Skip to content

P2P ทดสอบแซนด์บอกซ์ 3 ราย NESTIFLY ชูปล่อยกู้จับกลุ่มคนเล่นหุ้น

03 มี.ค. 2563 | 16:46น.
P2P ทดสอบแซนด์บอกซ์ 3 ราย NESTIFLY ชูปล่อยกู้จับกลุ่มคนเล่นหุ้น

ธปท.เผยแพลตฟอร์มตัวกลาง “P2P Lending” 2-3 ราย ยื่นขอเข้าทดสอบแซนด์บอกซ์ คาดใช้เวลา 6 เดือนก่อนอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในวงกว้างได้ ด้าน “NESTIFLY” จ่อเข้าแซนด์บอกซ์ ธปท.ต้น มี.ค.นี้ ชูโมเดลปล่อยกู้คนเล่นหุ้นกลุ่ม SET50-SET100 ผ่านแอปพลิเคชั่น “Share Loan” พร้อมดึงข้อมูล “เครดิตบูโร” คัดกรองความเสี่ยงลูกค้า

นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ความคืบหน้าการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล หรือ P2P Lending Platform ล่าสุดมีผู้สนใจยื่นสมัครขอเข้าทดสอบในศูนย์ทดสอบนวัตกรรมทางการเงิน (Regu-latory Sandbox) ของ ธปท.แล้วจำนวน 2-3 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (น็อนแบงก์) ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้ารายเล็กที่มีวงเงินการปล่อยกู้ไม่สูง เฉลี่ยตั้งแต่ 1 พัน-1 แสนบาท

ทั้งนี้ ระยะเวลาการทดสอบในแซนด์บอกซ์ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6 เดือน และหลังออกจากแซนด์บอกซ์ ผู้ให้บริการสามารถยื่นขอใบอนุญาต (license) จากกระทรวงการคลังเพื่อประกอบธุรกิจ P2P Lending Platform และสามารถเปิดให้บริการเป็นวงกว้างตามหลักเกณฑ์ของ ธปท.ได้ต่อไป

โดยการทดสอบ ธปท.จะพิจารณาว่า ตัวกลางที่ทำหน้าที่เชื่อมระหว่างผู้กู้และผู้ขอกู้มีการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงผู้กู้ระดับใด เพื่อให้ผู้ที่จะเข้ามาปล่อยกู้สามารถเลือกได้ รวมถึงพิจารณาระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

“ระยะเวลาการทดสอบนั้น จะขึ้นอยู่กับรูปแบบของโมเดล เช่น การประเมินหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) หากเป็นหนี้ระยะสั้นอาจจะใช้เวลาในการประเมินไม่นาน แต่หากเป็นหนี้ระยะยาวอาจจะใช้เวลาประเมินนาน เป็นต้น ทั้งนี้ การจะได้ออกจากแซนด์บอกซ์ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ให้บริการ โมเดลการประเมินลูกค้า ความเสี่ยง หนี้เสีย ซึ่งอย่างน้อยใช้เวลาราว 6 เดือน จึงจะให้บริการวงกว้างได้” นางสาวสิริธิดากล่าว

นายปพนธ์ มังคละธนะกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท Nestifly Microcredit Platform กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภายในต้นเดือน มี.ค.นี้บริษัทน่าจะสามารถเข้าทดสอบในแซนด์บอกซ์ของ ธปท.ได้ โดยปัจจุบัน ธปท.อยู่ระหว่างขอรายละเอียดเพิ่มเติมทางด้านไอที

ทั้งนี้ การทำธุรกิจของบริษัทในเบื้องต้นจะเป็นการปล่อยสินเชื่อระยะสั้น 3-6 เดือน มีหลักประกัน ผ่านโมบายแอปพลิเคชั่น “Share Loan” โดยอ้างอิงการให้สินเชื่อกับหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่อยู่ในกลุ่ม SET50 และ SET100 ซึ่งจะปล่อยสินเชื่อในวงเงินต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ไม่เกิน 50% ของหุ้นตัวนั้น ๆ และจะให้บริการผ่านโมบายแอปพลิเคชั่น “Share Loan” โดยจะมีการประกาศรายละเอียดการปล่อยสินเชื่อ ทั้งอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซึ่งการคัดกรองลูกค้าจะพิจารณาผ่านข้อมูลและประวัติทางด้านการเงินจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) และปล่อยกู้ตามราคาอ้างอิงตลาด ซึ่งมีการเคลื่อนไหวชัดเจน

“ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีหุ้นอยู่แล้ว ไม่จำกัดปริมาณหุ้น และมีความจำเป็นต้องใช้เงิน แต่ไม่อยากขายหุ้น เพราะราคาหุ้นค่อนข้างผันผวน หรือกลุ่มผู้ทำธุรกิจ เจ้าของธุรกิจ ซึ่งซื้อหุ้นไว้ในพอร์ตเยอะสามารถนำหุ้นมาต่อยอดธุรกิจได้ และในส่วนของผู้ลงทุนนั้น จะมีการทำ customer test พิจารณาความเสี่ยงจากการลงทุนหรือในการให้กู้ โดยจะพิจารณาความเสี่ยงของหุ้นและพันธบัตรนั้น ๆ รวมถึงความเสี่ยงของผู้ลงทุน ว่าต้องการลงทุนแบบไหน เช่น ความเสี่ยงในกลุ่ม SET50 หรือ SET100 ตลอดจนระยะเวลาการลงทุนและอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น” นายปพนธ์กล่าว