“บิ๊กตู่” นั่งหัวโต๊ะถก ครม.หลายวาระ-ประชุม คกก.ยุทธศาสตร์ชาตินัดแรก
เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2560 เวลา 9.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลเพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้
สำหรับวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีที่น่าติดตามในวันนี้มีอาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการขอและการยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ พร้อมขอความเห็นชอบในหลักการแนวทางการช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชน
ด้านสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอกรอบและงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจประจำปีงบประมาณ 25 61 พร้อมกับขอความเห็นชอบต่อร่างแถลงการณ์ร่วมของการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 23 แผนงานการพัฒนาเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT)
ส่วนสํานักงาน ปปง. เสนอร่างยุทธศาสตร์ชาติด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. 2560-2564
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เสนอเรื่องพิจารณาทบทวนความจำเป็นของการกำหนดอัตราข้าราชการตั้งใหม่ ตำแหน่งเภสัขกร จำนวน 316 อัตรา ให้กับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และเสนอการเพิ่มอัตราข้าราชการตั้งใหม่ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
หลักจากประชุม ครม.เสร็จแล้ว นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 1/2560
โดยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี นำคณะเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อจัดแสดงนิทรรศการหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า หนังสือเดินทางตามรอยพระราชาเป็นคู่มือนำเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนและครอบครัวเพื่อออกไปเรียนรู้ศาสตร์พระราชาพระอัจฉริยภาพอันร่วมสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 จากประสบการณ์จริงผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต โดยจัดทำหนังสือเดินทางทั้งหมด 9 เล่ม 9 เส้นทางทั่วประเทศ
“เป้าหมายสำคัญคือการหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเป็นคนเก่ง ดี มีคุณธรรมตามรอยพระราชา โดยการเรียนรู้ผ่านแหล่งเรียนรู้มีชีวิตทั่วประเทศไทย ซึ่งสั่งสมไปด้วยศาสตร์ของพระราชาที่ไม่มีวันล้าสมัย หนังสือเดินทางชุดนี้จึงเป็นเสมือนโรดแมปให้เยาวชนไทยไปเรียนรู้ศาสตร์พระราชา” พล.อ.อ.ประจินกล่าว

นอกจากนั้นกระทรวงการคลังนำคณะเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อจัดแสดงนิทรรศการประชาสัมพันธ์โครงการ National e – Payment และจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ การชำระเงินผ่านระบบ QR Code