เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
SD How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ดูทั้งหมด

หุ้นธนาคาร กำไรวูบ 45% ซมพิษ “โควิด” ยาวปี’64 ส่อไม่ฟื้น

09 ก.ค. 2563 | 13:35น.

หุ้นธนาคารซมพิษ “โควิด-19” ลากยาวปีหน้ายังไม่ฟื้น บลจ.บัวหลวงประเมินกำไรกลุ่มปีนี้ลดลง 45% หรือมีกำไรสุทธิแค่ 1.2 แสนล้านบาท ขณะที่ต้องตั้งสำรองพุ่ง 50% แถมต้องอุ้มลูกค้าฝ่าวิกฤตกดดันรายได้หด ชี้ต้องลงทุนระยะยาว 2-3 ปี ฟาก “บล.ยูบีเอส” ชี้ครึ่งปีหลังกำไรแบงก์ส่อแย่กว่าครึ่งปีแรก

นายเจฟ สุธีโสภณ ผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์กลุ่มธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บัวหลวง เปิดเผยว่า หุ้นกลุ่มธนาคารในปี2563 ยังมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยคาดว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) มีโอกาสปรับขึ้นเป็น 4-5% จากปัจจุบันอยู่ที่กว่า 3% และการตั้งสำรองหนี้น่าจะเพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบปีก่อน

ขณะที่การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเป็นอีกปัจจัยกดดันรายได้ส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) รวมถึงมาตรการพักหนี้ ซึ่งปัจจุบันพบว่าตัวเลขการพักชำระหนี้อยู่ที่ 6.8 ล้านล้านบาท หรือ 37% ของสินเชื่อทั้งระบบ แบ่งเป็นสินเชื่อรายใหญ่ 23% สินเชื่อเอสเอ็มอี 47% และสินเชื่อรายย่อย 39%

“เราคาดการณ์กำไรสุทธิของกลุ่มแบงก์ปีนี้จะเหลือแค่ 1.2 แสนล้านบาทหรือลดลง 45% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่โปรแกรมการพักชำระหนี้และการตั้งสำรองเพื่อรองรับ NPL จะเป็นปัจจัยกดดันการฟื้นตัวของรายได้แบงก์ปีหน้า”

นายเจฟกล่าวด้วยว่า จากที่ธนาคารกลางทั่วโลกต่างอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบเศรษฐกิจ รวมถึงอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้อยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นในระยะถัดไปจึงมีโอกาสจะเห็นเงินทุนเคลื่อนย้ายเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น ขณะที่ราคาหุ้น (valuation) กลุ่มธนาคารปรับลดลงมาอยู่ในระดับที่ค่อนข้างถูก สามารถลงทุนระยะยาว 2-3 ปีได้

นายวรวัฒน์ สายสุพัฒน์ผล CFA กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูบีเอส (ประเทศไทย) กล่าวว่า กำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารอาจยังไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว และครึ่งปีหลังมีโอกาสออกมาแย่กว่าครึ่งปีแรกทั้งจากการตั้งสำรองที่สูง และความจำเป็นต้องช่วยเหลือลูกหนี้ โดยเพราะภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกของไทยยังชะลอตัว จึงเป็นไปได้สูงที่ยังเห็นหนี้เสียไหลลงมาต่อเนื่อง

เมื่อพิจารณาโอกาสลงทุน จากสถิติพบว่าหุ้นกลุ่มธนาคารจะปรับตัวขึ้นก่อนช่วงที่การขยายตัวของเศรษฐกิจหรือหนี้เสียลงไปจุดต่ำสุดราว 3-4 ไตรมาส ดังนั้นในครั้งนี้จึงมีโอกาสสูงที่หุ้นธนาคารจะฟื้นตัวขึ้นก่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยธนาคารไทยมีความแข็งแกร่งในแง่ฐานทุนที่ค่อนข้างสูง มีเงินกองทุนขั้นที่ 1 อยู่ที่ 15-16% สามารถรับมือกับ NPL ได้สูงถึง 30% ต่อปี

ทั้งนี้ ปัจจุบันหุ้นกลุ่มธนาคารซื้อขายอยู่ที่ 0.5-0.6 เท่าของมูลค่าทางบัญชี (P/BV) เท่านั้น ดังนั้นราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ไปแล้ว และมีโอกาสที่จะปรับขึ้นได้ในระยะยาว อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นกว่ากำไรจะฟื้นตัวยังต้องใช้เวลาดังนั้นการลงทุนหุ้นธนาคารต้องเป็นระยะยาว จึงจะเหมาะสมกับการเข้าซื้อที่ระดับราคาปัจจุบัน

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า รายงานดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (ก.ย.) ปรับเพิ่มขึ้น 4% อยู่ในเกณฑ์ทรงตัวเหมือนเดือนก่อน นักลงทุนคาดหวังการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศเป็นปัจจัยหนุนมากที่สุด รองลงมาคือนโยบายภาครัฐ และการไหลเข้าของเงินทุน

อย่างไรก็ตาม ความกังวลต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ช่วงไตรมาส 2 เป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่น การไหลออกของเงินลงทุน และนโยบายทางการเงินจากธนาคารกลางสหรัฐ รวมถึงการระบาดโควิด-19 รอบ 2 โดยหมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุดคือหุ้นอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนหุ้นแบงก์ยังเป็นกลุ่มที่ไม่น่าสนใจที่สุด

“แนวโน้มไตรมาส 3-4 ปีนี้ ตลาดหุ้นไทยยังคงได้รับแรงกดดันจากโควิด-19 ประกอบกับความกังวลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยหลังคลายล็อกดาวน์ ซึ่งอาจจะไม่ได้กลับมา 100% เหมือนเดิม นอกจากนี้ความเสี่ยงจากปัจจัยการว่างงานสูงที่ระดับ 7-8 ล้านคน จะสะท้อนไปสู่ศักยภาพในการชำระหนี้ผ่านระบบธนาคารพาณิชย์”

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้อาจยังไม่เห็นเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามา แต่คาดหวังว่าเม็ดเงินในประเทศที่หลบภัยอยู่ในรูปแบบกระแสเงินสด (cash flow) หรือกองทุนรวมตลาดเงิน (MMF) จะโยกกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทย ดังนั้นอาจจะเห็นการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นและน่าจะหนุนให้ SET Index ขึ้นไปยืนอยู่ระดับ 1,450 จุดได้

 

หุ้นธนาคาร กำไรลดลง 2563

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคาร หุ้น ไวรัสโควิด-19