เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เงินจ่อเข้าหุ้นไทย 1 พันล้าน หลัง MSCI หั่นชั้นอินโดฯ โบรกฯ ชี้เป้า 10 หุ้นใหญ่ลุ้นโฟลว์ไหลเข้า
Finance เงินจ่อเข้าหุ้นไทย 1 พันล้าน หลัง MSCI หั่นชั้นอินโดฯ โบรกฯ ชี้เป้า 10 หุ้นใหญ่ลุ้นโฟลว์ไหลเข้า
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณบาทละ 67,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณบาทละ 67,100 บาท
ปิยะ ไม่ยุ่ง ‘คดีฮั้ว สว.’  หลังถูกต้าน ยันเป็นไปตามกฎหมาย
Politics ปิยะ ไม่ยุ่ง ‘คดีฮั้ว สว.’ หลังถูกต้าน ยันเป็นไปตามกฎหมาย
ร้านอาหารปารีสถูกปล้นเจ้าของหนีตาย สูญธุรกิจที่สร้างมาหลายปี
World ร้านอาหารปารีสถูกปล้นเจ้าของหนีตาย สูญธุรกิจที่สร้างมาหลายปี
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
บีโอไอ ไฟเขียว ‘โตโยต้า’ ลงทุนเพิ่ม 1.4 พันล้าน ขึ้นไลน์ผลิตรถปิกอัพไฮโดรเจนรายแรกในไทย
Economic บีโอไอ ไฟเขียว ‘โตโยต้า’ ลงทุนเพิ่ม 1.4 พันล้าน ขึ้นไลน์ผลิตรถปิกอัพไฮโดรเจนรายแรกในไทย
‘มาครง’ ประณามจลาจลปล้นสะดมทั่วฝรั่งเศส ผู้ฉวยโอกาสต้องชดใช้ความผิด
World ‘มาครง’ ประณามจลาจลปล้นสะดมทั่วฝรั่งเศส ผู้ฉวยโอกาสต้องชดใช้ความผิด
ราคาน้ำมันดิบได้แรงหนุนจากความเสี่ยงอุปทานตึงตัว หลังความตึงเครียดตะวันออกกลาง-รัสเซียรุนแรงขึ้น
Economic ราคาน้ำมันดิบได้แรงหนุนจากความเสี่ยงอุปทานตึงตัว หลังความตึงเครียดตะวันออกกลาง-รัสเซียรุนแรงขึ้น
หุ้นไทยเข้าเรดาร์ทุนโลก บล.พาย ชูแบงก์-สื่อสาร-พลังงาน-ไฟแนนซ์
Finance หุ้นไทยเข้าเรดาร์ทุนโลก บล.พาย ชูแบงก์-สื่อสาร-พลังงาน-ไฟแนนซ์
‘ถล่ม’ สนามบินซาอุดีฯ แอร์ไลน์ทั่วโลก ‘กระอัก’ ซ้ำ
World ‘ถล่ม’ สนามบินซาอุดีฯ แอร์ไลน์ทั่วโลก ‘กระอัก’ ซ้ำ
ดูทั้งหมด

10 เดือนต่างชาติเทขายหุ้นไทย 1.6 หมื่นล. ลุ้น 3 ปัจจัยแรงส่งตลาดปลายปีพุ่ง 

11 พ.ย. 2562 | 16:04น.

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 8 พ.ย.2562) นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยอยู่ที่ -541 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท) คิดเป็น 0.09% ของมาร์เก็ตแคป ซึ่งหากพิจารณาในช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมานั้นมีฟันด์โฟลว์ไหลออก -258 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 7.9 พันล้านบาท) ทำให้ภาพการไหลออกของเงินตราต่างประเทศอาจจะยังไม่ได้เป็นสัดส่วนที่น่ากังวล ซึ่งเป็นไปตามฟันด์โฟลว์ไหลออกในภูมิภาค

โดยดัชนีหุ้นไทยค่อนข้างเคลื่อนไหวตามภูมิภาค เพราะปัจจัยส่วนใหญ่มาจากภายนอก ณ สิ้นเดือน ต.ค.62 ปรับลดลงเล็กน้อยปิดที่ 1,601.49 จุด ลดลง 2.2% จากเดือนก่อนหน้า แต่ปรับเพิ่มขึ้น 2.4% จากสิ้นปี 2561 ซึ่งตลาดหุ้นไทยยังเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทน (รีเทริ์น) เป็นอันดับต้นๆ ในภูมิภาค หรือเพิ่มขึ้นที่ 10.4% ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ความไม่ชัดเจนจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไป แม้ว่าจะมีความหวังมากขึ้น แต่เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พ.ย.ทาง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ มีท่าทีไม่เห็นด้วยต่อการยกเลิกการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน

อย่างไรก็ดี หากเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคแล้วจะพบว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ส่วนใหญ่ฟันด์โฟลว์ก็ต่างไหลออกเช่นกัน จะมีแค่บางประเทศที่ซื้อสุทธิ เช่น ไต้หวัน ที่มีปัจจัยเฉพาะจากต้นปีดัชนี (Index) ปรับขึ้นกว่า 10% ซึ่งค่อนข้างปรับขึ้นต่อเนื่อง 4-5 ปีมาแล้ว ส่วนอินเดียเนื่องจากได้ประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งมีการระงับนโยบายต่างๆ ก็ทำให้เงินเริ่มไหลเข้า

“ฟันด์โฟลว์ไหลออกในตลาดหุ้นยังน้อยมากเมื่อเทียบกับบอนด์ โดยเฉพาะพันธบัตร ธปท.และพนัธบัตรรัฐบาล ฉะนั้นอย่างน้อยในช่วงนี้ค่าเงินบาทแข็งไม่ได้มาจากพอร์ตฟอริโอโฟลว์” นายศรพลกล่าว

ส่วนมูลค่าการซื้อขายในเดือน ต.ค.ถือว่ายังสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 6 เดือนแรก โดยเฉลี่ยต่อวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 1,696 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 52,059 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งมีวอลุ่มเป็นอันดับ 1 ในอาเซียนโดยเดือนที่ผ่านมามีบริษัท แอสเสท เวิล์ด คอร์ป (AWC) เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ส่งผลให้มูลค่าการระดมทุน (IPO) อยู่ที่ 1,412 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท สำหรับในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา มูลค่าการระดมทุนในตลาดแรก (IPO) ของไทยอยู่ที่ระดับ 67,071 ล้านบาท หากเทียบตั้งแต่ปี 2014-สิ้น ต.ค.62 มีบริษัทเข้ามาระดมทุน 17,045 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.17 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าสิงคโปร์เกือบ 2 เท่า

นายศรพล กล่าวว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้ตลาดหุ้นไทยยังได้รับความน่าสนใจ เนื่องจากยังมีปัจจัยช่วยหนุนหลายด้าน ทั้งจากแรงซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่คาดว่าจะเห็นเงินไหลเข้ามาได้สัก 3 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดีเม็ดเงินก้อนนี้คงจะขึ้นอยู่กับไทม์มิ่ง เนื่องจากผู้ลงทุนบางรายก็เลือกที่จะซื้อในวันสุดท้าย เพราะฉะนั้นต้องรอติดตามว่าเงินจะเข้ามากระจุกตัวอยู่ในช่วงไหน ทั้งนี้แรงซื้อ LTF-RMF ในทุกๆ ปีจะมีเม็ดเงินประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งปีนี้ตั้งแต่ต้นปีก็มีการซื้อเข้ามาได้ระดับหนึ่งแล้ว นอกจากนี้ยังมีปัจจัย MSCI ที่มีการปรับเพิ่มหุ้นเข้าคำนวณดัชนีเพิ่มเติม ซึ่งจะมีผลประกาศวันที่ 26 พ.ย.นี้

ส่วนปัจจัยสุดท้ายคือการตัวเลขเศรษฐกิจจากภาคการท่องเที่ยวและส่งออกจะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงไฮซีซั่น โดยการส่งออกจะมีวงจร(Cycle) ช่วงเทศกาลคริสมาสต์และปีใหม่ ที่ทำให้ผู้ประกอบการจะเร่งส่งออกช่วงเดือน พ.ย. โดยฉพาะสินค้าจำพวกอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ อย่างไรก็ตามปีนี้อาจจะพิเศษกว่าทุกปีที่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไป หลังจาก “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ มีท่าทีไม่เห็นด้วยต่อการยกเลิกการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน

“ข้อพิพาทการค้าดูเหมือนจะคลี่คลาย แต่ก็ยังไม่จบปัญหา ซึ่งในปีหน้าจะเป็นปีเลือกตั้งใหม่ของสหรัฐ ซึ่งอาจจะจบ แต่จะจบช่วงไหนคงจะขึ้นอยู่ที่กลยุทธ์ของแต่ละประเทศ จึงถือเป็นปัจจัยที่ยังต้องติดตามต่อในปีหน้า” นายศรพลกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หุ้นไทย