เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

คลังล้วงทุกเก๊ะ5แสนล้าน แจก5พันบาทกู้วิกฤตโควิด

02 เม.ย. 2563 | 14:44น.

คลังย้ำมีเงินแน่ จ่ายเยียวยา 5,000 บาท ผู้มีรายได้น้อย 3 เดือน เปิดกฎหมายงัดสารพัดแนวทาง หาเงินกู้วิกฤต “โควิด-19” งบฯกลางཻ เต็มเพดาน ต้องเกลี่ยงบฯ 10% ทุกกระทรวง ออก พ.ร.บ.ดึงเงินเข้างบฯกลาง คาดใช้วงเงินรวมเกือบ 5 แสนล้าน ชง พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.เร็วสุด 7 เม.ย.นี้

นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า การใช้งบประมาณเพื่อดูแลผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น เนื่องจากงบฯกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ที่มีวงเงิน 9.6 หมื่นล้านบาท ถูกใช้ไปแล้วเกือบ 9.4 หมื่นล้านบาท ทั้งการดูแลที่เกี่ยวข้องกับโควิดและแก้ปัญหาภัยแล้งที่ผ่านมา ปัจจุบันเหลือแค่กว่า 2,000 ล้านบาทเท่านั้น ดังนั้น รัฐบาลต้องพิจารณาว่าจะหาเงินจากตรงไหนมาใช้ต่อไป

“ตอนนี้งบฯกลาง 9.6 หมื่นล้านบาท จ่ายไปเกือบ 9.4 หมื่นล้านบาทแล้ว เฉพาะที่จ่ายเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือน ก็ 4.5 หมื่นล้านบาทไปแล้ว” นายเดชาภิวัฒน์กล่าว

จี้ทุกส่วนราชการเกลี่ย 10%

โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติไปเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2563 ให้ทุกส่วนราชการไปปรับแผนการใช้งบฯ และโอนงบฯส่วนที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน เกลี่ยมาใช้ในการดูแลสถานการณ์โควิด หน่วยงานละ 10% อาทิ หน่วยงานที่มีโรงพยาบาลในสังกัด ก็เกลี่ยเงินไปช่วยโรงพยาบาลได้เลย หรือหน่วยงานอื่น ๆ ก็สามารถเกลี่ยไปใช้จ้างงานได้ นอกจากนี้ยังรวมถึงงบฯลงทุนด้วย หากยังไม่มีการลงนามก่อหนี้ผูกพันก็ให้เกลี่ย 10% ไปทำโครงการขนาดเล็กลง เพื่อให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น

ขู่งัด กม.โอนดึงเงินเข้างบฯกลาง

นายเดชาภิวัฒน์กล่าวว่า หากส่วนราชการรายงานการเกลี่ยงบฯ 10% แล้ว ยังไม่คืบหน้า สำนักงบฯจะพิจารณาเรื่องการออกพระราชบัญญัติโอนเงินงบประมาณ มาเป็นงบฯกลาง กระบวนการอาจจะต้องใช้เวลา 1 เดือน ถึง 1 เดือนครึ่ง เพราะต้องเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ

“ถ้ายังไม่ทำอะไรกัน เราก็จะเสนอออก พ.ร.บ.โอนฯ แต่ก่อนจะออกได้ก็ต้องสำรวจว่า รายการไหนโอนได้ หรือรายการไหนโอนไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้นก็จะผิดรัฐธรรมนูญ อย่างพวกรายจ่ายประเภทเหมาหัว เช่น เบี้ยคนชรา เบี้ยคนพิการ เป็นต้น แบบนั้นคงไปโอนไม่ได้ ซึ่งต้องดูข้อกฎหมายให้ชัดเจน เพราะเวลามีปัญหา เราต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่พวกนักกฎหมายที่ออกมาพูดกัน” นายเดชาภิวัฒน์กล่าว

