เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

มหาดไทย-คมนาคมทึ้ง 1 ล้านล้าน อุ้มภาคเกษตรยังไร้ข้อสรุป

13 เม.ย. 2563 | 09:57น.

คลังมึนจ่ายเยียวยาเกษตรกร 10 ล้านครัวเรือน หวั่นซ้ำซ้อน-รับหลายต่อ ชี้อาจต้องขึ้นทะเบียนทำบัตรใหม่ เตรียมหารือกระทรวงเกษตรฯ ดึงสำนักงานอ้อยฯ-กยท. จูนตัวเลขใหม่ ธ.ก.ส. ประเมินถ้าจ่ายครัวเรือนละหมื่นห้า ต้องใช้เงิน 1.5 แสนล้านบาท มหาดไทย-คมนาคมรุมของบฯ 1 ล้านล้าน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังรัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกอบอาชีพอิสระ รายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3-6 เดือนไปแล้ว จะต้องเยียวยาในส่วนเกษตรกรด้วย สัปดาห์ที่ผ่านมา นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ได้เรียกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าหารือหลายครั้ง เกี่ยวกับมาตรการดูแลและเยียวยาวิกฤตโควิด ในส่วนของวงเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากมีความกังวลถึงความซ้ำซ้อนของเกษตรกรที่จะได้รับการช่วยเหลือ ดังนั้นอาจเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์นี้ไม่ทัน เนื่องจากอาจต้องมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรใหม่

10 ล้านครัวเรือนได้อานิสงส์

เดิมที่หารือ รัฐบาลมีแนวคิดจะจ่ายเยียวยาให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกระทรวงเกษตรฯ ราว 8-9 ล้านครัวเรือน แต่พบว่ายังมีผู้ที่ประกอบอาชีพปศุสัตว์อีกราว 3 ล้านราย รวมถึงเกษตรกรบางรายก็ปลูกหลายพืช ทั้งข้าว อ้อย ยางพารา ฯลฯ (รวมถึงเลี้ยงสัตว์) รวม ๆ แล้วคาดว่าจะต้องจ่ายไม่เกิน 10 ล้านครัวเรือน อย่างไรก็ดี เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อน รวมถึงไม่ให้คนที่เคยรับเงินเยียวยาในส่วนผู้ประกอบอาชีพอิสระไปแล้วรับเงินเยียวยาซ้ำซ้อน จากที่เกษตรกรบางคน ช่วงที่ไม่ได้ทำนาก็อาจจะเข้ามาขับแท็กซี่ ขับรถรับจ้างในเมือง หรือไปขายลอตเตอรี่ หากชื่อซ้ำซ้อนกันต้องให้รับได้ทางเดียว

ช่วยเกษตรกร 3 หมื่น/ครัวเรือน

“การเยียวยาเกษตรกรต้องเป็นไปในแนวทางเดียวกับที่เยียวยาผู้ประกอบอาชีพอิสระ คิดในอัตรา 5,000 บาทต่อเดือน แต่อาจจ่ายเป็นเงินก้อนเพื่อให้ไปใช้ทำการผลิตราว 15,000-30,000 บาท โดยยึดข้อมูลเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรฯ แต่ตอนนี้กำลังพิจารณาแนวทางว่า จะต้องขึ้นทะเบียนใหม่ แล้วให้ทำบัตรประจำตัวออกมาให้ชัดเจน โดยตรวจสอบยืนยันข้อมูลกับทะเบียนราษฎรของมหาดไทย”

นายอุตตมกล่าวว่า ยังไม่ได้สรุปว่า การจ่ายเยียวยาเกษตรกรจะเป็นครัวเรือนละ 30,000 บาท อยู่ระหว่างพิจารณา แต่มีความเป็นไปได้ที่จะจ่ายเป็นรูปเงินสดเช่นเดียวกับที่เคยจ่ายในอดีต ซึ่งจะสรุปให้เร็ว

