เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เร่งปิดดีลขาย ‘รอยัลออคิดฯ’ เคลียร์หนี้-คืนเงินผู้ถือหน่วย
Finance เร่งปิดดีลขาย ‘รอยัลออคิดฯ’ เคลียร์หนี้-คืนเงินผู้ถือหน่วย
ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
ดูทั้งหมด

เปิดร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ แขวน ม.39 ลดแรงต้านจัดเก็บค่าน้ำ

05 ต.ค. 2560 | 09:39น.

นับวันการหาแหล่งน้ำเพิ่มเติมของประเทศหาได้ยากยิ่งขึ้นจากงบประมาณของรัฐที่มีจำกัดในการเวนคืนที่ดินและงบฯค่าก่อสร้างโครงการที่พุ่งขึ้นทุกปี ปัจจุบันมีกฎหมายหลักในการบริหารจัดการน้ำดิบ คือ พ.ร.บ.การชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 ที่เป็นการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทานของกรมชลประทาน ทั้งนี้ ในมาตรา 4 พ.ร.บ.การชลประทานหลวง ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2507 ได้มีการแก้ไขมาตรา 8 ของกฎหมายเดิม โดยให้รัฐมนตรีมีอำนาจเรียกเก็บค่าชลประทานจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดิน ในอัตราไม่เกินไร่ละ 5 บาทต่อปี โดยออกกฎกระทรวง แต่ในความเป็นจริงไม่มีการออกกฎกระทรวงเก็บค่าชลประทานแต่อย่างใด

แต่ล่าสุด เสียงคัดค้านจากเกษตรกรทั่วประเทศก็ดังกระหึ่มขึ้นพร้อมเพรียงกัน เมื่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ยกร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำขึ้นมา ด้วยวัตถุประสงค์ให้เกิดการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าที่สุด ปล่อยน้ำเสียน้อยที่สุด รวมทั้งปิดช่องโหว่การใช้น้ำฟรีและการลักลอบการใช้น้ำนอกเขตพื้นที่ชลประทานทั่วประเทศ ทำให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่แม้ไม่ใช่เจ้าของต้นร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็ต้องออกมาพูดว่า ไม่มีการเก็บค่าใช้น้ำจากเกษตรกรแต่อย่างใด

รวมทั้ง ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ ว่าที่อธิบดีกรมชลประทานคนใหม่ ออกมารับรองด้วยว่า “เกษตรแปลงใหญ่” ที่มีเกษตรกรจำนวนมากมารวมกลุ่มกันทำการเกษตรแปลงใหญ่หรือผู้ที่ทำเกษตรเกิน 50 ไร่ กรมชลประทาน “ไม่มีการเก็บค่าใช้น้ำชลประทานแต่อย่างใด” เกษตรกรในส่วนที่อยู่ในพื้นที่ชลประทานจึงคลายวิตกกังวลได้ระดับหนึ่ง แต่ในส่วนเกษตรกรที่อยู่นอกพื้นที่ชลประทาน แน่นอนยังมีความวิตกกังวลอยู่ แม้ในความเป็นจริง เกษตรกรต้องเสมอภาคกัน คือไม่ต้องจ่ายค่าน้ำ ไม่ว่าจะอยู่เขตไหน

สำหรับร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำใหม่ฉบับนี้ถือเป็นกฎหมายแม่ของเรื่องน้ำ จึงมีทั้งหมด 100 มาตรา ขณะนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบในหลักการเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 1 และแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายไปได้ 95 มาตราแล้ว แต่ยังมีการแขวนพิจารณาหลายมาตรา คาดว่าข้อสรุปทั้งหมดของร่างกฎหมายฉบับนี้ที่จะเสร็จสิ้นในวันที่ 27 ต.ค.นี้ จะต้องยืดออกไปอีก 90 วัน เป็นปลายเดือน ม.ค. 2561 แทน

สาระสำคัญของร่างกฎหมายใหม่นี้ จะมีคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการ ทำหน้าที่บริหารจัดการ กำกับ ดูแล ทั้งการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎหมายนี้ ทั้งเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง ลุ่มน้ำ การใช้น้ำ ทรัพยากรน้ำสาธารณะ น้ำผิวดิน น้ำใต้ดิน น้ำในทะเล เว้นแต่ในกรณีที่มีกฎหมายใดกำหนดเกี่ยวกับการใช้ การพัฒนาฯไว้โดยเฉพาะ ก็ให้ดำเนินการไปตามกฎหมายเฉพาะนั้น

เรื่องสิทธิในน้ำ เพื่อป้องกันการแก่งแย่งน้ำกันในอนาคตมากขึ้น ก็มีการกำหนดไว้ในมาตรา 7-8 ว่า ทรัพยากรน้ำสาธารณะเป็นของส่วนรวม บุคคลมีสิทธิใช้หรือเก็บกักน้ำได้เท่าที่จำเป็นแก่ประโยชน์ในกิจกรรมหรือในที่ดินของตน โดยไม่เป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่บุคคลอื่นซึ่งอาจจะใช้น้ำนั้น

ส่วนการจัดสรรน้ำ ตามมาตรา 39 ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของกฎหมายนี้ ปรากฏคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างฯได้ประกาศแขวนการพิจารณามาตรานี้ไว้ก่อนเพื่อยุติความขัดแย้งที่กำลังจะเกิดจาก “การเรียกเก็บค่าน้ำ” โดยมาตรานี้ได้มีการแบ่งการใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเป็น 3 ประเภท คือ การใช้น้ำประเภทที่ 1 ได้แก่ การใช้น้ำเพื่อดำรงชีพทั้งอุปโภคบริโภคในครัวเรือน การเกษตรหรือการเลี้ยงสัตว์เพื่อยังชีพ การอุตสาหกรรมในครัวเรือนและการใช้น้ำในปริมาณเล็กน้อย การใช้น้ำประเภทที่ 2 ได้แก่ การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อการเกษตรหรือการเลี้ยงสัตว์เพื่อการพาณิชย์ การอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การผลิตพลังงานไฟฟ้า การประปาและกิจการอื่น และการใช้น้ำประเภทที่ 3 ได้แก่ การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อกิจการขนาดใหญ่ที่ใช้น้ำปริมาณมาก หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบข้ามลุ่มน้ำหรือครอบคลุมพื้นที่อย่างกว้างขวาง

ลักษณะหรือรายละเอียดการใช้น้ำแต่ละประเภท 1-3 ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงที่จะออกหลัง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ทั้งนี้ รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการแต่ละลุ่มน้ำที่เกี่ยวข้อง และโดยความเห็นชอบของ กนช. มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการใช้น้ำประเภทที่ 1 สำหรับแต่ละลุ่มน้ำได้

อย่างไรก็ตาม การใช้น้ำประเภทที่ 2 ต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการลุ่มน้ำที่ทรัพยากรน้ำสาธารณะตั้งอยู่ ตลอดจนการขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต แต่ไม่ใช้บังคับกับการใช้น้ำของหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนการใช้น้ำประเภทที่ 3 ต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ โดยความเห็นชอบของ กนช. และมีการยกเว้นไม่ใช้บังคับการใช้น้ำของหน่วยงานรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่นเดียวกับประเภทที่ 2

ในขณะที่มาตรา 47 ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ กนช.มีอำนาจที่จะออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนด “อัตราค่าใช้น้ำ” สำหรับการใช้น้ำประเภทที่ 2 กับประเภทที่ 3 เท่านั้น โดยมีข้อสังเกตว่า ไม่มีอัตราการใช้น้ำประเภทที่ 1 เพื่อการดำรงชีพ-อุปโภคบริโภคในครัวเรือน การเกษตร/เลี้ยงสัตว์ยังชีพ อุตสาหกรรมในครัวเรือน และการใช้น้ำปริมาณเพียงเล็กน้อยแต่อย่างใด

เรื่องการแก้ปัญหาการเกิดน้ำท่วม-น้ำแล้ง ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศเขตฉุกเฉิน กำหนดวิธีการใช้น้ำเพื่อลดปริมาณการใช้ และห้ามใช้น้ำบางประเภทเกินกว่าจำเป็นแก่การอุปโภคบริโภค รวมทั้งกำหนดวิธีการแบ่งปันน้ำในพื้นที่เพื่อบรรเทาปัญหา ส่วนการป้องกันและแก้ไขน้ำท่วม ให้คณะกรรมการลุ่มน้ำจัดทำแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมขึ้นไว้เป็นการล่วงหน้า ทั้งกรณีปกติและกรณีฉุกเฉิน

สุดท้ายคือ บทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืน กำหนดบทลงโทษไว้ถึง 15 มาตราแล้วแต่กรณีที่ฝ่าฝืน โดยโทษสูงสุดคือ ผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรา 75 วรรคหนึ่ง (2) ให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ กนช.มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อคุ้มครองและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำสาธารณะ ในเรื่องต่อไปนี้ได้ คือ (2) กำหนดห้ามกระทำใด ๆ ที่มีผลเป็นการเสื่อมสภาพแหล่งน้ำหรือเสื่อมประโยชน์ต่อการใช้น้ำหรือทำให้เกิดภาวะมลพิษแหล่งน้ำฯ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น