เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ส่องภูมิทัศน์ใหม่ “วัดเจดีย์หลวง” นับถอยหลัง 16 วัน พิสูจน์ “มรดกโลกที่มีชีวิต”
เศรษฐกิจภูมิภาค ส่องภูมิทัศน์ใหม่ “วัดเจดีย์หลวง” นับถอยหลัง 16 วัน พิสูจน์ “มรดกโลกที่มีชีวิต”
“ซาบีดา” ดันตั้งสภาชาติพันธุ์ ก.ย. นี้ จ่อคลอดแผนแม่บท 5 ปี
Politics “ซาบีดา” ดันตั้งสภาชาติพันธุ์ ก.ย. นี้ จ่อคลอดแผนแม่บท 5 ปี
อิหร่านชี้ MOU จบสิ้นแล้ว ปรามสายแข็งจวกการทูต-สงครามขยายวงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน
World อิหร่านชี้ MOU จบสิ้นแล้ว ปรามสายแข็งจวกการทูต-สงครามขยายวงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน
‘ศุภชัย‘ หนุน ‘อนุทิน’ โรดโชว์แดนมังกร แนะสร้างความไว้ใจ กุญแจสำคัญดึงทุนยักษ์จีน
Economic ‘ศุภชัย‘ หนุน ‘อนุทิน’ โรดโชว์แดนมังกร แนะสร้างความไว้ใจ กุญแจสำคัญดึงทุนยักษ์จีน
‘บังโต’ กุมบังเหียน ‘เนื้อแท้’ รุกแตกไลน์ธุรกิจท่องเที่ยว
Business ‘บังโต’ กุมบังเหียน ‘เนื้อแท้’ รุกแตกไลน์ธุรกิจท่องเที่ยว
คนหลุด บัตรคนจน ยื่นอุทธรณ์แล้ว 2.76 ล้านราย คลังยันคืนสิทธิหากอุทธรณ์ผ่าน
Finance คนหลุด บัตรคนจน ยื่นอุทธรณ์แล้ว 2.76 ล้านราย คลังยันคืนสิทธิหากอุทธรณ์ผ่าน
อัปเดต “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 34 คน บาดเจ็บ 70 คน
News อัปเดต “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 34 คน บาดเจ็บ 70 คน
9 ปี ‘ไฮสปีดไทย-จีน’ สร้างคืบหน้า 55% เร่งให้เสร็จ ปี’74
Real Estate 9 ปี ‘ไฮสปีดไทย-จีน’ สร้างคืบหน้า 55% เร่งให้เสร็จ ปี’74
TDRI เตือนไทยเสี่ยงเสียแชมป์ส่งออกมัน
Economic TDRI เตือนไทยเสี่ยงเสียแชมป์ส่งออกมัน
ซีอีโอโซนี่ย้ำสายใยมนุษย์​สำคัญกว่า AI
Business ซีอีโอโซนี่ย้ำสายใยมนุษย์​สำคัญกว่า AI
ดูทั้งหมด

ส่อง “กระสุนการคลัง-เงิน” “วิธีจัดการร่องรอยที่ทิ้งไว้” หลังโควิด

12 ก.ค. 2563 | 07:01น.
คอลัมน์ร่วมด้วยช่วยคิด
ดร.ดอน นาครทรรพ, สุพริศร์ สุวรรณิก ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท.

ท่ามกลางสงครามการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับไวรัสโควิด-19 แทบทุกประเทศทั่วโลกได้เร่งออกมาตรการรับมือและเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมาตรการปิดเมืองเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด และการผ่อนคลายนโยบายการคลังและนโยบายการเงินขนานใหญ่ในแบบที่ประวัติศาสตร์โลกไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน จนมีหลายคนกล่าวว่า เปรียบได้กับการยิง “บาซูก้า” ทั้งการคลังและการเงิน

ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า การยิงกระสุนของทางการ อันมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการรับมือและจำกัดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน ย่อมทำให้กระสุนเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและเพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดการระบาดระลอกสองในอนาคตต้องลดน้อยลงตามมา

รวมทั้งการออกมาตรการรับมือดังกล่าวย่อมนำมาสู่ภาระที่เพิ่มขึ้นของภาครัฐด้วย บทความนี้จึงขอชวนท่านผู้อ่านสำรวจ 1) พื้นที่เครื่องมือนโยบายที่ยังเหลือ (policy space) ทั้งการคลังและการเงินของประเทศต่าง ๆ

และ 2) วิธีจัดการร่องรอยที่วิกฤตนี้ทิ้งไว้ให้ คือภาระของภาครัฐที่ตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาระทางการคลัง

– พื้นที่เครื่องมือนโยบายที่ยังเหลือ

ด้านนโยบายการคลัง การจะยิงกระสุนเพิ่มเติมได้อีกเท่าใดนั้น มีเครื่องชี้ที่ไว้ใช้พิจารณาได้หลัก ๆ คือ หนี้สาธารณะที่มีอยู่เทียบกับ GDP ซึ่งพื้นที่นโยบายที่ยังเหลือขึ้นอยู่กับว่าประเทศนั้น ๆ ได้สะสางคืนหนี้เดิมที่เคยก่อไว้ไปเท่าใด และได้ยิงกระสุนเพื่อต่อสู้กับโควิด-19 ไปมากแล้วเพียงใด ดังนั้น อาจเห็นบางประเทศที่มีสัดส่วนหนี้สาธารณะสูงอยู่แล้ว ก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 และกลับยิ่งสูงขึ้นอีกในการต่อสู้กับวิกฤต เช่น ญี่ปุ่น (251.9% ต่อ GDP) อิตาลี (155.5% ต่อ GDP) สหรัฐ (131.1% ต่อ GDP) ฝรั่งเศส (115.4% ต่อ GDP)

ในทางตรงกันข้าม ประเทศที่ดำรงรักษาวินัยทางการคลังมาโดยตลอด และได้ทยอยชำระหนี้เก่าก่อนเกิดวิกฤตทำให้ฐานะทางการคลังมีความแข็งแกร่ง สามารถรับมือวิกฤตครั้งใหม่ได้เต็มกำลัง และเอื้อให้สามารถยิงกระสุนเพิ่มเพื่อช่วยเหลือประชาชนได้มากขึ้นอีกในยามจำเป็น มีตัวอย่างเช่น เยอรมนี (68.7% ต่อ GDP) และไทย (51.8% ต่อ GDP)

อย่างไรก็ดี ระดับหนี้ที่รัฐมีอยู่อาจไม่ใช่เครื่องชี้เดียวในการพิจารณาพื้นที่นโยบายที่ยังเหลือ เพราะการที่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงเกินเพดานหนี้สาธารณะ (ตามเกณฑ์ที่ใช้ในหลายประเทศ เพดานหนี้สาธารณะอยู่ที่ 60% ต่อ GDP ซึ่งช่วยให้เกิดความยั่งยืนของการบริหารหนี้สาธารณะในระยะยาวได้ และเป็นระดับที่ย้ำเตือนให้จำเป็นต้องระมัดระวังในการก่อหนี้เพิ่มเติมอย่างมาก) ไม่ได้หมายความว่า ฟ้าจะถล่ม แผ่นดินจะทลายเสียทีเดียว หนี้สาธารณะสามารถปรับสูงขึ้นได้หากมีเหตุจำเป็น ซึ่งหลายประเทศที่ยกมาข้างต้นทะลุเพดานนี้ไปนานแล้ว

นอกจากนี้ งานศึกษาชื่อดังในปี 2010 ของ ศาสตราจารย์ Reinhart และ Rogoff แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเคยชี้ให้เห็นว่า ระดับหนี้สาธารณะที่สูงเกินกว่า 90% ต่อ GDP มีความสัมพันธ์กับการลดลงของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ (งานศึกษาดังกล่าวยังคงเป็นที่ถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์ในแวดวงวิชาการ อาทิ ระเบียบวิธีและข้อมูลที่ใช้) ศาสตราจารย์ Rogoff เองยังกล่าวย้ำว่า มีปัจจัยอื่น ๆ อีกที่ต้องพิจารณา และลำพังระดับหนี้สาธารณะต่อ GDP ที่สูงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต้องลดลงเสมอไป

เครื่องชี้ที่สำคัญอีกตัวหนึ่งในการพิจารณาพื้นที่ของนโยบายการคลังคือ ภาระดอกเบี้ยจ่ายเทียบกับรายได้ของรัฐ ว่ามีสูงเพียงใดเมื่อเทียบกับรายได้ที่จัดเก็บ (เปรียบได้กับความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนในแต่ละเดือนนั่นเอง) โดยประเทศที่มีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ต่ำ แต่มีภาระดอกเบี้ยสูง เช่น อินเดีย (หนี้ 74.3% ต่อ GDP ขณะที่ภาระดอกเบี้ย 23.7% ต่อรายได้) จำเป็นต้องกันงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อไปชำระภาระดอกเบี้ยที่สูง แทนที่จะสามารถนำเงินไปใช้จ่ายหรือลงทุนให้เกิดประโยชน์ได้

