Skip to content

ดอลลาร์สหรัฐ ฟื้นตัวหลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

21 ก.ย. 2560 | 19:02น.
ดอลลาร์สหรัฐ ฟื้นตัวหลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน 2560 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.12/14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (20/9) ที่ระดับ 33.08/10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 1.00-1.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ พร้อมกับส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้ นอกจากนี้เฟดยังได้ประกาศว่าจะเริ่มปรับลดงบดุลที่ประกอบด้วยพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ของหน่วยงานของรัฐ และหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกัน หรือ MBS ในเดือนตุลาคม จากปัจจุบันที่ระดับ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ โดยภายใต้นโยบายปรับลดงบดุลของเฟด เฟดจะกำหนดเงินพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ของหน่วยงานของรัฐ และ MBS ที่เฟดจะปล่อยให้ครบกำหนดอายุโดยไม่มีการนำเม็ดเงินไปลงทุนใหม่ และจะเพิ่มเพดานตามป้าหมายที่เฟดกำหนด ซึ่งในเบื้องต้น เฟดจะจำกัดเพดานการลดวงเงินการถือครองตราสารเหล่านี้ที่ระดับ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน ก่อนที่จะขยายเพดานการลดการถือครองตราสารอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในทุก ๆ ไตรมาส จนกระทั่งแตะระดับ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือนในเดือนตุลาคม 2561 ในขณะเดียวกัน กรรมการเฟดจำนวน 12 จาก 16 รายยังคงคาดการณ์ว่า เฟดจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้ ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นเป็นครั้งที่ 3 หลังจากปรับขึ้นในเดือนมีนาคม และมิถุนายน ส่วนกรรมการเฟดจำนวน 11 จาก 16 รายคาดการณ์ว่า เฟดจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 3 ครั้งในปีหน้า และ 2 ครั้งในปี 2562 นอกจากนี้เฟดยังได้ปรับลดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยระยะยาว สู่ระดับ 2.8% จากเดิมที่ระดับ 3% สำหรับการคาดการณ์ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจนั้น เฟดได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวในปีนี้ สู่ระดับ 2.2% จากคาดการณ์เดิมในเดือน มิ.ย.ที่ระดับ 2.1% ส่วนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาวยังคงอยู่ที่ระดับ 1.8% นอกจากนี้ เฟดได้ปรับลดคาดการณ์แนวโน้มเงินเฟ้อ โดยคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่่ระดับ 1.5% ในปีนี้ จากเดิมที่ระดับ 1.7% และคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.9% ในปีหน้า จากเดิมที่ระดับ 2.0% ขณะที่เฟดคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังไม่แตะ 2% จนกว่าจะถึงปี 2562

ในส่วนของประเทศไทยนั้น กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือน ส.ค. 60 โดยการส่งออกมีมูลค่า 21,224 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 13.2% สูงสุดในรอบ 55 เดือน ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 19,134 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 14.9% ส่งผลให้ดุลการค้าการเดินรวม 2,090 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับการส่งออกในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2560 มีมูลค่า 153,623 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 8.9% นำเข้ามีมูลค่า 144,750 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 15.4% ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 8,873 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 33.11-33.145 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.12/14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (21/9) เปิดตลาดที่ระดับ 1.1881/83 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (20/9) ที่ระดับ 1.2006/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงต่อสื่อมวลชนภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม 2 วันของคณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟดเมื่อวานนี้ โดยเยลเลนเน้นย้ำว่าเฟดยังคงเดินหน้านโยบายคุมเข้มการเงินต่อไป เพราะเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับมือกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ส่งผลให้นักลงทุนเทขายเงินยูโรออกมาในวันนี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.1866-1.1918 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.1910/12 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (21/9) เปิดตลาดที่ระดับ 112.50/52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (20/9) ที่ระดับ 111.35/37 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนที่ปรับตัวอ่อนค่าลงหลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงนโยบายผ่อนคลายการเงินเชิงรุก ในการประชุมวันนี้ พร้อมประกาศว่า จะเดินหน้าความพยายามในการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ BOJ มีมติภายหลังการประชุมว่าจะยังคงซื้อพันธบัตรรัฐบาล โดยมีเป้าหมายที่จะรักษาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อระยะยาว ให้เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 0% นอกจากนี้ BOJ ยังมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1% ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 112.21-112.71 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 112.41/43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ (21/9) และการแถลงการณ์ของประธาน ECB (22/9)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.0/-1.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.5/-0.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอลลาร์ ภาวะเงิน