“เกษตรกรที่จะได้รับเงินเยียวยา จะครอบคลุมทุกกลุ่ม เช่น ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ เลี้ยงสัตว์ ประมง เป็นต้น โดยรูปแบบการจ่ายสำหรับคนได้สิทธิ ธนาคารจะโอนเงินให้เกษตรกรผ่านบัญชีธนาคาร ซึ่งส่วนใหญ่เกษตรกรก็มีบัญชีอยู่กับ ธ.ก.ส.อยู่แล้วราว 6-7 ล้านราย”

ชี้ยังไม่ได้ข้อสรุปชัด

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ชัดเจน ต้องรอสรุปตัวเลขเกษตรกรที่จะได้รับสิทธิทั้งหมดก่อน เพราะเกษตรกรขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้หลายส่วน วันที่ 14 เม.ย.นี้จะหารือรายละเอียดร่วมกับทางกระทรวงเกษตรฯ สำนักงานอ้อยและน้ำตาลทราย และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)

หลักการคือ จะเยียวยาเกษตรกร โดยช่วยเหลือเป็นรายครัวเรือน โดยให้สิทธิเกษตรกรใช้ฐานข้อมูลที่ไปขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นมี 8.5 ล้านครอบครัว ไม่รวมที่ขึ้นทะเบียนซ้ำซ้อนเพราะหากรวมจะมีกว่า 15 ล้านคน ขณะที่วงเงินที่จะเยียวยา 15,000 บาท หรือ 30,000 บาท ยังไม่ได้ข้อสรุป

ส่วนผู้ที่อยู่นอกระบบขึ้นทะเบียนเกษตรกร ถ้าไม่ได้สิทธิเกษตรกร ก็อาจจะได้รับสิทธิในมาตรการอื่น เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่รัฐเยียวยา 5,000 บาทต่อเดือนอยู่แล้ว ซึ่งรวมไปถึงกรณีรับจ้างทำนา ไม่ได้ขึ้นทะเบียนก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มรับจ้างอิสระเช่นกัน

“การจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกรอาจจะไม่ถึง 30,000 บาท เพราะจะทำให้งบฯไม่พอดูแลส่วนอื่น ๆ เนื่องจากวงเงินที่จะใช้นำมาจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทแต่หากจ่ายครอบครัวละ 15,000 บาท จะใช้งบฯไม่เกิน 1.3 แสนล้านบาท”

ธ.ก.ส.ของบฯฝึกอาชีพระยะสั้น

ด้านแหล่งข่าวจาก ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า นอกจากการเยียวยาเกษตรกรที่จะต้องใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน1 ล้านล้านบาท ในส่วนวงเงิน 600,000 ล้านบาทแล้ว ธ.ก.ส.มีแผนงานขอใช้วงเงินจากแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 4 แสนล้านบาท ทำโครงการสนับสนุนพัฒนาความเข้มแข็งในเศรษฐกิจชุมชนฐานราก ซึ่งครอบคลุมเศรษฐกิจในพื้นที่ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระดับพื้นที่ด้วย

“ในวงเงิน 4 แสนล้านบาท อยู่ระหว่างเตรียมแผนงาน เพื่อเสนอโครงการขอใช้งบฯ เบื้องต้น จะเข้าไปพัฒนาให้เศรษฐกิจในชุมชนฐานรากให้เข้มแข็ง และเตรียมแผนรองรับดูแลประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา ช่วงระยะสั้น จะน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำริของในหลวง ร.9 เข้ามาประยุกต์ใช้ในวิกฤตช่วงนี้ ตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ”

ขณะนี้ ธ.ก.ส.กำลังศึกษาโครงการพัฒนาอาชีพระยะสั้น การจัดให้มีศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่ต่าง ๆ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิดทำให้ประชาชนไม่สามารถมารวมกลุ่มกันได้ จึงอาจต้องดำเนินการทางช่องทางออนไลน์ ฝึกอบรมทักษะอาชีพระยะสั้น 45 วันอาทิ การปลูกพืชเพื่อลดรายจ่าย การเลี้ยงสัตว์ เช่น เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ เพื่อใช้ประทังชีวิต จะทำสื่อออกมาในรูปแบบภาพกราฟิกให้ความรู้การทำอาชีพระยะสั้น เพื่อลดต้นทุนการผลิต

