ค่าเงินบาทนิ่งที่ 30.21 บ./ดอลลาร์ หลัง กนง.คงดอกเบี้ย-ส่งสัญญาณปีหน้าพร้อมลดดบ.ดูแลเศรษฐกิจ
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดทุนสายงานธุรกิจตลาดเงินทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ (19 ธ.ค.) ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ 30.21 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยกรอบเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 30.17-30.27 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
เนื่องจากภาพตลาดการเงินทั่วโลกแทบไม่ไปไหน ดัชนีหุ้นสหรัฐ S&P500 ปรับตัวลง 0.1% และ FTSE100 ของอังกฤษที่ปรับตัวขึ้น 0.2% ขณะที่บอนด์ถูกขายต่อเนื่อง ผลตอบแทน (ยีลด์) พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีขยับขึ้นมาที่ระดับ 1.93% กดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลง 0.1%
ดร.จิติพล กล่าวว่า ฝั่งในประเทศ ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคาร แห่งประเทศไทย (กนง.) เป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ด้วยการ “คง” อัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.25%
แต่ความน่าสนใจอยู่ที่มุมมองการขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2020 ที่ กนง.ปรับลงมาเหลือเพียง 2.8% ด้วยความเสี่ยงที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกที่หดตัว การใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวดเร็วตามคาด และการชะลอตัวของการบริโภคภาคเอกชน ทั้งหมดถือว่าเป็นการส่งสัญญาณว่า กนง.สามารถลดดอกเบี้ยนโยบายต่อในปีหน้าได้ ถ้าเศรษฐกิจแย่กว่านี้
ส่วนของเงินบาทและพันธบัตร (บอนด์) ไทยในระยะสั้นแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะปรับตัวอ่อนค่าในช่วงเช้าจากแรงเก็งกำไร และมีแรงซื้อกลับในช่วงบ่ายจากผู้ส่งออก
ขณะที่ในวันนี้ ต้องติดตามการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางอังกฤษที่คาดว่าจะ “คง” ดอกเบี้ยที่ 0.75% และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่คาดว่าจะไม่เปลี่ยนนโยบายการเงินเช่นกัน
อย่างไรก็ดี เชื่อว่าในอนาคต BOJ อาจต้องเตรียมพร้อมที่จะปรับนโยบายการเงินตามตลาด เพราะบอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นมาตลอดไตรมาสที่ผ่านมา ในอนาคตถ้ายีลด์พันธบัตรระยะยาวของญี่ปุ่นกลับมาซื้อขายในแดนบวก เนื่องจากไม่มีนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเข้ามาสนับสนุน นักลงทุนก็จะกลับเข้าซื้อ กดให้เงินเยนกลับมาแข็งค่า ซึ่งอาจเป็นปัจจัยลบต่อการส่งออกในระยะยาวได้