เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
ดูทั้งหมด

จีนคุมเข้ม “ฝาก-ถอน” เงินสด ผวาเกิด Bank Run ระลอก 2

09 ก.ค. 2563 | 06:35น.

ภาคธนาคารของจีนเผชิญปัญหา “หนี้เสีย” ที่สั่งสมมาเป็นระยะเวลาหลายปีติดต่อกัน โดยเฉพาะ “ธนาคารขนาดเล็ก” ที่มีขนาดเงินทุนไม่มาก อีกทั้งยังมีการบริหารงานที่ขาดประสิทธิภาพ ซึ่งได้สร้างความไม่มั่นใจกับประชาชนผู้ฝากเงิน จนธนาคารท้องถิ่นหลายแห่งต้องเจอเหตุการณ์ประชาชนแห่ไปถอนเงินฝาก (bank run) เมื่อปี 2019 เป็นเหตุให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดการเงินในช่วงนั้น เนื่องด้วยหากธนาคารขนาดเล็กล้มอาจลุกลามไปยังภาคธนาคารทั้งระบบ

เพื่อหลีกเลี่ยงการลุกลามของวิกฤตการเงินเมื่อปี 2019 รัฐบาลจึงได้เข้าแทรกแซงโดยการเข้าควบคุม “ธนาคารเป่าซาง” รวมถึงการให้เงินอุดหนุนกับธนาคารแห่งจิงโจว และธนาคารเหิงเฟิง เป็นต้น ซึ่งการเข้าอุ้มแบงก์ที่มีปัญหาเหล่านั้นได้ระงับเหตุการณ์ความวุ่นวายลง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนี้เสียของแบงก์ยังไม่ได้รับการแก้ไข และยิ่งหนักหนากว่าเดิมจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 โดยข้อมูลล่าสุดของคณะกรรมการกำกับและดูแลภาคธนาคารและประกันภัยของจีนระบุว่า ช่วงไตรมาส 1/2020 ธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็กตามท้องถิ่นของจีนมีอัตราหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 2.45% และมีแนวโน้มสูงขึ้นมากในปี 2020 จากผลกระทบของโควิด-19 โดยรายงานชี้ว่า ปัญหาหนี้เสียของแบงก์ขนาดเล็กยังคงอยู่และรอวันปะทุ

ขณะที่การระบาดของโควิด-19 ทำให้ภาพของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและหนี้เสียพุ่งขึ้น จึงส่งผลแบงก์ขนาดเล็กของจีนเสี่ยงเผชิญสถานการณ์ bank run อีกระลอก

และเมื่อกลางเดือน มิ.ย. 2020 เกิดเหตุการณ์ประชาชนจำนวนมากแห่ไปถอนเงินจาก “ธนาคารเป่าติ้ง” ในมณฑลเหอเป่ย์ และ “ธนาคารหยางฉวน” ในมณฑลส่านซี เนื่องจากมีกระแสข่าวธนาคารทั้งสองแห่งมีปัญหาเสี่ยงล้ม เพื่อป้องกันเหตุการณ์บานปลายเจ้าหน้าที่จึงได้สั่งปิดธนาคารชั่วคราว พร้อมออกแถลงการณ์สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนถึงประเด็นความมั่นคงของธนาคาร ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ที่ปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับธนาคารทั้งสอง

เหตุการณ์ชาวจีนแห่ออกไปถอนเงินรอบล่าสุด สร้างความไม่มั่นคงต่อระบบเศรษฐกิจจีนหลังโควิด-19 อย่างยิ่ง ทำให้ทางการจีนจึงต้องออกมาตรการเพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก โดย “ไชน่า ซีเคียวริติ้ เจอร์นัล” สื่อด้านตลาดทุนของรัฐบาลจีนรายงานว่า รัฐบาลมณฑลเหอเป่ย์ได้ออกกฎควบคุมการ “ฝากและถอน” เงินสดสำหรับบุคคลธรรมดาที่ต้องการทำธุรกรรมมากกว่า 100,000 หยวน และธุรกิจที่ทำธุรกรรมมากกว่า 500,000 หยวน นับตั้งแต่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป

โดยผู้ที่ต้องการฝากเงินต้องแจกแจงถึงแหล่งที่มาของเงิน ขณะที่ผู้ถอนเงินจะต้องแจ้งถึงวัตถุประสงค์ของการถอนเงินแก่ธนาคารล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน และยังต้องได้รับการอนุมัติจากธนาคาร และกฎใหม่นี้ยังจะมีการนำไปบังคับใช้ในมณฑลเจ้อเจียงและเมืองเสิ่นเจิ้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2020

แม้ทางการจะให้เหตุผลว่ามาตรการนี้จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและป้องกันการทำผิดกฎหมาย เช่น ที่ “ผัง เหอหลิน” คณบดีสถาบันเศรษฐกิจดิจิทัลศึกษา จากมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และนิติศาสตร์แห่งจงหนานกล่าวว่า “กฎดังกล่าวจะช่วยป้องกันการฟอกเงินและการหลบเลี่ยงภาษี” อย่างไรก็ตาม “เซาท์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์” รายงานว่า วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของทางการจีนก็คือ การป้องกันเหตุการณ์ประชาชนแห่ถอนเงิน หรือ bank run ของธนาคารขนาดเล็ก จากปัญหาหนี้เสียและความเพียงพอของเงินทุนที่มีปัญหาสะสมมาตั้งแต่ช่วงก่อนโควิด-19 ซึ่งอาจทำให้ภาคธนาคารและสถาบันการเงินของจีนทั้งระบบมูลค่ากว่า 40 ล้านล้านหยวนต้องล้มลง

ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก ถือว่ามีความสำคัญต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจีนหลังโรคระบาด เนื่องจากเป็นผู้ปล่อยกู้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอีซึ่งมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยนอกจากมาตรการป้องกันการแห่กันถอนเงินแล้วนั้น “ทเวนตี้เฟิรสต์ เซ็นจูรี่บิสซิเนส เฮอราลด์” หนังสือพิมพ์ธุรกิจท้องถิ่นของจีนรายงานว่า หน่วยงานกำกับภาคธนาคารกำลังอยู่ระหว่างร่างแผนสนับสนุนการเพิ่มทุนของธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็กด้วยการออก พันธบัตรชนิดพิเศษมูลค่า 200,000 ล้านหยวน เพื่อช่วยเพิ่มทุนให้กับสถาบันการเงินเหล่านี้ ซึ่งปกติแล้วพันธบัตรชนิดนี้จะมีวัตถุประสงค์เพื่อหาเงินทุนสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น

ปัญหาของธนาคารขนาดเล็กเกิดขึ้นในเวลาที่รัฐบาลกลางจำเป็นต้องพึ่งพาสถาบันเหล่านี้ จากความสามารถในการเข้าถึงธุรกิจขนาดย่อมอันเป็นรากของเศรษฐกิจ และเป็นความท้าทายของจีนที่จำเป็นต้องฟื้นเศรษฐกิจไปพร้อมกับการลดหนี้เสียของแบงก์เหล่านี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน ธนาคาร เงินสด