แหล่งข่าว กล่าวว่า ในวันที่ 15 เม.ย.นี้ธนาคารจะเปิดให้ลงทะเบียนกู้เงินฉุกเฉิน ไม่เกินรายละ 10,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0.1% ต่อเดือน โดยจะให้ลูกค้าแจ้งความต้องการขอใช้สินเชื่อ ซึ่งธนาคารจะได้นำข้อมูลไปออกแบบเมนูสำหรับการสร้างอาชีพในระยะสั้นด้วย

ท้องถิ่นรอคำสั่งรัฐบาล

นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายละเอียดจากรัฐบาลว่าให้ทำอะไรบ้าง ในส่วนของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับพื้นที่ ตามแผนกู้เงิน 1 ล้านล้าน อาจเป็นลักษณะเงินผันเหมือนสมัยก่อน เพราะต้องสร้างงาน แต่โดยอำนาจของท้องถิ่น น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี เรื่องอาชีพ รวมถึงโรคภัยไข้เจ็บ ท้องถิ่นต้องช่วยสนับสนุน

คมนาคมขอชดเชย-ซ่อมสร้างถนน

ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า มาตรการดูแลและเยียวยาระยะที่ 3 ในส่วนวงเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท มีมาตรการสนับสนุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระดับพื้นที่ วงเงิน 400,000 ล้านบาท จากการรับฟังสรุปจากกระทรวงการคลังจะเป็นการเยียวยาผลกระทบที่เกิดจากโควิด-19 เป็นหลัก ไม่ใช่งบที่ใช้สำหรับลงทุนโครงการขนาดใหญ่ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง

“มาตรการดังกล่าวกระทรวงคมนาคมน่าจะไปใช้กับการขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล (PSO) มากกว่า ทั้งช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการบินและการชดเชยรายได้ที่ลดลงจากการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล หน่วยงานที่เข้าข่ายต้องขอ PSO เช่น บมจ.ท่าอากาศยานไทย กรมท่าอากาศยาน บจ.วิทยุการบินแห่งประเทศไทย และบริษัท ขนส่ง จำกัด อยู่ระหว่างการประเมินข้อมูล วงเงินที่ต้องขอรับจัดสรร การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของคมนาคมไม่จำเป็นต้องใช้วงเงินช่วยเหลือจากมาตรการนี้”

ทช.เสนอขอ 2-3 พันล้าน

นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ยังไม่แน่ใจว่าวงเงินดังกล่าวมีการตั้งกรอบให้แต่ละหน่วยเท่าไหร่ และคำว่า “โครงสร้างพื้นฐาน” จำกัดความเฉพาะโครงการของกระทรวงคมนาคมเพียงหน่วยเดียวหรือไม่ กรมจะเสนอโครงการที่ถูกตัดงบ 10% เพื่อช่วยเหลือรัฐบาลนำงบฯไปสู้โควิด-19 เป็นโครงการขนาดเล็กประเภทซ่อมสร้าง ระยะเวลาดำเนินการไม่เกิน 1 ปี 5,494 สัญญา คิดเป็นวงเงิน 2,000-3,000 ล้านบาท

ทางหลวงดัน 25 โครงการ

ขณะที่นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย รองอธิบดีฝ่ายดำเนินงาน กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า กรมอยู่ระหว่างรวบรวมโครงการที่จะเสนอ ซึ่งเฉพาะโครงการก่อสร้างมี 25 โครงการ วงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงานที่ผูกพัน 2-3 ปี เป็นงานขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจรเป็นหลัก และออกแบบเสร็จแล้ว จากนี้จะรวบรวมเสนออธิบดีกรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคมพิจารณา หากได้รับอนุมัติจะทยอยประมูลให้เสร็จในเดือน ก.ย.นี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธ.ก.ส. เงินเยียวยา 5 พัน