เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นฤพนธ์ ชนะเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี เดชรัตน์ ปชน. แถลงรับความพ่ายแพ้
Politics นฤพนธ์ ชนะเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี เดชรัตน์ ปชน. แถลงรับความพ่ายแพ้
อัปเดต MRT สายสีน้ำเงินขัดข้อง เร่งซ่อมระบบจ่ายไฟ-อาณัติสัญญาณ คาดเปิดเต็มรูปแบบเช้าพรุ่งนี้
Real Estate อัปเดต MRT สายสีน้ำเงินขัดข้อง เร่งซ่อมระบบจ่ายไฟ-อาณัติสัญญาณ คาดเปิดเต็มรูปแบบเช้าพรุ่งนี้
นับถอยหลังพืชสวนโลกอุดรฯ ยกระดับเมืองศูนย์กลางท่องเที่ยวอีสาน
Economic นับถอยหลังพืชสวนโลกอุดรฯ ยกระดับเมืองศูนย์กลางท่องเที่ยวอีสาน
MGI 2026 รายงานตัวเข้ากองคึกคัก “บอสณวัฒน์” เตรียมพาสัมผัสวิถีไทย   
Biz Movement MGI 2026 รายงานตัวเข้ากองคึกคัก “บอสณวัฒน์” เตรียมพาสัมผัสวิถีไทย   
9 ปี SILPIN เล่าซอฟต์พาวเวอร์เกษตรไทยด้วยรสและกลิ่น
Biz Movement 9 ปี SILPIN เล่าซอฟต์พาวเวอร์เกษตรไทยด้วยรสและกลิ่น
เร่งรัฐปลดล็อกการค้า หนุนทุนไทยไปนอก-เจาะตลาดส่งออกใหม่
Economic เร่งรัฐปลดล็อกการค้า หนุนทุนไทยไปนอก-เจาะตลาดส่งออกใหม่
รฟม.เร่งแก้ไขกระแสไฟฟ้าลัดวงจร MRT สายสีน้ำเงิน หยุดบริการบางสถานี ประสานขสมก.จัดรถรับส่งผู้โดยสาร
Economic รฟม.เร่งแก้ไขกระแสไฟฟ้าลัดวงจร MRT สายสีน้ำเงิน หยุดบริการบางสถานี ประสานขสมก.จัดรถรับส่งผู้โดยสาร
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ที่มาชุดพิธีการทีมชาติไทยในเอเชียนเกมส์
Biz Movement เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ที่มาชุดพิธีการทีมชาติไทยในเอเชียนเกมส์
‘แสนสิริ’ ยึดหัวหาด ‘กรุงเทพกรีฑา’ ปั้น 2 คอมมิวนิตี้ตอบโจทย์ Well Living
Real Estate ‘แสนสิริ’ ยึดหัวหาด ‘กรุงเทพกรีฑา’ ปั้น 2 คอมมิวนิตี้ตอบโจทย์ Well Living
มช.สู้ฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ เปิดตัวโดรนลุยพิกัดไฟป่า
Economic มช.สู้ฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ เปิดตัวโดรนลุยพิกัดไฟป่า
ดูทั้งหมด

แห่ยกเลิกลงทะเบียน “เราไม่ทิ้งกัน” พุ่ง 6.1 แสนคน “คลัง” ลงดาบ! โพสต์ป่วน 5 ราย

11 เม.ย. 2563 | 10:32น.

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) กล่าวว่า ภายหลังจากที่กระทรวงการคลังปรับแก้ไขระบบเว็ปไซด์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพิ่มปุ่มยกเลิกลงทะเบียน เพื่อให้โอกาสกับประชาชนที่อาจจะไม่ได้ตั้งใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จให้สามารถไปยกเลิกการลงทะเบียนได้ โดยปุ่มยกเลิกลงทะเบียนเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. จนถึงขณะนี้วันที่ 11 เม.ย. รวมเวลา 8 วัน มียอดผู้ขอลงทะเบียนยกเลิกเข้าร่วมมาตรการรับเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้ว จำนวนกว่า 610,000 คน หรือคิดเป็นอัตราเฉลี่ยมีประชาชนเข้าใช้บริการปุ่มยกเลิกกว่า 76,000 คนต่อวัน

ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่ค่อนข้างสูง ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะกระทรวงการคลังได้ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง โดยสั่งการทีมกฎหมายของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

และล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ทางกระทรวงการคลังได้ยื่นเอกสารหลักฐานประสานความร่วมมือไปยังศูนย์ปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินการเอาผิดกับผู้โพสต์ข้อความลงสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการเงินเยียวยาโควิด-19 จำนวน 5,000 บาท ทั้งหมด 5 ราย ซึ่งยิ่งทำให้ตัวเลขขอยกเลิกการลงทะเบียนพุ่งสูงถึง 5,000 ราย ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง ตั้งแต่ 20.00-22.00 นาฬิกา ของวานนี้

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้ตั้งทีมกฎหมายเพื่อติดตามการเผยแพร่ข้อมูลของบุคลลต่างๆ ในโลกออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการแจกเงิน 5,000 บาทในทางที่ไม่สมควร โดยแบ่งเป็น 2 กรณี คือ กรณีที่ 1 คนที่ได้รับเงิน 5,000 บาทจริง และมีการไปโพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ว่า ได้เงินมาอย่างที่ไม่ควรได้ ซึ่งทางกระทรวงการคลังจะทำการตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับ หากพบว่าผู้นั้นขาดคุณสมบัติจริงก็จะทำการระงับการจ่ายเงินในเดือนต่อไป และให้ส่งเงินที่ได้รับ 5,000 แรกคืนให้กับรัฐบาล โดยที่รัฐบาลจะไม่ดำเนินคดี ส่วน

กรณีที่ 2 ผู้โพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ว่าได้รับเงิน 5,000 บาท แต่ไม่ได้รับจริง ถือเป็นการสร้างความปั่นป่วนกับสังคม กระทรวงการคลังจะดำเนินคดีทางกฎหมายเอาผิดต่อไป การนำเข้าข้อมูลเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ต่อไป

โดยผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) ได้อ้างอิงข้อมูลทางกฎหมายที่ประชาชนควรรู้ จากเพจ ทนายรัชพล ศิริสาคร ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ระบุ การตั้งใจกรอกข้อมูลหลอกลวงรัฐเพื่อหวัง ลงทะเบียนรับเงิน 5,000 บาทจากรัฐบาล เข้าข่ายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานฉ้อโกง มาตรา 341 มีโทษขั้นสูงจำคุก 3 ปี หรือปรับ 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา 137 มีโทษขั้นสูงจำคุก 6 เดือน หรือปรับ 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ที่โพสต์หมิ่นรัฐบาล มีความผิดตามมาตรา 136 มีโทษขั้นสูงจำคุก 1 ปี หรือปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นผู้ที่จะโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเงินเยียวยา 5,000 บาทบนโลกออนไลน์ควรตระหนักผลที่จะตามมาด้วย