ในทางตรงกันข้าม ตัวอย่างของประเทศที่มีระดับหนี้สาธารณะต่อ GDP ต่ำ และมีภาระดอกเบี้ยในการชำระหนี้ต่ำเมื่อเทียบกับรายได้เช่นกันคือ เยอรมนี (ภาระดอกเบี้ย 1.7% ต่อรายได้) และไทย(ภาระดอกเบี้ย 5.2% ต่อรายได้) ซึ่งแสดงถึงฐานะทางการคลังที่เข้มแข็ง และสามารถนำงบประมาณไปสร้างประโยชน์ได้มากกว่าในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ด้านนโยบายการเงิน มีเครื่องชี้สำคัญ อาทิ ระยะห่างของอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับปัจจุบันจากระดับ 0% (แม้มีธนาคารกลางบางประเทศที่ใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ เช่น ธนาคารกลางยุโรป) รวมทั้งขนาดงบดุลของธนาคารกลางจากการใช้เครื่องมือพิเศษต่าง ๆ (unconventional measures) โดยเฉพาะการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบเศรษฐกิจ (quantitative easing หรือ QE) เช่น สหรัฐ ที่กลับมาเพิ่มปริมาณ QE ในวิกฤตโควิด-19 ซึ่งทำให้ขนาดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง

นอกจากนี้ ธนาคารกลางบางประเทศได้เริ่มใช้เครื่องมือใหม่ ๆ หลังอัตราดอกเบี้ยนโยบายเข้าใกล้ 0% เช่น ออสเตรเลียที่ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.25% และเริ่มใช้ yield curve control ควบคุมอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 3 ปี อย่างไรก็ดี สำหรับไทย แม้เครื่องมืออัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเหลือกระสุนไม่มากนัก หลังลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจนต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ที่ผ่านมา เราได้เห็นเครื่องมือใหม่ ๆ ออกมาเสริมให้การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายส่งผ่านไปยังภาคเศรษฐกิจจริงได้ผลดียิ่งขึ้นอีก เช่น การลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ ที่ช่วยให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สถาบันการเงินลดลงทันที 0.4% และมาตรการการเงินช่วยเสริมสภาพคล่อง และเร่งปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้ เป็นต้น

– วิธีจัดการร่องรอยที่วิกฤตนี้ทิ้งไว้ให้

ร่องรอยที่เกิดขึ้นจากการยิงกระสุนที่สำคัญคือ ภาระทางการคลัง ซึ่งทุกประเทศต่างต้องการให้มีน้อยที่สุด โดยหลักการสำคัญที่จะทำให้การบริหารภาระทางการคลังมีความยั่งยืนคือ การทำให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสูงกว่าภาระดอกเบี้ยที่รัฐต้องจ่าย (ซึ่งขึ้นอยู่กับการก่อหนี้เพิ่มด้วย) นั่นหมายความว่า ตราบใดที่เศรษฐกิจยังโตได้ จะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP และภาระดอกเบี้ยปรับลดลงไปด้วย ดังนั้น การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้แข่งขันได้ในโลกยุคหลังโควิด-19 จึงมีความสำคัญมาก

นอกเหนือจากการพยายามกระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโต (และการไม่ผิดนัดชำระหนี้) ยังมีวิธีลดภาระทางการคลังอยู่อีกหลายวิธี แต่ก็จะมีผลกระทบที่ตามมาด้วย อาทิ การขึ้นภาษีและ/หรือลดรายจ่ายภาครัฐ (austerity) เช่น หลายประเทศในยุโรปที่ปรับลดรายจ่ายและเพิ่มภาษีหลังเกิดวิกฤตหนี้สาธารณะในปี 2012 แต่ต้องแลกมาด้วยเศรษฐกิจที่ไม่โต

การเร่งให้เกิดเงินเฟ้อ (inflating away) เพื่อให้มูลหนี้ที่แท้จริงลดลง เช่น สหรัฐ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งปล่อยให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมาก และทำให้การเก็บออมของครัวเรือนมีมูลค่าด้อยลง รวมทั้งการให้ธนาคารกลางรับซื้อหนี้สาธารณะของรัฐบาล (debt monetization) เพื่อให้ภาระทางการคลังลดลง แต่เป็นวิธีที่อันตรายมาก เพราะสามารถทำให้เกิดเงินเฟ้อขั้นรุนแรง (hyperinflation) ดังตัวอย่างคือ ซิมบับเวในปี 2008

สรุปได้ว่า พื้นที่ของเครื่องมือการคลังการเงินแต่ละประเทศที่เหลืออยู่มีไม่เท่ากัน การจะยิงกระสุนใหม่ได้มากน้อยเพียงใดนั้น สามารถพิจารณาอย่างง่าย ๆ จากเครื่องชี้ข้างต้น ขณะที่วิธีจัดการร่องรอยที่เกิดจากการยิงกระสุนมีได้หลายวิธี นอกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ต้องพิจารณาและดำเนินการอย่างระมัดระวังที่สุด เพราะอาจมีผลข้างเคียงที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นได้ครับ !

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย