เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 66,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 66,100 บาท
Hermès Birkin ไม่แรร์แล้ว? ราคาตลาดรีเซลร่วง สั่นคลอนความเอ็กซ์คลูซีฟ
Business Hermès Birkin ไม่แรร์แล้ว? ราคาตลาดรีเซลร่วง สั่นคลอนความเอ็กซ์คลูซีฟ
ส่งออกยังแบกเศรษฐกิจไทย โพลหอกาค้าชี้ 73.5% ห่วงดอกเบี้ยสูงฉุดกำลังซื้อโลก
Economic ส่งออกยังแบกเศรษฐกิจไทย โพลหอกาค้าชี้ 73.5% ห่วงดอกเบี้ยสูงฉุดกำลังซื้อโลก
คุยกับ ‘พิชัย จาวลา’ มองอนาคตอสังหาฯ จังหวัดเชียงใหม่
Economic คุยกับ ‘พิชัย จาวลา’ มองอนาคตอสังหาฯ จังหวัดเชียงใหม่
หอการค้าไทย เตือนส่งออกปี 70 เสี่ยงสูง คาดโต 0.8-11.1% ขึ้นกับภาษีสหรัฐ-AI
Economic หอการค้าไทย เตือนส่งออกปี 70 เสี่ยงสูง คาดโต 0.8-11.1% ขึ้นกับภาษีสหรัฐ-AI
‘เอกนัฏ’ จ่อดึงเงินกองทุนอนุรักษ์พลังงาน-เงินปันผลบริษัทน้ำมันโปะกองทุนน้ำมันฯ เก็บค่าการกลั่นรอบใหม่ 1,200 ล้าน
Economic ‘เอกนัฏ’ จ่อดึงเงินกองทุนอนุรักษ์พลังงาน-เงินปันผลบริษัทน้ำมันโปะกองทุนน้ำมันฯ เก็บค่าการกลั่นรอบใหม่ 1,200 ล้าน
วิรไท ประธานทีดีอาร์ไอ ชี้ปัจจัยความไม่มั่นคงคนไทย แนะปฏิรูปภาครัฐ-แก้ความเหลื่อมล้ำ
Politics วิรไท ประธานทีดีอาร์ไอ ชี้ปัจจัยความไม่มั่นคงคนไทย แนะปฏิรูปภาครัฐ-แก้ความเหลื่อมล้ำ
จับตาแผน PDP 2026 ฉบับ ‘เอกนัฏ’ ผุดทางเลือกที่ 5 ดันไฟสะอาดเกิน 70% ชั่งใจต้นทุน CCS
Economic จับตาแผน PDP 2026 ฉบับ ‘เอกนัฏ’ ผุดทางเลือกที่ 5 ดันไฟสะอาดเกิน 70% ชั่งใจต้นทุน CCS
ปาเจราจาบัลย์ พาผู้อ่านสำรวจความตายและความสัมพันธ์ในครอบครัว
Biz Movement ปาเจราจาบัลย์ พาผู้อ่านสำรวจความตายและความสัมพันธ์ในครอบครัว
80 ปี IMF : จากโรงแรมกลางหุบเขา สู่เวทีโลกที่กรุงเทพฯ
Columns 80 ปี IMF : จากโรงแรมกลางหุบเขา สู่เวทีโลกที่กรุงเทพฯ
ดูทั้งหมด

“ทิพย” ลุยประกันบิ๊กโปรเจ็กต์รัฐ โฟกัส “อีอีซี-รางคู่” ปักธงเบี้ยรับปี’63 โต 5%

26 พ.ย. 2562 | 13:45น.

“ทิพยประกันภัย” ตั้งแท่นปีหน้าลุยรับประกันภัย “เมกะโปรเจ็กต์รัฐ” ปักธงเบี้ยรับรวมปี”63 โตไม่ต่ำกว่า 5% โฟกัสโครงการลงทุนใน “อีอีซี-รถไฟรางคู่” ประเมินปีหน้าอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยโต 2-3% ส่อแพ่งตัดราคาเดือด ขณะที่ผลประกอบการบริษัทมั่นใจปีนี้โกยเบี้ยรับ 2.2 หมื่นล้านบาท พร้อมยัน “3 เขื่อนใน สปป.ลาว” ที่บริษัทรับประกันอยู่ยังไม่มีรายงานความเสียหายจากแผ่นดินไหว

นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย (TIP) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2563 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับจะเติบโตได้ไม่น้อยกว่า 5% จากปี 2562 นี้ที่คาดว่าเบี้ยประกันภัยจะทำได้ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อน โดยบริษัทกำลังเตรียมความพร้อมเข้าไปเป็นผู้รับประกันภัยโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่จะเกิดขึ้นในปี 2563 เนื่องจากปีหน้าจะมีการลงทุนค่อนข้างมาก ซึ่งหลายโครงการก็เลื่อนการลงทุนไปจากปีนี้ โดยให้ทีมงานมอนิเตอร์โครงการรถไฟรางคู่ และโครงการเขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) รวมถึงเตรียมพร้อมเสนอตัวเป็นผู้รับประกันภัยในโครงการต่าง ๆ ของภาคเอกชนด้วย เนื่องจากภาคเอกชนที่มีคอนเน็กชั่นกับนักลงทุุนต่างประเทศเริ่มมีแนวโน้มเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น

“เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรับประกันภัยโครงการขนาดใหญ่อยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทจะได้เข้าไปรับประกันเกือบทุกโครงการ แม้ว่าจะเป็นการประกันภัยร่วม แต่ก็อาจจะได้สัดส่วนการรับประกันมากกว่าบริษัทประกันภัยรายอื่น ๆ เนื่องจากบริษัทมีความชำนาญและเชี่ยวชาญพร้อมทั้งได้แรงหนุนจากพันธมิตรอย่างบริษัทประกันภัยต่อ (รีอินชัวเรอร์ส) ค่อนข้างดี”

ทั้งนี้ ปัจจุบันความสามารถในการรับประกันภัย (capacity) โครงการขนาดใหญ่ของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท แต่โครงการส่วนใหญ่ที่รับประกันอยู่ก็จะมีมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาทและแสนล้านบาท โดยการเข้าไปรับประกันภัยแต่ละครั้งบริษัทจะมีการทำประกันภัยต่อไปต่างประเทศเกือบ 80-90% ของความเสี่ยงทั้งหมดที่มี

โดยนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปีหน้า จะยังคงรักษาพอร์ตการรับประกันภัยรถยนต์ (มอเตอร์) ไว้ไม่ให้เกิน 30% จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 18% ซึ่งถือว่ายังมีช่องว่างอยู่พอสมควร โดยปีหน้าภาวะเศรษฐกิจที่น่าจะยังซึม จะยังเป็นความท้าทายของบริษัทประกันภัย ซึ่งคาดว่าบริษัทประกันภัยหลายแห่งจะหันมาแข่งขันเรื่องราคามากขึ้น ทั้งนี้ ภาพรวมธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2563 คาดว่าน่าจะมีโอกาสเติบโตได้ประมาณ 2-3% เมื่อเทียบกับสิ้นปีนี้ที่น่าจะโตเฉลี่ยอยู่กว่า 1% เท่านั้น

“พอเศรษฐกิจมันฝืดตัวมากขึ้น ธุรกิจประกันภัยก็อยากจะได้เบี้ย ก็จะแข่งด้านราคา ซึ่งจะเป็นสิ่งที่เป็นความท้าทายและเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด เพราะว่าจริง ๆ แล้วราคาเบี้ยทุกวันนี้ ก็แข่งกันจนต่ำติดดินแล้ว หากยังไปแข่งราคากันอีกอาจจะมีบริษัทประกันที่ร่อแร่เพิ่มขึ้น แต่สำหรับทิพยประกันภัยเราจะเน้นให้บริการที่ดี จากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่มาก เชื่อว่าจะสามารถให้คำแนะนำลูกค้า ก็น่าจะสามารถรักษาฐานลูกค้าไว้ได้ และน่าจะขยายฐานลูกค้าได้พอสมควรด้วย” นายสมพรกล่าว

นายสมพร กล่าวด้วยว่า สำหรับการรับประกันภัยเขื่อนใน สปป.ลาวที่เพิ่งเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวนั้น เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาบริษัทมีการเข้าไปรับประกันภัยเขื่อนใน สปป.ลาว 3 เขื่อน ประกอบด้วย 1.เขื่อนน้ำสะนา 2.เขื่อนน้ำคาน 2 และ 3.เขื่อนห้วยลำพันใหญ่ ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานความเสียหาย แต่จะมีเขื่อนเซละบำที่อยู่ในโครงการรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) ซึ่งรับประกันภัยไว้โดยทิพยประกันภัยลาว และได้ประกันภัยต่อมาให้บริษัทกว่า 80% ขณะที่บริษัทก็เก็บไว้แค่ 5% ที่เหลือส่งประกันภัยต่อในต่างประเทศ โดยได้รับรายงานว่า ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมเมื่อหลายเดือนก่อน แต่ความเสียหายยังไม่มาก ซึ่งจะต้องส่งทีมสำรวจภัยจากต่างประเทศเข้าไปตรวจสอบความเสียหายให้ชัดเจนก่อน

“หากความเสียหายเกินความเสียหายส่วนแรก (deductible) บริษัทก็พร้อมที่จะจ่าย แต่คาดว่าคงจะไม่เกิน ทางบริษัททิพยประกันภัยลาวจึงไม่ได้แจ้งอะไรเพิ่มเติม คงต้องรออีกสักระยะ” นายสมพรกล่าว