เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
Biz Movement ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
EV เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
Finance ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
Business เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
EV BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
เปิดวิสัยทัศน์ ‘ไพบูลย์ นลินทรางกูร’ ประธาน FETCO คนใหม่ ดึงดูดเงินทุน ตั้งเป้ายกระดับตลาดทุนไทยผงาดเวทีโลกใน 15 ปี
Finance เปิดวิสัยทัศน์ ‘ไพบูลย์ นลินทรางกูร’ ประธาน FETCO คนใหม่ ดึงดูดเงินทุน ตั้งเป้ายกระดับตลาดทุนไทยผงาดเวทีโลกใน 15 ปี
‘กี-กีรติ’ เปิดที่มาจัดงานวิ่งเพื่อสุขภาพ เคยหัวใจหยุดเต้น 19 นาที
Biz Movement ‘กี-กีรติ’ เปิดที่มาจัดงานวิ่งเพื่อสุขภาพ เคยหัวใจหยุดเต้น 19 นาที
นายกฯ พร้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ‘พ.ร.ก.กู้ฯ’ ยันทำตามนโยบาย
Politics นายกฯ พร้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ‘พ.ร.ก.กู้ฯ’ ยันทำตามนโยบาย
ชวนชมนิทรรศการ “Six Landscapes: 6 ภูมิทัศน์แห่งถ้วยชาญี่ปุ่น” ที่สยาม ทาคาชิมายะ
Biz Movement ชวนชมนิทรรศการ “Six Landscapes: 6 ภูมิทัศน์แห่งถ้วยชาญี่ปุ่น” ที่สยาม ทาคาชิมายะ
“ญี่ปุ่น-มาเลย์” ปั้นชิป AI เจาะน่านน้ำใหม่ 4.1 แสนล้าน ชน Nvidia
Tech “ญี่ปุ่น-มาเลย์” ปั้นชิป AI เจาะน่านน้ำใหม่ 4.1 แสนล้าน ชน Nvidia
ดูทั้งหมด

“แกร็บ” ขอเคลียร์ 5 เรื่องที่คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิด

20 ม.ค. 2563 | 12:05น.

ก่อนหน้านี้ “ประชาชาติธุรกิจ” เคยรายงานข่าวว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า นโยบายการให้บริการรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปพลิเคชั่นแบบถูกกฎหมายเสร็จน่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือน มี.ค.2563

แม้ว่าความฮอตของ “ออนดีมานด์ เดลิเวอร์รี่” อาจทำให้บทบาทเรื่องการเป็นแอปพลิเคชั่นเรียกรถยนต์หรือแท็กซี่ลดความร้อนแรงลงไปบ้าง แต่ก็ยังเป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐานของ “แกร็บ” (Grab)

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายธุรกิจในปัจจุบัน คือการมีสารพัดบริการ เพื่อยกสถานะเป็น “ซูเปอร์แอป” อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันให้ผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รายงานข่าวจาก แกร็บ ระบุว่า แอปพลิเคชั่น “แกร็บ” มีการดาวน์โหลดบนโทรศัพท์มือถือไปแล้วกว่า 163  ล้านเครื่อง ทำให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ ร้านค้า และผู้แทนกว่า 9 ล้านราย โดย “แกร็บ” เชื่อว่าตนเองมีเครือข่ายการให้บริการขนส่งทางบกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค โดยได้ให้บริการการเดินทางไปแล้วมากกว่า 3 พันล้านเที่ยว นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 2555

นอกเหนือจากบริการการเดินทางแบบออนดีมานด์แล้ว ยังนำเสนอบริการด้านอื่นๆ ให้ผู้ใช้ทั่วทั้ง 339 เมืองใน 8 ประเทศ ได้แก่ การบริการรับส่งอาหาร การจัดส่งสินค้าและพัสดุ ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนบริการทางการเงิน

ในบ้านเรา คงน้อยมากที่จะมีใครไม่รู้จัก “แกร็บ” หลังเปิดบริการมาแล้วกว่า 6 ปี ขยายธุรกิจไปในบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสั่งอาหารออนไลน์ผ่าน GrabFood บริการส่งพัสดุหรือสิ่งของผ่าน GrabExpress ฟีเจอร์สั่งซื้อของสดหรือสินค้าจากซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Groceries รวมถึงบริการทางการเงินต่างๆ ผ่าน GrabPay

ก่อนที่บริการรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปพลิเคชั่นจะถูกกฎหมาย และแม้ว่าคนไทยจะคุ้นชินกับซูเปอร์แอปมาเกินกว่าครึ่งทศวรรษ ถึงอย่างนั้น “แกร็บ” ก็ยังอยากชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อมูลที่ว่ามีอะไรบ้าง

“แกร็บ” เป็นบริษัทต่างชาติ ไม่เสียภาษี?

แม้ว่าแอปพลิเคชั่นแกร็บจะริเริ่มและก่อตั้งโดยสองนักธุรกิจชาวมาเลเซีย “แอนโทนี ตัน และฮุย หลิง ตัน” แต่เมื่อเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2556 ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทสัญชาติไทยอย่างถูกต้องกับกระทรวงพาณิชย์ภายใต้ชื่อ บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 2,880 ล้านบาท ปัจจุบัน แกร็บ ประเทศไทย มีบริษัทไทยถือหุ้น 75% หนึ่งในนั้นคือ กลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งได้ประกาศการลงทุนในแกร็บ ประเทศไทย

ช่วงต้นปี 2562 ที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงถึง 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 6,200 ล้านบาท ในฐานะบริษัทไทย แกร็บ ประเทศไทย จึงมีหน้าที่ในการเสียภาษีที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ อาทิ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมายของกรมสรรพากร ไม่ต่างจากบริษัทไทยทั่วไป

นั่ง “แกร็บ” มีความเสี่ยง ไร้ความคุ้มครอง?

คนที่ไม่เคยใช้บริการเรียกรถผ่านแอปฯ อาจรู้สึกเสี่ยงหรือมีความกังวลเรื่องปลอดภัย สำหรับบริษัทผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นเรียกรถชั้นนำ ความปลอดภัยในการเดินทางของผู้โดยสารเป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญที่สุด แกร็บให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย อาทิ เทคโนโลยียืนยันตัวตนด้วยการเซลฟีของทั้งคนขับและผู้โดยสาร เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับทั้งสองฝ่าย ฟีเจอร์ Share My Ride ซึ่งผู้โดยสารสามารถแชร์รายละเอียดการเดินทางให้ครอบครัวหรือเพื่อนได้รับทราบ ทั้งตำแหน่งของรถ เส้นทางการเดินทาง รายละเอียดของคนขับทั้งชื่อ-นามสกุล และภาพถ่าย รวมถึงระยะเวลาโดยประมาณที่ผู้โดยสารจะไปถึงจุดหมาย

หรือปุ่มขอความช่วยเหลือเพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ ยังมี Call Center ที่คอยให้ความช่วยเหลือทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ที่สำคัญแกร็บยังได้ทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่คุ้มครองทั้งผู้โดยสารและคนขับในทุกเที่ยวการเดินทาง โดยมีวงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 100,000 บาทในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงทุนประกันชีวิตสูงสุดถึง 200,000 บาท

ใครๆ ก็ขับ “แกร็บ” ได้ เปิดช่องให้เกิดอาชญากรรม?

ถึงแม้ว่าแกร็บจะเปิดโอกาสให้คนที่มีรถยนต์ส่วนบุคคลสามารถหารายได้เสริมจากการให้บริการรับส่งผู้โดยสารโดยเรียกผ่านแอปฯ แต่ใช่ว่าทุกคนจะขับแกร็บได้ คนที่จะมาเป็นพาร์ทเนอร์ของแกร็บต้องผ่านกระบวนการคัดกรองที่เข้มงวด โดยมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมย้อนหลังถึง 7 ปี หากพบประวัติเคยกระทำความผิดทางกฎหมายใดๆ ก็จะไม่สามารถให้บริการได้

เมื่อผ่านการคัดเลือกแล้วคนขับต้องผ่านการอบรมด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เทคนิคในการรับงาน มารยาทในการให้บริการ มาตรการความปลอดภัยด้วย รวมทั้งมีการกำหนดหลักปฏิบัติและจรรยาบรรณเพื่อเป็นแนวทางในการทำงานให้กับคนขับทุกคน

นอกจากนี้ แกร็บยังรับฟังความคิดเห็นของผู้โดยสารเพื่อพร้อมปรับปรุงการให้บริการ โดยมีระบบการให้คะแนนหลังการเดินทาง ซึ่งเป็นการประเมินผลการให้บริการของคนขับไปในตัวโดยจะส่งผลต่อค่าตอบแทน โบนัสและสิทธิประโยชน์อื่นๆ

และในกรณีที่คนขับกระทำความผิดหรือฝ่าฝืนข้อบังคับต่างๆ แกร็บมีระบบแบนคนขับหรือการระงับสัญญาณการให้บริการในระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยแกร็บพร้อมให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในด้านข้อมูลของคนขับเพื่อประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวน

“แกร็บ” เอาเปรียบคนขับ ทำนาบนหลังคน?

บางคนคิดว่า แกร็บเอาเปรียบคนขับจากการหักเปอร์เซ็นต์ค่าบริการ โดยอาจไม่ทราบว่าแกร็บให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนขับมาตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินธุรกิจ ปัจจุบันมีพาร์ทเนอร์คนขับนับแสนคนที่ใช้ประโยชน์จากแอปพลิเคชันแกร็บในการสร้างรายได้จากอาชีพอิสระ

โดยนอกจากค่าโดยสารแล้ว คนขับแกร็บยังได้รับผลตอบแทนในรูปแบบอื่นๆ เช่น โบนัส อินเซนทีฟ หรือส่วนลดค่าคอมมิชชัน ทั้งยังมีสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ประกันสุขภาพ การผ่อนชำระสินค้ารายวัน การให้สินเชื่อ ส่วนลดจากพันธมิตร ทั้งบริการที่เกี่ยวกับการซ่อมบำรุงรถ น้ำมัน อาหาร ท่องเที่ยว รวมถึงกิจกรรมพิเศษและคอร์สอบรมต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาทักษะให้กับคนขับ อีกทั้งยังดูแลไปถึงครอบครัว
หนึ่งในโครงการสำคัญที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2561 คือ Grab The Future เพื่อมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรของพาร์ทเนอร์คนขับ โดยปัจจุบันแกร็บมอบทุนไปแล้ว 4 ล้านบาท ครอบคลุม 700 ครอบครัว

คนขับ “แกร็บ” แย่งงานแท็กซี่?

หลายคนคิดว่าบริการการเดินทางของแกร็บมีเฉพาะที่เป็นรถยนต์ส่วนบุคคล แต่จริงๆ ยังมีคนขับแท็กซี่ที่เห็นประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีในการหาผู้โดยสารอยู่บนแพลตฟอร์มของแกร็บ

ปัจจุบันมีคนขับรถแท็กซี่หลายหมื่นคนที่รับงานผ่านแอปพลิเคชั่นแกร็บ เป็นการเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงผู้โดยสาร จากเดิมที่ต้องรอผู้โดยสารที่โบกเรียกตามท้องถนนเพียงอย่างเดียว

จากผลวิจัยของศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้บริหารทางธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้สำรวจความคิดเห็นของคนขับแท็กซี่เมื่อเร็วๆ นี้พบว่า 99%  ของคนขับแท็กซี่บอกว่าแอปพลิเคชั่นเรียกรถช่วยให้เข้าถึงผู้โดยสารและทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้คนขับทราบจุดหมายปลายทางของผู้โดยสารล่วงหน้าทำให้แมตช์กับเส้นทางที่คนขับสะดวกเดินทาง ซึ่งช่วยแก้ปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร มีระบบ GPS  ช่วยแนะนำเส้นทาง ทั้งมีฟีเจอร์แปลภาษาที่ช่วยให้คนขับสื่อสารกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แกร็บ (Grab)