หุ้นการบินซมพิษ “โควิด-19” โบรกหั่นกำไรอีกรอบหวั่นไวรัสลากยาว Q3
โบรกฯชี้หุ้นสายการบินอ่วมหนัก Q1/63 ส่อขาดทุนพุ่งต่อเนื่องจากปี’62 “บล.เอเซีย พลัส” จ่อปรับคาดการณ์กำไรหุ้นสายการบินลงอีกรอบ หลังรอบแรกหั่นกำไรเหลือ 3.4 พันล้านบาท ฮวบกว่า 84% เซ่นพิษไวรัสโควิด-19 ระบาด-ทัวร์จีนหาย-ผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง แนะทยอยสะสม “AOT” ฟาก “บล.ยูโอบีฯ” ชี้ควรหลีกเลี่ยงลงทุนหุ้นสายการบินรอดูผลประกอบการไตรมาสแรกก่อน หวั่นไวรัสลากยาวถึง Q3/63
นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มกำไรงวดไตรมาส 1/2563 ของหุ้นกลุ่มสายการบินคาดว่าจะเผชิญกับการขาดทุนอย่างหนัก โดยเป็นผลจากปัจจัยลบที่เข้ามากระทบตั้งแต่ต้นปี 2563 ทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงจากการประกาศยกเลิกกรุ๊ปทัวร์ของทางการจีน อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ขยายวงกว้าง และผลประกอบการในไตรมาส 4/2562 ที่ยังขาดทุนต่อเนื่อง
ล่าสุด บมจ.การบินไทย (THAI) ประกาศผลดำเนินงานปี 2562 ออกมา พบว่าโตต่ำกว่าคาด โดยขาดทุน 12,044 ล้านบาท ติดลบเพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ฝ่ายวิจัยจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2563 มาอยู่ที่ -16,971 ล้านบาท หรือคาดว่าจะติดลบเพิ่มขึ้น 41% YOY นอกจากนี้ การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะเส้นทางหลักของ THAI ที่ญี่ปุ่นและยุโรปที่ขยายวงเพิ่มเติมจากจีน จะส่งผลให้ภาพรวมรายได้ปี 2563 จะลดลงตามปริมาณผู้ใช้บริการ
“ในไตรมาส 4/2562 ขนาดว่า การท่องเที่ยวไม่เป็นไร แต่สายการบินยังขาดทุนกันเละเทะ ดังนั้น ในไตรมาส 1/2563 เราจึงมองว่า กลุ่มสายการบินจะขาดทุนกันอย่างหนัก ส่วนแนวโน้มกำไรปี 2563 ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ได้ปรับประมาณการไปแล้วรอบหนึ่งจากประเด็นทัวร์จีน และหลังประกาศงบฯไตรมาส 4/2562 และสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายไปทั่วโลก จึงมีการปรับคาดการณ์กำไรลงอีกรอบ” นายสุวัฒน์กล่าว
ทั้งนี้ จากการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 ของหุ้นสายการบินรอบแรก ส่งผลให้กำไรสุทธิของหุ้นสายการบินที่ฝ่ายวิจัยจัดทำประมาณการครอบคลุม ได้แก่ บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) และ THAI ถูกปรับลดลง 84% เหลือ 3,400 ล้านบาท จากเดิมคาดว่ากลุ่มสายการบินจะมีกำไรสุทธิที่ 21,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการปรับประมาณการกำไรปี 2563 อีกครั้งเร็ว ๆ นี้
โดยกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยแนะนำซื้อ AOT ที่ราคาเป้าหมาย 75.80 บาท/หุ้น โดยเฉพาะนักลงทุนระยะยาวแนะนำทยอยสะสมที่ระดับราคาปัจจุบัน แม้ว่าผลประกอบการระยะสั้นมีความเสี่ยงปรับลดลงจากปัจจัยลบที่เข้ามากระทบ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า AOT ในฐานะผู้ให้บริการธุรกิจสนามบินรายเดียวในประเทศไทยจะสามารถฟื้นตัวได้หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลง
ขณะที่หุ้นสายการบินรายอื่น ๆ มองว่ายังไม่น่าสนใจลงทุน เนื่องจากผลประกอบการไตรมาสแรกได้รับปัจจัยกดดันจากไวรัสโควิด-19 ส่วนในไตรมาส 2 และ 3 มีปัจจัยกดดันจากการเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยว และความกังวลต่อธุรกิจท่องเที่ยวที่อาจขาดทุนต่อเนื่อง แม้ว่าธุรกิจท่องเที่ยวจะกลับเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4
“จากภาพปีที่แล้วแม้ไตรมาส 4 ท่องเที่ยวจะฟื้นและเป็นช่วงไฮซีซั่นธุรกิจสายการบิน ก็ยังไม่มีกำไรกัน ในแง่ของสายการบิน จะต้องมีจุดเปลี่ยนอะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือกันระหว่างสายการบิน หรือในกรณีเลวร้ายอาจมีผู้เล่นบางรายที่ต้องล้มหายตายจากไปในช่วงวิกฤต เพื่อให้อุปทานในตลาดลดลง
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้สายการบินทบทวนความเสี่ยงของแผนขยายฝูงบินมากขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยให้มีอุปสงค์ในตลาดมากพอสำหรับทุกคน” นายสุวัฒน์กล่าว
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในช่วงต้นปี 2563 หุ้นกลุ่มสายการบิน เป็นกลุ่มที่ยังไม่น่าสนใจลงทุน เนื่องจากมีปัจจัยลบเรื่องของการปฏิบัติตามมาตรฐานทางบัญชีใหม่จากสัญญาเช่า (IFRS16) ซึ่งจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่เป็นสัญญาเช่า เช่น การเช่าเครื่องบิน และการเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ จะถูกแสดงในงบการเงินปี 2563 ซึ่งจะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบินช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.ประมาณ 9,700 เที่ยวบิน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจสนามบิน ขณะที่ธุรกิจสายการบินผลกระทบก็ค่อนข้างหนัก เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น เงินเดือนพนักงานและค่าเช่าต่าง ๆ ขณะที่รายได้จากเที่ยวบินกลับลดลงสวนทาง
“การลงทุนในหุ้นสายการบิน เราแนะนำว่าไม่ต้องรีบร้อน หรือแนะนำหลีกเลี่ยงไปก่อนในช่วงนี้ โดยให้รอดูผลประกอบการไตรมาส 1/2563 ก่อน เนื่องจากผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ที่ดันเกิดขึ้นในช่วงไฮซีซั่น ยังประเมินได้ยากและไม่มีใครทราบว่าการระบาดจะกินระยะเวลานานแค่ไหน โดยเบื้องต้นเราคาดว่าการระบาดจะกินระยะเวลาถึงไตรมาส 3/2563” นายกิจพณกล่าว
นอกจากนี้ ในส่วนหุ้น AOT นายกิจพณกล่าวว่า ฝ่ายวิจัยแนะนำให้นักลงทุนติดตามข้อมูลและผลประกอบการให้ดี เนื่องจากตัวเลขผลกระทบจากการออกแนวทางเยียวยาให้ผู้ประกอบการสัญญาเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ AOT ประเมินมีความแตกต่างจากที่บริษัทหลักทรัพย์หลาย ๆ แห่งประเมินพอสมควร โดยแตกต่างจากที่นักวิเคราะห์ประเมินเอาไว้ราว 10 เท่า ซึ่งส่งผลให้การประเมินผลกระทบชัด ๆ เพื่อแนะนำการลงทุนในระยะต่อไปทำได้ค่อนข้างลำบาก