เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,950 บาท
โกคิม-ธีระศักดิ์ ผลงาม เจ้าของร้าน ‘ตู้กับข้าว’ อาหารใต้ชื่อดัง ไลฟ์สไตล์และแพสชั่น
Biz Movement โกคิม-ธีระศักดิ์ ผลงาม เจ้าของร้าน ‘ตู้กับข้าว’ อาหารใต้ชื่อดัง ไลฟ์สไตล์และแพสชั่น
คอนเสิร์ต ALL STARS ‘เปลี่ยนพลังธุรกิจ’ ไฮโซ-คนดัง ระดมทุนคืนเดียว 11 ล้าน
Biz Movement คอนเสิร์ต ALL STARS ‘เปลี่ยนพลังธุรกิจ’ ไฮโซ-คนดัง ระดมทุนคืนเดียว 11 ล้าน
EXIM BANK เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือน สินเชื่อปล่อยใหม่ทะลุ 4 หมื่นล้านบาท
Finance EXIM BANK เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือน สินเชื่อปล่อยใหม่ทะลุ 4 หมื่นล้านบาท
กสิกรไทย ยันเช็กบัญชีโอน 7 ล้าน ไม่พบในระบบ-K Plus ได้แค่ 5 ล้าน
Finance กสิกรไทย ยันเช็กบัญชีโอน 7 ล้าน ไม่พบในระบบ-K Plus ได้แค่ 5 ล้าน
9 เดือน ขอบีโอไอทะลุ 1.7 ล้านล้าน ดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์นำ หนุนไทยเชื่อมห่วงโซ่ AI โลก
Economic 9 เดือน ขอบีโอไอทะลุ 1.7 ล้านล้าน ดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์นำ หนุนไทยเชื่อมห่วงโซ่ AI โลก
กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ เคลื่อนไหวกรอบ 33.50-34.00 ติดตามผลประชุมดอกเบี้ย
Finance กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ เคลื่อนไหวกรอบ 33.50-34.00 ติดตามผลประชุมดอกเบี้ย
มท.จ่อเปิดตัว ‘โซลาร์เซลล์เพื่อประชาชน’ หลัง ครม. ไฟเขียวใช้งบ พ.ร.ก.กู้
Politics มท.จ่อเปิดตัว ‘โซลาร์เซลล์เพื่อประชาชน’ หลัง ครม. ไฟเขียวใช้งบ พ.ร.ก.กู้
กรมทางหลวงชนบทแก้รถติดเชียงราย ผุดสะพานข้ามทางแยกแม่ข้าวต้ม 329 ล้าน เสร็จปี’72
Economic กรมทางหลวงชนบทแก้รถติดเชียงราย ผุดสะพานข้ามทางแยกแม่ข้าวต้ม 329 ล้าน เสร็จปี’72
รัฐบาลคาดให้ฝ่ายค้านซักฟอกเร็วสุดต้น ธ.ค. เหตุรัฐมนตรีงานแน่นเดือน พ.ย.
Politics รัฐบาลคาดให้ฝ่ายค้านซักฟอกเร็วสุดต้น ธ.ค. เหตุรัฐมนตรีงานแน่นเดือน พ.ย.
ดูทั้งหมด

เปิดงานวิจัย “จำนวนประชากรโลก” ค.ศ. 2100 เตือนไทยอาจลดฮวบ 50%

17 ก.ค. 2563 | 12:59น.

งานวิจัยเผยคาดการณ์จำนวนประชากรโลก นับจากปัจจุบันจนสิ้นสุดศตวรรษที่ 21 จะพุ่งสูงสุดในปี 2064 ก่อนลดลงในที่สุดเมื่อถึงปี 2100 พลิกโฉมภูมิรัฐศาสตร์-เศรษฐกิจโลกครั้งใหญ่

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า “เดอะแลนซิต” (The Lancet) วารสารทางการแพทย์ของสหราชอาณาจักรที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ได้ตีพิมพ์ผลการศึกษาวิจัยใหม่ชี้ว่า จำนวนประชากรทั่วโลกกำลังจะลดลงเหลือเพียง 8,800 ล้านคนภายในปี 2100 จากจำนวนสูงที่สุดในปี 2064 ที่ 9,700 ล้านคน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญต่ออำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

งานวิจัยระบุว่า จำนวนประชากรที่ลดลงเป็นผลมาจากอัตราการเกิดที่ลดลงในหลายประเทศ เนื่องจากความก้าวหน้าของวิธีการคุมกำเนิด รวมถึงการเพิ่มจำนวนของสตรีและเด็กหญิงที่มีการศึกษาทั่วโลก เป็นแรงหนุนให้เสถียรภาพและอัตราการเพิ่มจำนวนประชากรทั่วโลกลดลง

