พันธบัตร
สถานีลงทุน
ทศพล รอดยิ้ม สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
ตอนนี้รัฐบาลของทุกประเทศทั่วโลกต่างเร่งออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งต้องใช้เงินมหาศาล รัฐบาลก็งัดทุกวิถีทางในการระดมเงินมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการออกพันธบัตรขายให้นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ การกู้องค์กรต่างประเทศ หรือให้ธนาคารกลางช่วยซื้อพันธบัตรที่รัฐบาลเป็นผู้ออก ซึ่งก็อาจจะยังไม่เพียงพอ คงต้องคิดหาทางระดมเงินทุนในรูปแบบและวิธีการใหม่ ๆ มาใช้
ประเทศไทยก็กำลังอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน นอกจากการออกพันธบัตรรัฐบาลปกติที่ออกเป็นประจำแล้ว วันนี้จะขอนำเสนอพันธบัตรรัฐบาลรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า prize bond ซึ่งขอเรียกภาษาไทยว่า “พันธบัตรลอตเตอรี่” ที่น่าจะเป็นที่สนใจไม่น้อยของนักลงทุนทั่วไปในบ้านเรา
prize bond หรือ พันธบัตรลอตเตอรี่ ก็คือ ตราสารหนี้ที่จะมีการสุ่มแจกรางวัลให้กับผู้ถือตราสารหนี้เป็นประจำตามรอบเวลาที่กำหนด เช่น ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน หรือทุกไตรมาส ออกโดยหน่วยงานรัฐเพื่อส่งเสริมการออมของประชาชนและนำเงินที่ได้ไปลงทุนในโครงการต่าง ๆ ของรัฐ มีการออก prize bond ในหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักรจะเรียกว่า premium bond และในประเทศนิวซีแลนด์เรียกว่า bonus bond
การออก prize bond จะขายที่ราคาหน้าตั๋ว (par) และไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย โดยนักลงทุนจะมีสิทธิลุ้นรางวัลตามรอบเวลาที่กำหนดไว้ นักลงทุนที่ซื้อ prize bond หลายหน่วยก็จะมีโอกาสถูกรางวัลมากขึ้น ดังนั้นเพื่อกระจายโอกาสการถูกรางวัลให้แก่นักลงทุน จึงมีการกำหนดมูลค่าเงินลงทุนใน prize bond ที่นักลงทุนสามารถซื้อได้
นอกจากนี้ prize bond ยังมีหลายรุ่นอายุให้เลือกหรือไม่มีกำหนดอายุ ซึ่งนักลงทุนสามารถลุ้นรางวัลไปได้เรื่อย ๆ ตลอดอายุตราสาร เมื่อครบกำหนดอายุก็จะได้รับเงินต้นคืน เงินรางวัลที่สุ่มแจกก็มีหลายรูปแบบ เช่น เป็นเงินก้อนใหญ่รางวัลเดียว หรือหลายรางวัลลดหลั่นกันไปเหมือนลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 และรางวัลที่ 2 จนถึงรางวัลสุดท้ายที่ไม่กี่ร้อยบาท แต่ดีกว่าลอตเตอรี่ ตรงที่ไม่ต้องซื้อใหม่ทุก ๆ 16 วัน และไม่ได้เงินค่าซื้อลอตเตอรี่คืนหากไม่ถูกรางวัล
ตัวอย่าง premium bond ของ UK ออกครั้งแรกเมื่อปี 1956 โดยธนาคารออมทรัพย์ของรัฐ (National Savings and Investments : NS&I) ปัจจุบันมีผู้ถือทั้งหมด 23 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าคงค้าง 58 พันล้านปอนด์ หรือกว่า 2 ล้านล้านบาท โดย premium bond นี้นักลงทุนสามารถขายคืนได้ตลอดเวลา และจะได้เงินคืนเท่ากับราคา par (1 ปอนด์) ที่ซื้อมา กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำที่ 25 ปอนด์ และลงทุนได้ไม่เกิน 50,000 ปอนด์ต่อคน ในแต่ละเดือน ระบบจะทำการสุ่มตัวเลข หากนักลงทุนถือ unit ที่มีหมายเลขกำกับตรงตาม
การสุ่มก็ได้รับรางวัลโดยต้องถือเป็นเวลา 1 เดือนก่อน จึงจะมีสิทธิลุ้นรางวัล โอกาสในการถูกรางวัลเท่ากับ 1 ต่อ 24,500 มีรางวัลทั้งหมด 3-4 ล้านรางวัล รางวัลที่ 1 มีมูลค่า 1 ล้านปอนด์ และรางวัลสุดท้ายมีมูลค่า 25 ปอนด์ ที่สำคัญทุกรางวัลจะได้รับการยกเว้นภาษี !
prize bond ในต่างประเทศก็ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากค่อนข้างต่ำ เพราะนักลงทุนคิดว่าฝากเงินก็ได้ดอกเบี้ยต่ำอยู่แล้ว เลยซื้อ prize bond ดีกว่าเผื่อจะได้รางวัลใหญ่
นอกจากนี้ในประเทศไอร์แลนด์และอังกฤษอนุญาตให้นักลงทุนสามารถซื้อ prize bond ให้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 16 ปีได้ ประชาชนจึงนิยมซื้อ prize bond เพื่อเป็นของรับขวัญเด็กแรกเกิด ซึ่งนับว่าเป็นของขวัญที่มีมูลค่ามาก ถือเอาไว้ก็มีสิทธิลุ้นรางวัลไปเรื่อย ๆ หรือขายเป็นเงินก็จะได้รับเงินคืนตามราคาหน้าตั๋ว แต่ข้อเสียก็มีอยู่อย่างหนึ่งคือ หากไม่ถูกรางวัลติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็จะทำให้เงินลงทุนไม่เติบโตและอำนาจซื้อลดลงได้ตามอัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น
ล่าสุดประเทศในภูมิภาคอาเซียนก็เริ่มสนใจที่จะออก prize bond กันบ้างแล้ว ในเดือนสิงหาคม 62 ที่ผ่านมา มีรายงานว่ากระทรวงการคลังของฟิลิปปินส์กำลังศึกษาการออก prize bond เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนออมเงินและนำเงินที่ได้มาใช้ในโครงการภาครัฐ
สำหรับในประเทศไทยยังไม่มีการออก prize bond แต่สิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดน่าจะเป็นสลากออมสิน หรือสลาก ธ.ก.ส. แล้วถ้ารัฐบาลจะมาออกพันธบัตรลอตเตอรี่บ้าง ก็น่าจะขายดิบขายดี มีเงินไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นได้
สำหรับนักลงทุนก็ถือเป็นช่องทางหนึ่งในการออมเงินพร้อม ๆ กับเพิ่มโอกาสลุ้นรวย อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรแบ่งเงินมาลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น