แจงงบฯกลางกว่า 5 แสนล้าน

สำหรับงบฯกลางทั้งหมดในปีงบประมาณ 2563 ที่มีกว่า 5.18 แสนล้านบาทนั้น นายเดชาภิวัฒน์กล่าวว่า รายการใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นเรื่องการจ่ายเงินเดือน ค่ารักษาพยาบาล เงินชดเชยต่าง ๆ เงินสมทบ เงินเบี้ยหวัดบำนาญ และเงินเลื่อนขั้นเงินเดือน มีที่อยู่ในรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพียง 9.6 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

“งบฯกลางกว่า 5 แสนล้านบาทที่พูดกัน เฉพาะที่เป็นการจ่ายเงินเดือนก็ตกกว่า 4 แสนล้านบาทไปแล้ว” นายเดชาภิวัฒน์กล่าว

ออก พ.ร.ก.กู้เงินขึ้นกับคลัง

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกล่าวด้วยว่า หากงบฯกลางไม่เพียงพอก็อาจจะต้องพิจารณาถึงการกู้เงินเพิ่มเติม ซึ่งเป็นอำนาจของทางกระทรวงการคลัง ส่วนการปรับงบประมาณปี 2564 ที่อยู่ระหว่างจัดทำนั้น เนื่องจากไม่ได้มีตั้งรายการเกี่ยวกับการดูแลผลกระทบโควิด-19 ไว้ตั้งแต่แรก แต่การปรับก็สามารถทำได้ในขั้นกรรมาธิการอยู่แล้ว

งบฯมีแน่แห่ขอ 21.5 ล้านคน

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวว่า อยู่ระหว่างเตรียมออกมาตรการดูแลผลกระทบจากโควิด-19 ชุดที่ 3 สำหรับการจัดหางบประมาณนั้นยังไม่อยากให้ไปตีความว่าจะต้องใช้แนวทางใดแนวทางหนึ่ง

“ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาทางเลือก และยืนยันว่าไม่มีแนวคิดจะกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แต่อย่างใด เนื่องจากไทยยังมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง จึงขอให้มั่นใจได้ว่ากระทรวงการคลังสามารถจัดหาแหล่งเงินได้อย่างเพียงพอ และไม่ได้ถังแตก” รมว.คลังกล่าว

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้เตรียมเสนอ ครม. เพื่อของบประมาณเพิ่มเติม สำหรับนำมาจ่ายให้กลุ่มคนที่ลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 จากเดิมที่ ครม.อนุมัติไว้ 4.5 หมื่นล้านบาท หรือคาดการณ์ไว้ว่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 3 ล้านคน เป็น 9 ล้านคน

“ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอที่จะจ่ายเงิน และรัฐจะจ่ายเงินให้กับทุกคนที่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากมีแหล่งเงินสำรองอีกหลายแห่ง และระดับหนี้สาธารณะของเรายังอยู่ที่ประมาณ 42% ยังมีช่องว่างให้สามารถขอกู้ได้เต็มเพดานได้” นายลวรณกล่าว

ทั้งนี้ ยอดผู้ลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาผ่านเว็บไซต์ “www.เราไม่ทิ้งกัน.com” จนถึงวันที่ 31 มี.ค. (ณ 14.00 น.) มีทั้งสิ้น 21.5 ล้านคน

ชี้งัด พ.ร.ก.กู้เงินลำดับสุดท้าย

นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงินจะต้องรอพิจารณาว่า รัฐบาลจะขอใช้เงินจำนวนเท่าใด และเงินที่จะใช้จะต้องมาจากที่ใดบ้าง อย่างไรก็ดี คาดว่าชุดมาตรการดูแลผลกระทบโควิด-19 ชุดที่ 3 ขนาดวงเงินอาจจะไม่ได้ใหญ่มาก จนกระทั่งจะต้องขอกู้เต็มเพดานกรอบความยั่งยืนหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้ถึง 60%

“ต้องรอพิจารณามาตรการภาพรวมก่อน และรอดูว่าเงินที่จะนำมาใช้มาจากส่วนไหนได้บ้าง ซึ่งชุดมาตรการที่จะออกมาคงไม่ได้ใช้งบประมาณจากการออก พ.ร.ก.กู้เงินเพียงอย่างเดียว แต่น่าจะมาจากหลายส่วน คาดว่าจะมาจากการออก พ.ร.บ.โอนและปรับเปลี่ยนการใช้งบประมาณปี 2563 ก่อน ตลอดจนสภาพคล่องของแต่ละหน่วยงาน จากนั้นจึงเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน” นางแพตริเซียกล่าว

ชงขอไฟเขียว พ.ร.ก.กู้ 7 เม.ย.

