เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
Biz Movement “เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
Automotive มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
“นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
Biz Movement “นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
Tech ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
“This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
Business “This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
Tech สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
HR ‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
“น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
SD “น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
Biz Movement สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
Economic CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
ดูทั้งหมด

“อธิบดีหน้ากากอนามัย” คัมแบ็ก

19 เม.ย. 2563 | 11:30น.

ใกล้ครบกำหนดวันหยุดพักร้อนของอธิบดีกรมการค้าภายใน “วิชัย โภชนกิจ” แล้ว (วันที่ 24 เมษายน 2563) หลังจากที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ สั่ง “ระงับใบลาออก” ของอธิบดีที่เป็นผลจากความน้อยใจในคำสั่งเด้งกลางอากาศให้ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2563 ด้วยปมร้อน “การบริหารจัดการหน้ากากอนามัย” บกพร่อง เป็นที่ทราบกันดีว่า ผลการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ความต้องการหน้ากากอนามัยของประชาชนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว แต่โรงงานผลิตทั้ง 9 แห่งผลิตได้วันละ 1.2 ล้านชิ้น นำมาสู่ปัญหาขาดแคลน กักตุนโก่งราคาจนทำให้บุคลากรทางการแพทย์ขาดแคลนหน้ากากอนามัย

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีอำนาจตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 จึงเข้ามาดูแล กำหนดให้ “หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุม” และตั้ง “คณะทำงานบริหารจัดการหน้ากากอนามัย” ทำหน้าที่จัดสรรหน้ากากอนามัยที่ผลิตได้ไปยังประชาชน ประกาศห้ามการส่งออก กำหนดราคาควบคุมชิ้นละ 2.50 บาท

โดยก่อนจัดสรรหน้ากาก กรมได้เรียกผู้ผลิตเข้าร่วมประชุม 9 ราย ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ได้รับรายงานว่า มีหน้ากากเพียงพอต่อความต้องการ โดยมีสต๊อก 100 ล้านชิ้น เพียงพอรองรับความต้องการ 4 เดือน จะเร่งเพิ่มกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ส่วนผู้นำเข้าก็มีการเร่งนำเข้าเพิ่มขึ้น เป็นการหารือร่วมผู้ประกอบการ 9 ราย แต่ไม่นานกรมได้สรรหาผู้ผลิตได้เพิ่มอีก 3 ราย รวมเป็น 11 โรงงาน

และมีรายงานว่า “สต๊อกหน้ากากอนามัยประมาณ 200 ล้านชิ้น” เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ 3-4 เดือนอย่างแน่นอน แต่กลับสวนทางความเป็นจริง เมื่อประชาชนเริ่มหาซื้อหน้ากากอนามัยไม่ได้ สถานพยาบาลเริ่มขาดแคลน เป็นการตอกย้ำว่า หน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้นหายไปไหน กระทั่งมีกระแสข่าวการกักตุนหน้ากากอนามัยโดยคนสนิทนักการเมืองฝั่งพลังประชารัฐ ขณะเดียวกันก็มีข่าวโต้กลับทันทีว่า มีบุคคลใกล้ชิดรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น โดยมีข้าราชการ “ช่วย”

หลังจากนั้น มีการชี้แจงโดยโรงงานเอกชนว่า สต๊อกหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้นนั้นเป็นเพียง “สต๊อกวัตถุดิบ” เท่านั้น ยังไม่ได้ผลิตออกมาแต่อย่างใด และหากจะผลิตให้ได้ถึง 200 ล้านชิ้น คงต้องใช้เวลาถึง 6 เดือน “เป็นไปได้ยากมากถึงมากที่สุด” จากที่รัฐออกมาตรการควบคุมเข้มงวดมาก และยิ่งส่งออกยิ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในภาวะปกติเมื่อปี 2562 ไทยส่งออกหน้ากากทั้งปีได้แค่ 100 ล้านชิ้นเท่านั้น

กระแสความขัดแย้งปลายต่อ เมื่อ “กรมศุลกากร” ออกมาย้ำว่า 2 เดือนแรกปี 2563 ไทยส่งออกหน้ากากอนามัย 330 ตัน หรือคิดเป็น 82.5 ล้านชิ้น ซึ่งแม้จะออกมาชี้แจงภายหลังว่าเป็นพิกัดส่งออกรวมสินค้าอื่นด้วย แต่ก็ไม่เป็นผล ถึงขั้นที่ “นายวิชัย” ตอบโต้ด้วยการแจ้งความดำเนินคดี “โฆษกกรมศุลกากร” ฐานเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้กรมการค้าภายในเสียชื่อเสียง (แม้ภายหลังจากยื่นลาออกกรมฯจะถอนแจ้งความไปแล้ว) แต่ปมนี้ก็ยังอยู่ในความสนใจประชาชน

กระบวนการตรวจสอบการทุจริตกักตุนหน้ากากอนามัยเกิดขึ้นภายหลังจากการลาออก โดย นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ มีคำสั่งแต่งตั้ง “นายสุพพัต อ่องแสงคุณ” รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารจัดการหน้ากากอนามัยร่วมกับกรรมการ ตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ ตำรวจ, กฤษฎีกา, คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ฯลฯ เมื่อกลางเดือนมีนาคม ซึ่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงมือ “ปลัดกระทรวงพาณิชย์” แล้วเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา

เบื้องต้นการตรวจสอบไม่ได้พุ่งเป้าว่า ใครคือผู้ที่กระทำความผิด แต่เน้นเรื่องช่องโหว่การบริหารจัดการหน้ากากอนามัย ส่วนจะเอาผิดหรือไม่เอาผิดกับผู้เกี่ยวข้อง ก็สามารถพิจารณาจากเจตนาการกระทำและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ เช่น ประมาท เลินเล่อ จนทำให้เกิดช่องโหว่ หรือมีผลประโยชน์ร่วมกันกับโรงงานหรือไม่ คงต้องลุ้นต่อไปว่ากระทรวงพาณิชย์จะตอบสังคมต่อประเด็นนี้อย่างไร

Advertisement