เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เกษตรกร-เอกชน บุกทำเนียบแถลงจุดยืนคัดค้านมติแบน 3 สาร

26 พ.ย. 2562 | 10:56น.

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร สมาคมอารักขาพืชไทย พร้อมเกษตรกรรวมตัวกัน จำนวนกว่า 4,000 คน เข้ายื่นหนังสือต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อทวงสิทธิ์ประชาพิจารณ์จากผลที่มีเสียงส่วนใหญ่คัดค้านการแบน 3 สารเคมีเกษตร โดยมีใจความดังต่อไปนี้​

ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ให้ยกเลิกการใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ในภาคเกษตร โดยให้มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไปนั้น สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร สมาคมอารักพืชไทย และสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย ซึ่งมีสมาชิกเป็นเกษตรกร นักวิชาการ และผู้ประกอบการทั่วประเทศ ขอคัดค้านการยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิด ด้วยเหตุผลสำคัญดังต่อไปนี้

1.การลงมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 มิได้มีการพิจารณาข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใหม่ และมิได้มีการพิจาณาถึงผลกระทบต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจของประเทศแต่อย่างใด

2.ผลการรับฟังความเห็นจากประชาชนต่อร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 สิ้นสุดการรับฟังเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 มีผู้ไม่เห็นด้วยต่อการยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิดถึงมากกว่า 70%

3.จนถึงขณะนี้คณะกรรมการวัตถุอันตราย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ยังมิได้มีมาตรการรองรับผลกระทบจากการยกเลิก ต่อเกษตรกร อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร และตลอดจนผู้บริโภค ที่จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่อย่างใด

4.การยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิดอย่างเร่งรีบและไม่มีมาตรการรองรับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ.2560 มาตรา 73 เนื่องจากการยกเลิกส่งผลกระทบทำให้เกษตรกรจำนวนมากกว่า 2 ล้านครัวเรือน ไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้ จากการที่ผลผลิตในประเทศลดลง 20-30% ในขณะที่ต้นทุนเกษตรกรเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า

5.การยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิดอย่างเร่งรีบและไม่มีมาตรการรองรับ ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์ ที่นอกจากจะประสบภาวะขาดแคลนวัตถุดิบจากการที่ผลผลิตในประเทศลดลงแล้ว ยังไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เนื่องจากเงื่อนไขในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 387 พ.ศ. 2560 อันจะนำไปสู่วิกฤตการขาดแคลนอาหารทั้งในประเทศและเพื่อการส่งออก สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1.7 ล้านล้านบาท และการจ้างงานในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารจำนวนกว่า 12 ล้านคน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขผลกระทบดังกล่าวข้างต้น สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร สมาคมอารักพืชไทย และสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการดังต่อไปนี้

1.ยุติการยกเลิกสารทั้ง 3 ชนิด จนกว่าจะมีผลการศึกษาทบทวนข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และผลกระทบทางเศรษฐกิจ อย่างถี่ถ้วน รอบด้าน และเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบผลการศึกษาอย่างชัดเจน

2.ให้บังคับใช้มาตรการจำกัดการใช้ ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในระหว่างการศึกษาทบทวน เพื่อส่งเสริมการใช้สารเคมีเกษตรอย่างถูกต้องและปลอดภัย ภายใต้แนวทางของเกษตรปลอดภัย (GAP)

ดังนั้นทั้งสามสมาคมฯ จึงได้มายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีการพิจารณาทบทวนมติดังกล่าวโดยรอบคอบและหาทางออกที่ดีที่สุด ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ภาคเกษตรอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ หากจะมีการยกเลิกสามสารดังกล่าว ต้องมีคำตอบเรื่องสารทดแทนที่ดีกว่าหรือเทียบเท่า ทั้งในด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ รวมถึงความคุ้มค่าในเรื่องต้นทุนเกษตรกร รวมถึงแนวทางและมาตราการรองรับต่อผลกระทบต่อภาคส่วนอื่นในทุกมิติในรอบด้าน ก่อนมีการดำเนินการใด ๆ

ทั้งนี้การจัดการศัตรูพืชโดยการใช้สารยังคงมีความจำเป็นสำหรับเกษตรกร การยับยั้งภาคการผลิตและส่งออกพืชเศรษฐกิจที่มีความจำเป็นต้องใช้สารดังกล่าว จะสร้างให้เกิดความเสียหายโดยไม่จำเป็น ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบทางการแข่งขันต่อประเทศคู่แข่งรายอื่น ๆ ที่สามารถพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพในการแข่งขันด้านการผลิตและการตลาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.30-15.00 น. เดินทางไปยังกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อยื่นหนังสือ ข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย เพื่อขอให้ในวันพรุ่งนี้ (27 พ.ย.62) ยกเลิกมติแบน หรือชะลอมติดังกล่าวด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พาราควอต