเร็จได้ง่ายกว่า และที่สำคัญ ได้ผลประโยชน์อย่างแท้จริงต่อทั้งสองฝ่าย

นายโมดีให้สัมภาษณ์กับ “เอ็นดีทีวี” สถานีโทรทัศน์ของอินเดีย ถึงการเยือนอินเดียของ “อังเกลา แมร์เคิล” นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางปัญหามลพิษทางอากาศ โดยทั้งสองประเทศได้มีความร่วมมือที่สร้าง “โลกใบใหม่” ให้แก่อินเดีย โดยเยอรมนีได้ให้งบฯช่วยเหลือจำนวน 1,000 ล้านยูโร สำหรับการพัฒนาภายใน 5 ปีข้างหน้า เพื่อสร้างโครงการเมืองสีเขียว ซึ่งส่วนใหญ่จะนำไปใช้กับการเปลี่ยนเป็น “รถโดยสารไฟฟ้า” ทั่วประเทศอินเดีย คาดว่าจะเริ่มจากการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในกรุงนิวเดลี และรัฐทมิฬนาฑู เป็นเงินจำนวน 200 ล้านยูโร

ที่สำคัญ ผู้นำหญิงเยอรมนีได้ลงนามข้อตกลงที่จะเปิดตลาดให้กับสินค้าเกษตรของอินเดียมากขึ้น เพื่อแลกกับการที่อินเดียเปิดรับโนว์ฮาวด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากเยอรมนี โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ นางแมร์เคิลระบุว่า บริษัทเยอรมันกว่า 1,700 แห่งที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในอินเดีย ส่วนใหญ่ยังนำเข้าแรงงานทักษะชาวเยอรมัน ดังนั้นเราจะเริ่มโครงการคัดสรรแรงงานชาวอินเดียที่มีทักษะเฉพาะด้านเพื่อป้อนสู่บริษัทเยอรมัน รวมไปถึงจะลดขั้นตอนการสรรหาแรงงานอินเดียที่ต้องการไปทำงานในเยอรมนี และเพิ่มโควตาแรงงานอินเดียในเยอรมนีด้วย

ขณะที่ผู้นำอินเดียยังกล่าวอีกว่า ในปีหน้าจะเริ่มแผนการเดินทางเพื่อเจรจาเอฟทีเอกับประเทศอื่น ๆ ในอียู เช่น ฝรั่งเศส ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนภาพลักษณ์ของอินเดียต่อสายตาชาวโลก โดยการเปลี่ยนแปลงอินเดียครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ “New India 2022”