ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอยู่ที่ 31.65 บาท/ดอลลาร์ แนวโน้มทรงตัว
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักวิเคราะห์ตลาดการเงินและการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (25 ก.พ.) ที่ระดับ 31.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 31.69 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 31.60-31.70 บาทต่อดอลลาร์
โดยในคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินผันผวนหนักดัชนี S&P500 ของสหรัฐปรับตัวลงถึง 3.35% ขณะที่ Euro Stoxx 50 และ FTSE 100 ในฝั่งยุโรปถึงอังกฤษก็ปรับตัวลง 4.01% และ 3.34% ตามลำดับ ซึ่งภาพตลาดที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีก่อนนี้ ดูจะเกิดจากความกังวลกับปัญหาไวรัสระบาดที่มีผู้ติดเชื้อมากขึ้นนอกประเทศจีน
โดยในเช้าวันนี้ตลาดการเงินฝั่งเอเชียส่วนใหญ่ก็ชี้ไปในแดนลบเช่นกัน
และในตลาดการเงิน ดูจะมีเพียงพันธบัตร (บอนด์) ที่ปลอดภัย เห็นได้จากล่าสุดอัตราผลตอบแทน (ยีลด์) สหรัฐอายุ10 ปีร่วงหลุดระดับ 1.40% ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016 ขณะที่บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นก็ปรับตัวลงมาที่ระดับ -0.09% ต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีก่อน สะท้อนภาพว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจคือสิ่งที่ตลาดกังวลว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานกว่าที่มองไว้ในช่วงแรก
*ฝั่งตลาดเงิน ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจที่สุดคือเงินเยนญี่ปุ่นที่กลับมาเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยได้ในที่สุด ขณะที่ดอลลาร์ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อ่อนค่าลงต่อหลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลง ทำให้เงินดอลลาร์ไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในคือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี การเคลื่อนไหวของเงินบาทดูจะเป็นบวกมากขึ้นเล็กน้อย เห็นได้จากการกลับมาแข็งค่าได้ตามสกุลเงินเพื่อนบ้านในเช้าวันนี้ ขณะที่ข้อมูลการค้าล่าสุด ก็ยังเห็นการส่งออกทองในปริมาณที่สูง ชี้ว่าไทยยังคงมีสถานะเป็นผู้ส่งออกทองเมื่อราคาปรับตัวขึ้น โดยพฤติกรรมนี้จะทำให้เงินบาทไม่อ่อนค่ามากเหมือนสกุลเงินอื่นในช่วงที่ปริมาณความต้องการทองยังอยู่ในระดับสูง
“สำหรับวันนี้ เชื่อว่าตลาดยังจะถูกปกคลุมไปด้วยความกลัว และมีโอกาสที่จะเห็นสินทรัพย์ปลอดภัยปรับตัวขึ้น สวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง โดยประเด็นดังกล่าว จะทำให้มีเงินทุนไหลออกในหุ้น แต่ก็จะมีเงินทุนไหลเข้ากลับในตราสารหนี้ เงินบาทจึงน่าจะทรงตัวได้ในวันนี้” ดร.จิติพลกล่าว