เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

พันธมิตรการเงิน “จีน-รัสเซีย” ลดพึ่งพา “ดอลลาร์”

15 ส.ค. 2563 | 11:21น.
จีน-รัสเซีย

เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมีอิทธิพลต่อโลกมาโดยตลอด เป็นผลมาจากอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจของมหาอำนาจเบอร์หนึ่งอย่าง “สหรัฐอเมริกา” แต่ความขัดแย้งกับหลายประเทศในเวทีโลกที่กำลังทวีความรุนแรงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ ทำให้ “รัสเซีย” และ “จีน” เริ่มหันไปร่วมมือกัน “ลดการพึ่งพิงเงินดอลลาร์สหรัฐ” ซึ่งนำไปสู่ความเป็น “พันธมิตรทางการเงิน” ระหว่างสองชาติที่อาจแข็งแกร่งกว่าสหรัฐในที่สุด

นิกเคอิ เอเชียน รีวิว รายงานว่า ข้อมูลของธนาคารกลางและศุลกากรกลางของรัสเซียเปิดเผยว่า สกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” มีสัดส่วนอยู่ที่ 46% ในการค้าระหว่างรัสเซียกับจีนช่วงไตรมาส 1/2020 นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่เงินดอลลาร์สหรัฐ

มีสัดส่วนในการค้าระหว่างสองชาติต่ำกว่า 50% สวนทางกับ “สกุลเงินยูโร” มีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นเป็น 30% ทำลายสถิติก่อนหน้านี้

ขณะที่สัดส่วนของเงินรูเบิลของรัสเซียและเงินหยวนของจีนก็มีสัดส่วนในการค้าระหว่างสองชาติเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์รวมกันที่ 24%

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัสเซียและจีนพยายามลดการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐในการค้าทวิภาคีลงอย่างมาก โดยสัดส่วนของเงินดอลลาร์สหรัฐในการทำธุรกรรมระหว่าง 2 ประเทศในช่วงปลายปี 2018 อยู่ที่ราว 90% ก่อนที่จะลดลงมาเหลือเพียง 51% ภายในปี 2019 หลังจากที่สหรัฐและจีนเผชิญหน้ากันอย่างรุนแรงในสงครามการค้า

“อเล็กเซย์ มาสโลว์” หัวหน้าสถาบันตะวันออกไกลศึกษาแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์ของรัสเซีย ระบุว่า ความพยายามลดการพึ่งพิงเงินดอลลาร์สหรัฐของจีนและรัสเซียจะนำไปสู่ช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่อาจยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติให้กลายเป็นพันธมิตรกันโดยพฤตินัย

“ความร่วมมือด้านการเงินระหว่างรัสเซียและจีนแสดงให้เห็นว่า ในที่สุดพวกเขาก็พบตัวแปรสำคัญใหม่ในการเป็นพันธมิตรระหว่างกัน ก่อนหน้านี้หลายคนจับตาไปที่ความร่วมมือด้านการทหารและการค้า แต่ขณะนี้ความสัมพันธ์ได้ก้าวไปสู่การธนาคารและการเงินมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถสร้างอิสรภาพให้กับทั้งสองประเทศ” มาสโลว์กล่าว

รัสเซียได้เริ่มดำเนินนโยบายลดการพึ่งพิงของเงินดอลลาร์สหรัฐมาตั้งแต่ปี 2014 หลังจากที่เกิดกรณีการผนวกดินแดนไครเมีย ทำให้รัสเซียถูกแซงก์ชั่นจากโลกตะวันตก ส่งผลการลดอิทธิพลของเงินดอลลาร์สหรัฐในการค้าทวิภาคีกลายเป็นความจำเป็นของรัสเซีย เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบหากสหรัฐใช้มาตรการแซงก์ชั่นที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงการปิดกั้นการเข้าถึงระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ (SWIFT)