งานวิจัยยังคาดการณ์ว่า หากรัฐบาลไม่มีนโยบายเปิดกว้างต่อการอพยพเข้าเมือง จะมีราว 183 จาก 195 ประเทศทั่วโลกที่ไม่สามารถรักษาจำนวนประชากรในระดับปัจจุบันไว้ได้ภายในศตวรรษนี้ โดยจำนวนประชากรใน 23 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ไทย อิตาลี และสเปนคาดว่าจะลดระดับลงมากกว่า 50% ของจำนวนประชากรในปัจจุบัน ขณะที่อีก 34 ประเทศอย่างจีนก็จะมีจำนวนประชากรลดลงกว่า 25%

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยคาดว่าจำนวนประชากรในประเทศภูมิภาคซับซาฮาราแอฟริกาจะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจากระดับปัจจุบัน จาก 1,030 ล้านคนในปี 2017 เป็น 3,070 ล้านคนในปี 2100 เช่นเดียวกับประเทศในตะวันออกกลางที่คาดว่าจำนวนประชากรยังจะคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ริชาร์ด ฮอร์ตัน (Richard Horton) บรรณาธิการใหญ่ของเดอะแลนซิต ระบุว่า “การคาดการณ์อนาคตของงานวิจัยนี้มีความสำคัญที่เราต้องเร่งวางแผนรับมืออย่างเร่งด่วน งานวิจัยได้เสนอมุมมองต่อความเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างรุนแรง ท้าทายความเชื่อเกี่ยวกับผู้อพยพ และเน้นย้ำความสำคัญของการปกป้องและเสริมสร้างสิทธิทางเพศและการสืบพันธุ์ของผู้หญิง”

“แอฟริกาและโลกอาหรับจะเป็นผู้กำหนดอนาคตของเรา ขณะที่ยุโรปและเอเชียจะเสื่อมอิทธิพลลง โดยในปลายศตวรรษนี้จะมีหลายขั้วอำนาจทางการเมืองในโลก โดยมีอินเดีย ไนจีเรีย จีน และสหรัฐอเมริกาเป็นมหาอำนาจ นี่เป็นโลกใบใหม่ที่แท้จริงและเราควรต้องเตรียมพร้อมรับมือตั้งแต่วันนี้” ฮอร์ตันกล่าว

งานวิจัยดังกล่าวยังได้ใช้ข้อมูลจาก “การศึกษาของภาระโรคในระดับโลก 2017” (Global Burden of Disease Study 2017) เตือนถึงความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางอายุของประชากรทั่วโลกครั้งใหญ่ โดยคาดว่า ประชากรที่มีอายุมากกว่า 80 ปีขึ้นไปจะมีจำนวนมากกว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีถึง 2 ต่อ 1 ภายในปี 2100

โดยจำนวนประชากรเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีจะลดลง 41% จาก 681 ล้านคนในปี 2017 เป็น 401 ล้านคนในปี 2100 ขณะที่คนอายุมากกว่า 80 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าเป็น 866 ล้านคนในปี 2100 จาก 141 ล้านคนในปี 2017

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะนำไปสู่จำนวนประชากรวัยทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป ในแต่ละประเทศและส่งผลต่อขนาดเศรษฐกิจด้วย โดยจีนคาดว่าจะขึ้นมาแทนที่สหรัฐในฐานะประเทศที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกภายในปี 2035

แต่สหรัฐอาจกลับมามีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกครั้งในปี 2098 หากสามารถรักษาระดับการอพยพเข้าเมืองของแรงงานต่างชาติไว้ได้ ในขณะที่จำนวนประชากรจีนจะลดลงอย่างรวดเร็วนับตั้งปี 2050 เป็นต้นไป

ขณะที่ อินเดีย คาดว่าจะเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในเอเชีย ที่สามารถรักษาระดับประชากรวัยทำงานในประเทศไว้ได้ตลอดศตวรรษนี้ ซึ่งทำให้จีดีพีของอินเดียสามารถขึ้นมาเป็นลำดับที่ 3 ได้จากลำดับที่ 7 ในปัจจุบัน ส่วนไนจีเรียก็คาดว่าจะเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่มีจำนวนประชากรสูงที่สุดในโลกภายในปี 2100 และมีความสามารถที่ก้าวขึ้นมามีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นลำดับที่ 9 จากลำดับที่ 23 ในปี 2017

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประชากร เศรษฐกิจโลก