เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
TRUE ยืนยัน ปิดสมุด “บัญชีผู้ถือหุ้น” ล่าสุด ไม่มีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์”
Business TRUE ยืนยัน ปิดสมุด “บัญชีผู้ถือหุ้น” ล่าสุด ไม่มีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์”
“ชัชชาติ” รุดดูดินทรุด อุโมงค์สายสีม่วงน้ำรั่ว สั่งปิดถนนประชาธิปก อพยพคนออกจากตึกเสี่ยงถล่ม
Politics “ชัชชาติ” รุดดูดินทรุด อุโมงค์สายสีม่วงน้ำรั่ว สั่งปิดถนนประชาธิปก อพยพคนออกจากตึกเสี่ยงถล่ม
SET วันนี้ทะยานเหนือ 1,600 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-พ.ร.ก.กู้เงินผ่านฉลุย
Finance SET วันนี้ทะยานเหนือ 1,600 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-พ.ร.ก.กู้เงินผ่านฉลุย
DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ “ฐิติภัสร์” ชี้คดีที่ 3 ลุยปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมันทั่วประเทศ
Uncategorized DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ “ฐิติภัสร์” ชี้คดีที่ 3 ลุยปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมันทั่วประเทศ
วันแรกลุยไม่พัก“ชัชชาติ”สั่งเอ็ซเรย์ทุนเทาต่างชาติ เช็กตึกแถว-อาคารเก่าทั่วกรุง
Politics วันแรกลุยไม่พัก“ชัชชาติ”สั่งเอ็ซเรย์ทุนเทาต่างชาติ เช็กตึกแถว-อาคารเก่าทั่วกรุง
Asap กวาด 3 รางวัล Trip.com Envision 2026 หลังยอดจองบนแพลตฟอร์ม พุ่ง 117%
Automotive Asap กวาด 3 รางวัล Trip.com Envision 2026 หลังยอดจองบนแพลตฟอร์ม พุ่ง 117%
มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ DPU เปิด 4 บูธ นวัตกรรมสร้างเศรษฐกิจ
Uncategorized มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ DPU เปิด 4 บูธ นวัตกรรมสร้างเศรษฐกิจ
ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
Finance ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
Economic CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
Finance กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่า หลังเฟดยันตรึงดอกเบี้ยระดับต่ำต่อไป

11 มิ.ย. 2563 | 18:07น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/6) ที่ระดับ 31.05/07 บาท ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (10/6) ที่ระดับ 31.13/15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง หลังจากที่เมื่อคืนนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) โดยระบุว่าเฟดมีความมุ่งมั่นที่จะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐ ในช่วเวลาที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในขณะนี้ โดยเฟดเชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการจ้างงานให้ขยายตัวอย่างเต็มศักยภาพ และบรรลุเป้าหมายการรักษาเสถียรภาพด้านราคา ขณะที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อมนุษย์ และฉุดเศรษฐกิจในสหรัฐ และทั่วโลกทรุดตัวลงอย่างรุนแรง

ขณะเดียวกันการแพร่ระบาดของไวรัส และมาตรการต่าง ๆ ที่นำมาใช้เพื่อการป้องกันด้านสาธารณสุขนั้น กำลังทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างหนัก และทำให้ตัวเลขว่างงานพุ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ อุปสงค์ที่อ่อนแรงลง และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ กำลังทำให้อัตราเงินเฟ้อที่คำนวณจากราคาผู้บริโภคปรับตัวลงด้วย ด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ คณะกรรมการ FOMC จึงได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% โดยคณะกรรมการคาดว่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าวไปจนกว่าจะมั่นใจว่าเศรษฐกิจสามารถต้านทานปัจจัยลบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ได้ และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ รวมทั้งเป้าหมายในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา

สำหรับปัจจัยภายในประเทศนายอุตตม สาวนายน รมว.คลังกล่าวถึงกรณีค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาอีกครั้งว่า เรื่องนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเป็นคนดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งกระทรวงการคลังจะมีการหารือกับ ธปท.ซึ่งปกติก็หารือกันอยู่แล้ว ส่วนแนวโน้มระยะต่อไปคงบอกไม่ได้ว่าจะเป็นอย่างไร หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องดูแลเพื่อให้สถานการณ์ค่าเงินบาทไม่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ธปท.รู้อยู่แล้วว่าจะต้องดูแลอย่างไร เพื่อให้ทิศทางค่าเงินบาทสอดคล้องกับการฟื้นฟูของประเทศ สำหรับค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 30.85-31.03 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 30.93/95 บาท/ดอลลาร์

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้านี้ (11/6) ที่ระดับ 1.1378/80 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (10/6) ที่ระดับ 1.1360/62 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าลงของค่าเงินดอลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตามค่าเงินยูโรยังคงมีปัจจัยกดดันหลังจากที่ นายมิเชล บาร์นิเยร์ หัหน้าผู้แทนการเจรจาฝ่ายสหภาพยุโรป (EU) ว่าด้วยการแยกตัวของอังกฤษออกจาก EU (Brexit) กล่าวว่า อังกฤษเรียกร้องมากเกินไปในการเจรจาข้อตกลงการค้ากับ EU นายบาร์นิเยร์ กล่าวว่า อังกฤษกำลังต้องการทำข้อตกลงการค้ากับ EU โดยหวังได้รับสิทธิประโยชน์ใกล้เคียงกับการเป็นสมาชิก EU แต่ไม่ต้องการมีภาระผูกพัน ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไข Brexit ทั้งอังกฤษและ EU จะต้องบรรลุข้อตกลงการค้าภายในสิ้นเดือนตุลาคม และให้เวลาอีก 4 เดือนสำหรับรัฐสภาของแต่ละฝ่ายในการลงมติรับรองข้อตกลง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1335-1.1395 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1378/80/1.1201

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/6) ที่ระดับ 107.04/06 ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (10/6) ที่ระดับ 107.33/36 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นหลังการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ แต่อย่าไรก็ตามระหว่างวันได้มีการเปิดเผยผลสำรวจซึ่งจัดทำโดยกระทรวงการคลังและสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุว่าความเชื่อมั่นทางธุรกิจของบริษัทขนาดใหญ่ในญี่ปุ่น ทรุดตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปีในไตรมาส 2/2563 เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผลสำรวจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของบริษัทที่มีทุนจดทะเบียน 1 พันล้านเยน หรือมากกว่าดิ่งลงสู่ระดับ -47.6 ในไตรมาส 2/2563 จากระดับ -10.1 ในไตรมาส 1/2563 ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกัน 3 ไตรมาสแล้ว

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นในไตรมาส 2/2563 ถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 1/2552 ซึ่งในเวลานั้นดัชนีอยู่ที่ระดับ -51.3 ท่ามกลางวิกฤตการเงินที่เกิดขึ้นทั่วโลก หลังจากการล้มละลายของวาณิชธนกิจเลห์แมน บราเธอร์ส โฮลดิ้งส์ ในปี 2551 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 106.82-107.20 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 106.83/85

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของประเทศสหรัฐ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพฤษภาคมของประเทศ ประเทศสหรัฐ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เดือนพฤษภาคมของประเทศจีน ยอดรวมรถเดือนพฤษภาคมของประเทศจีน ความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนมิถุนายนจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +0.20/+0.30 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.5/-2.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