“ดมิทรี ดอลกิน” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์รัสเซียของธนาคารไอเอ็นจี ระบุว่า “การทำธุรกรรมทางการเงินใด ๆ ทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับเงินดอลลาร์สหรัฐในบางรายการจะเข้าระบบหักบัญชีที่ธนาคารในสหรัฐ ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลสหรัฐสามารถสั่งให้ธนาคารระงับธุรกรรมบางรายการได้”

ขณะที่ “จีน” ก็เริ่มเห็นถึงความจำเป็นในการ “ลดการพึ่งพิง” เงินดอลลาร์สหรัฐเช่นเดียวกับรัสเซีย หลังจากที่ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” แห่งสหรัฐเดินหน้าสงครามการค้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2019 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการประกาศขึ้นอัตราภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐหลายระลอก

“จาง ซิน” นักวิจัยประจำศูนย์รัสเซียศึกษา มหาวิทยาลัยคุรุศาสตร์หัวตง กล่าวว่า ไม่นานมานี้รัฐบาลและหน่วยงานด้านเศรษฐกิจรายใหญ่ของจีนเริ่มตระหนักว่า พวกเขาอาจตกอยู่ในที่นั่งลำบากคล้ายกับรัสเซีย โดยตกเป็นเป้าของการแซงก์ชั่นและอาจถึงการถูกปิดกั้นการเข้าถึงระบบ “SWIFT”ในปี 2014 ทั้งรัฐบาลจีนและรัสเซียได้บรรลุข้อตกลงการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน (currency swap) มูลค่าถึง 150,000 ล้านหยวน

โดยที่แต่ละฝ่ายสามารถเข้าถึงสกุลเงินของอีกฝ่ายได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านการซื้อขายในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ และในปี 2019 รัฐบาลของทั้งสองประเทศยังบรรลุข้อตกลงการชำระเงินระหว่างประเทศด้วยสกุลเงิน “รูเบิล” และ “หยวน” แทนที่เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ และยังเตรียมพัฒนากลไกการชำระเงินทางเลือกเพื่อแทนที่ระบบ SWIFT อีกด้วย

รัฐบาลรัสเซียยังได้หันไปถือครองสินทรัพย์สกุลเงิน “หยวน” แทนที่ “ดอลลาร์สหรัฐ” เพิ่มขึ้น โดยช่วงต้นปี 2019 รัสเซียได้ลดการถือครองดอลลาร์สหรัฐลงถึง 101,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สหรัฐที่รัสเซียถือครองอยู่ก่อนหน้านั้น

และเพิ่มสัดส่วนการถือครองเงินหยวนในทุนสำรองเงินตราต่างประเทศจาก 5% เป็น 15% ผ่านการลงทุนของธนาคารกลางรัสเซียราว 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้รัสเซียเป็น 1 ใน 4 ประเทศที่ถือครองเงินหยวนมากที่สุดในโลก และเมื่อต้นปี 2020 รัฐบาลรัสเซียยังอนุมัติให้กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของรัสเซียเริ่มลงทุนในสกุลเงินหยวนและพันธบัตรของรัฐบาลจีนได้

อย่างไรก็ตาม “เจฟเฟอรี แฟรงเคิล” นักเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่า การกำจัดอิทธิพลของเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมูลค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐค่อนข้างมีเสถียรภาพ ผูกติดอยู่กับเศรษฐกิจขนาดยักษ์ใหญ่ของอเมริกา รวมถึงตลาดการเงินสหรัฐที่มีสภาพคล่องและเปิดกว้าง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีสกุลเงินใดสามารถแสดงประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเงินดอลลาร์ได้

แต่แฟรงเคิลก็ชี้ว่า แม้ในขณะนี้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐยังมีความปลอดภัย แต่หากรัฐบาลสหรัฐใช้มาตรการแซงก์ชั่นที่รุนแรงและบ่อยครั้งมากเกินไปอาจทำให้ประเทศอื่น ๆ มองเห็นความเสี่ยงและมองหาทางเลือกอื่น กลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำลายสถานะของเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐในระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน รัสเซีย