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงิน คาดว่าจะมีวงเงินไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท เนื่องจากก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังเคยเสนอปรับแผนบริหารหนี้สาธารณะ โดยกู้เงินเพิ่มอีก 1 แสนล้านบาทไปแล้ว แต่เรื่องตีกลับมาปรับแผนใหม่ หลังจากสถานการณ์โควิด-19 กระทบรุนแรงมากขึ้น ซึ่งวงเงินที่จะออก พ.ร.ก.กู้นั้นคงต้องขึ้นกับการประเมินผลกระทบ และมีวัตถุประสงค์ที่จะใช้เงินอย่างชัดเจน โดยสามารถกู้ได้ทั้งในประเทศ

“การออก พ.ร.ก.กู้เงิน คงออกแน่ ๆ โดยจะครอบคลุมการดูแลผลกระทบทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งอาจจะเข้า ครม. วันที่ 7 เม.ย.นี้ ในกรณีที่ทำเร็วที่สุด” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า การคัดกรองคุณสมบัติผู้ที่จะได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือนนั้น กระทรวงการคลังมีวิธีตรวจสอบ

“ภาครัฐมีวิธีตรวจสอบคุณสมบัติ โดยคนที่จะได้รับเงินจะอยู่นอกระบบประกันสังคม ซึ่งมีไม่ถึง 10 ล้านคนแน่นอน แถมต้องเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น คนขับรถแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ ค้าขาย เป็นต้น ถ้าเป็นแม่บ้านคงไม่ได้ ส่วนคนที่จ่ายเงินสมทบประกันสังคมมาตรา 39 กับมาตรา 40 ที่ไม่มีนายจ้าง ก็ถือว่าเป็นแรงงานอิสระ พวกนี้ก็ชัดเจนว่า มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาแน่นอน” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวด้วยว่า มาตรการเยียวยาด้วยงบประมาณจากทุกระบบ ทั้งเกลี่ยและโยกงบประมาณ 2563-2563 จำนวน 10% จากทุกกระทรวง และออก พ.ร.ก.กู้เงิน คาดว่าจะใช้วงเงินประมาณ 5 แสนล้านบาท

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.ได้มีมติเห็นชอบทบทวนมติ ครม.เกี่ยวกับมาตรการชดเชยรายได้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบหรือผู้ได้รับผลกระทบอื่น ๆ ของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยขยายกลุ่มเป้าหมายผู้ได้รับสิทธิให้ครอบคลุมทั่วถึงผู้ได้รับผลกระทบทั้งสิ้นเป็น 9 ล้านคน จากมติเดิมที่ 3 ล้านคน ทั้งนี้ เพื่อให้ครอบคลุมผู้ประกันตนตามมาตรา 39 มาตรา 40 ที่มีจำนวนประมาณ 5 ล้านคน และผู้ประกันตนตามมาตรา 33 บางส่วนที่ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานอีกจำนวน 70,676 คน

จะส่งผลให้ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเป็น 1.35 แสนล้านบาท จากเดิม 4.5 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นกระทรวงการคลังขอนำงบฯกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวนไม่เกิน 4.5 หมื่นล้านบาท ที่ได้รับจัดสรรไว้แล้ว มาใช้ในการชดเชยรายได้ครั้งแรก ในเดือน เม.ย. 2563 ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบไปพลางก่อน ส่วนในเดือนต่อ ๆ ไป กระทรวงการคลังจะได้เสนอ ครม.พิจารณาจัดหาแหล่งเงินที่เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ ครม.ยังได้เห็นชอบยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินสนับสนุนที่ได้รับตามมาตรการชดเชยรายได้ โดยให้กรมสรรพากรเสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ ครม.พิจารณาต่อไป