เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เครือข่ายไทย-จีน ประชุมวิชาการแม่โขง-ล้านช้าง ชูประเด็น ‘ภาษา-ระบบนิเวศ-อารยธรรม’ ถกร่วมมือภูมิภาค
Biz Movement เครือข่ายไทย-จีน ประชุมวิชาการแม่โขง-ล้านช้าง ชูประเด็น ‘ภาษา-ระบบนิเวศ-อารยธรรม’ ถกร่วมมือภูมิภาค
Low Calorie Lifestyle โอกาสใหม่ของธุรกิจอาหารไทยในยุค Longevity
Columns Low Calorie Lifestyle โอกาสใหม่ของธุรกิจอาหารไทยในยุค Longevity
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 650 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 650 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,550 บาท
BinanceTH ย้ำสินทรัพย์ดิจิทัล แยกส่วนกับ Binance Global ไม่ได้โดนแฮก
Tech BinanceTH ย้ำสินทรัพย์ดิจิทัล แยกส่วนกับ Binance Global ไม่ได้โดนแฮก
‘ค่าธรรมเนียม’ แพลตฟอร์มสูงแค่ไหนถึงเรียกว่าไม่เป็นธรรม ?
Biz Movement ‘ค่าธรรมเนียม’ แพลตฟอร์มสูงแค่ไหนถึงเรียกว่าไม่เป็นธรรม ?
ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
Finance ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
Finance บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
Finance เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
Real Estate ‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

3 กูรูเศรษฐกิจฟันธง ปี’63 ‘วิบากกรรม’ ท่องเที่ยวไทย

16 ก.พ. 2563 | 16:00น.

ยังคงเป็นสถานการณ์ที่ยากที่จะคาดการณ์ได้จริง ๆ สำหรับปรากฏการณ์ของไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ แต่ที่แน่นอนคือ ภาคธุรกิจท่องเที่ยว กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากทั้งระบบ 

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมความเห็นจาก 3 กูรูด้านเศรษฐกิจการเงินถึงผลกระทบจากไวรัสโคโรน่า รวมถึงชี้ทางออกให้กับภาคธุรกิจท่องเที่ยวไว้ดังนี้ 

โคโรน่าทุบ GDP เหลือ 1.3%

“ดร.ดอน นาครทรรพ” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บอกว่า หลายฝ่ายมองว่า ปีนี้จะเป็นปีแห่ง “วิบากกรรม” ของเศรษฐกิจไทย และทำให้โอกาสการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปีนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยมีปัจจัยสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ สถานการณ์ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ที่คาดว่าจะมีผลกระทบมากที่สุด รองลงมาคือ วิกฤตภัยแล้ง ที่กระทบภาคการเกษตร และความล่าช้าของงบประมาณภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม มองว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจากไวรัสไม่น่าจะรุนแรงเท่ากับการประมาณการของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่คาดว่าผลกระทบไทยจะสูญเสียนักท่องเที่ยว 5 ล้านคน และรายได้หายไป 2.5 แสนล้านบาท ซึ่งคิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 1.5% ของ GDP และอาจจะทำให้อัตราการเติบโตของ GDP ไทยลดจากที่คาดไว้ 2.8% เมื่อตอนต้นปี เหลือ 1.3% เท่านั้น ซึ่งตัวเลขคาดการณ์ของ ธปท.ไม่ร้ายแรงเท่ากับตัวเลขของกระทรวง

หนักกว่าโรคซาร์ส

“ดร.ดอน” บอกด้วยว่า หากดูจากสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวในช่วงต้นปีเห็นชัดเจนว่า ก่อนจะเข้าสู่ช่วงตรุษจีนจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเติบโตจากปีก่อนอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากสถานการณ์ไวรัสในจีนเริ่มรุนแรงขึ้น ไทยก็ได้รับผลกระทบทันที

“ปัจจุบันไทยมีสัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวจีนราว 27% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด และจีนยังครองตำแหน่งคู่ค้าอันดับ 1 ของภาคการส่งออกไทยอีกด้วย โดยที่ผ่านมารายได้จากการท่องเที่ยวไทย คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.9 ล้านล้านบาท และสร้างการจ้างงานมากกว่า 19.1% ของการจ้างงานทั่วประเทศ”

ทั้งนี้ หากเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับวิกฤตโรคซาร์ส เมื่อปี 2546 ถือว่ามีข้อแตกต่างค่อนข้างมาก เนื่องจากขณะนี้ไทยมีหนี้ครัวเรือนสะสมมากกว่า 80% ของ GDP ทำให้ภาคครัวเรือนมีกันชนน้อยมาก ในขณะที่ภาครัฐมีหนี้สาธารณะต่ำกว่าในอดีตก็จริง แต่ภาครัฐที่มีกำลังในการส่งความช่วยเหลือไปยังภาคส่วนอื่นได้มากที่สุดกลับไม่สามารถนำงบประมาณออกมาใช้ได้

รักษาสภาพคล่องเอกชน

ดังนั้นจึงมองว่าการรักษาสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจจึงเป็นส่วนสำคัญอย่างมากพร้อมทั้งย้ำว่า การก้าวข้ามวิกฤตครั้งนี้จำเป็นจะต้องอาศัยนโยบายหลายด้าน ทั้งนโยบายการเงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ให้กับผู้ประกอบการ มาตรการด้านการคลัง อย่างการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เลื่อนการจ่ายภาษีและประกันสังคม รวมถึง
กระตุ้นการออกเดินทางสัมมนาของภาครัฐ รวมถึงมาตรการสถาบันการเงินให้ธนาคารพาณิชย์ช่วยพักชำระหนี้ ลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนั้นยังจำเป็นที่จะต้องอาศัยมาตรการด้านสาธารณสุข สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศด้วย

แนะทบทวนอนาคตเที่ยวไทย

“ดร.ดอน” กล่าวว่า หลังจากผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้อาจจะถึงเวลาที่ไทยจะต้องพิจารณาเรื่องสำคัญ 2-3 เรื่อง คือ 1.ประเมินว่าไทยพึ่งพาตลาดจีนมากเกินไปหรือไม่ และถึงเวลาที่จะต้องเพิ่มความยั่งยืนให้การท่องเที่ยวด้วยการปรับสมดุลความหลากหลายของสัญชาตินักท่องเที่ยวหรือยัง

2.ควรใช้เวลานี้ทำการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว และ 3.กระจายแหล่งท่องเที่ยวออกไปสู่เมืองรองอื่น ๆ

“ผมมองว่าในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะหนักจากผลกระทบของไวรัส เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวมีความสำคัญมากต่อเศรษฐกิจไทย และเรายังไม่ทราบว่าสถานการณ์นี้จะจบลงอย่างไร” ดร.ดอนย้ำ

เชื่อจีนพยุง GDP ได้เกิน 5%

 “สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์” นักวิชาการอิสระ ระบุว่า ในช่วงเริ่มต้นปี 2563 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจทั่วโลกจะปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัวของ GDP ในหลายประเทศ อาทิ จีน เติบโต 6% อเมริกา เติบโต 1-2% ฯลฯ แต่เมื่อเศรษฐกิจโลกเผชิญกับวิกฤตไวรัสโคโรน่า ทำให้ยังไม่มีใครตอบได้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกต่อไปจะเป็นอย่างไร แม้ว่าหลายภาคส่วนคาดว่าน่าจะยุติไวรัสได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ และกลับเข้าสู่ภาวะปกติในที่สุด

“ผลกระทบของไวรัสส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกมากกว่าในปีที่มีการแพร่ระบาดของซาร์ส เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจจีนมีสัดส่วนใน GDP โลกเพิ่มจาก 4.2% มาเป็น 14.3% อย่างไรก็ตามเชื่อว่ารัฐบาลจีนจะพยุง GDP ในปีนี้ให้ขยายตัวได้กว่า 5%”

หวังงบประมาณรัฐหนุน

สำหรับเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาจีนอย่างมากจะได้รับผลกระทบทั้งภาคการ
ท่องเที่ยวและการส่งออก โดยคาดว่าภาคการส่งออกของไทยน่าจะติดลบ 2-4% และภาคการท่องเที่ยวของไทยก็อาจจะติดลบราว 9% ทำให้ปีนี้เศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องพึ่งพางบประมาณภาครัฐที่เตรียมจะปล่อยออกมามากกว่า 3.2 ล้านล้านบาท ทำให้คาดว่าปี 2563 นี้ เศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวราว 2-2.2%

ทั้งนี้ ในส่วนของภาคการท่องเที่ยวนั้นประเมินว่า เหตุการณ์น่าจะคลี่คลายภายในเดือนมิถุนายนนี้ สิ่งสำคัญคือต้องปรับมุมมองของนักท่องเที่ยวให้เห็นว่าสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ

โดยคาดว่าประเทศเกิดใหม่หลายประเทศ อาทิ อินเดีย รัสเซีย บราซิล ฯลฯ และกลุ่มประเทศที่ไม่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรน่าอย่าง ตะวันออกกลาง อเมริกา และยุโรป จะเป็นตลาดศักยภาพที่ช่วยหนุนภาคท่องเที่ยวของไทยได้ 

ชี้ “ช็อปปิ้ง-โรงแรม” หนัก

ด้าน “รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช” ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า สูงที่สุดเคียงข้างสิงคโปร์ เนื่องจากไทยพึ่งพาทั้งนักท่องเที่ยวจีนและตลาดส่งออกจีน จึงฟันธงว่าไวรัสโคโรน่านี้จะส่งผล กระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่าโรคซาร์ส ในปี 2546 ที่จีนมีขนาดเศรษฐกิจและสัดส่วนต่อ GDP โลก รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกน้อยกว่านี้

“คาดว่าไทยจะมีนักท่องเที่ยวโดยรวมหายไปอย่างน้อย 0.5-1% ส่งผลให้รายได้ทางการท่องเที่ยวไทยหดตัวประมาณ 4.1-8.2% คิดเป็นมูลค่าราว 75,000-150,000 ล้านบาท โดยจังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ กรุงเทพฯและปริมณฑล ภาคใต้ และภาคตะวันออก”

นอกจากนี้ยังเชื่อว่า ธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้มากที่สุด คือ ธุรกิจช็อปปิ้ง โรงแรม และอาหารเครื่องดื่ม รวมถึงจะทำให้การจ้างงานหายไป ประมาณ 0.5-1% ส่งผลกระทบต่อแรงงาน ประมาณ 180,000-500,000 คน

และเชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะกระทบต่อ GDP ราว 0.5-1% คิดเป็นมูลค่า 79,300-238,000 ล้านบาท และกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมตั้งแต่กลุ่มท่องเที่ยว อุตสาหกรรม ไปจนถึงภาคการเกษตรด้วย