เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตาภาษีรถอีวี 3 เทียร์ จุดเปลี่ยน…อุตฯ ยานยนต์ไทย ?
Finance จับตาภาษีรถอีวี 3 เทียร์ จุดเปลี่ยน…อุตฯ ยานยนต์ไทย ?
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณขายออก 68,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณขายออก 68,900 บาท
ตัดตอน “ทุนเทา” – กวาดต้อน “เศรษฐกิจนอกระบบ”
Columns ตัดตอน “ทุนเทา” – กวาดต้อน “เศรษฐกิจนอกระบบ”
หุ้นไทยลุ้น Fed ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด กรุงศรีชู 3 ธีมเด่น GULF-PTT-AOT นำทัพ
Finance หุ้นไทยลุ้น Fed ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด กรุงศรีชู 3 ธีมเด่น GULF-PTT-AOT นำทัพ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ลูกไม้การเมือง ‘มะขามหวาน’ ‘รักจริง เคารพผู้นำ อยู่ด้วยจนสุดทาง’
Politics ลูกไม้การเมือง ‘มะขามหวาน’ ‘รักจริง เคารพผู้นำ อยู่ด้วยจนสุดทาง’
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานที่หายไปหลังการปิดท่าเรือยานบู
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานที่หายไปหลังการปิดท่าเรือยานบู
การเมืองเรื่อง ‘ดอกเบี้ย’ ที่สหรัฐอเมริกา
World การเมืองเรื่อง ‘ดอกเบี้ย’ ที่สหรัฐอเมริกา
CEO การบินไทยคนใหม่ ต้องมีอิสระ-จุดยืน
Business CEO การบินไทยคนใหม่ ต้องมีอิสระ-จุดยืน
GULF เปิดห้องเรียนธรรมชาติชวนเยาวชนรับบท ‘นักสืบสายลม-สายน้ำ’
SD GULF เปิดห้องเรียนธรรมชาติชวนเยาวชนรับบท ‘นักสืบสายลม-สายน้ำ’
ดูทั้งหมด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เฉือนจีดีพี -10% เกาะติดมาตรการรัฐหนุนสภาพคล่อง

28 ส.ค. 2563 | 15:20น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับประมาณการจีดีพีหดตัว -10% จากเดิม -6% มองเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแบบ U-Shaped ยันระบบพาณิชย์แกร่งเงินกองทุนปึ้ก 15.8% คาดสินเชื่อทั้งปีโต 6.5-8% เผยภาครัฐเร่งเสริมสภาพคล่องเอสเอ็มอี จับตาธุรกิจอาหาร-เครื่องใช้ไฟฟ้า-โรงแรมยังน่าห่วง

นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง จากทั้งสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 การแข็งค่าของเงินบาท รวมถึงประเด็นทางการเมือง ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2563 มาที่ -10% จากเดิมที่ -6% ขณะที่ มองว่าความไม่แน่นอนดังกล่าว จะทำให้เห็นการฟื้นตัวในรูปแบบยูเชฟ (U-Shaped) ซึ่งการจะประคองเศรษฐกิจไทยผ่านพ้นช่วงฐานตัว U ได้เร็วเพียงใดนั้น กลายเป็นโจทย์ยากของทางการไทยที่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการออกมาตรการเศรษฐกิจเพิ่มเติมในขนาดที่เพียงพอและทันเหตุการณ์ในสภาวะการณ์ที่ไม่นิ่ง กับต้นทุนจากการออกมาตรการนั้น เช่น หนี้สาธารณะที่จะเพิ่มขึ้น รวมถึงความเสี่ยงในการแพร่ระบาดอีกครั้งของไวรัสฯ เมื่อทยอยเปิดประเทศ เป็นต้น

ทั้งนี้ แม้รัฐบาลมีแผนการใช้จ่ายรออยู่อีกมากในระยะข้างหน้า แต่ส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายที่จำเป็นในการฟื้นเศรษฐกิจและเพิ่มการจ้างงาน จึงยังไม่กังวลระดับหนี้สาธารณะในขณะนี้ ส่วนด้านนโยบายการเงิน คาดว่า กนง.คงจะยังไม่ลดดอกเบี้ยนโยบายและเลือกติดตามสถานการณ์ก่อน โดยเฉพาะช่วงหลังจากสิ้นสุดมาตรการพักหนี้ฯ ในช่วงปลายไตรมาส 3

ด้านภาคการเงิน นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ คาดว่า สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในปี 2563 จะขยายตัว 6.5-8.0% เทียบกับที่ขยายตัว 2.3% ในปี 2562 ซึ่งการเติบโตสูงกว่าปกติ สะท้อนผลจากมาตรการช่วยเหลือลูกค้าและภาคธุรกิจที่ขอสินเชื่อเสริมสภาพคล่องมากกว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจแท้จริงโดยยังต้องติดตามประเด็นคุณภาพหนี้ที่ระดับเอ็นพีแอลคงจะขยับขึ้นเข้าหา 3.5% ณ สิ้นปี 2563 เทียบกับ 3.23% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2563

ขณะที่แม้ภาครัฐจะต้องระดมทุนอีกจำนวนมากในตลาดการเงิน แต่เชื่อว่าเครื่องมือของ ธปท.ที่มีอยู่จะช่วยบริหารจัดการไม่ให้กระทบอัตราดอกเบี้ยในระบบได้ และปัจจุบันเงินฝากธนาคารพาณิชย์ก็เติบโตสูงราว 9-10% จากปีก่อน

นอกจากนี้ รัฐบาลคงจะออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบปัญหาเพิ่มเติม โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่จะช่วยเพิ่มการจ้างงานไปในตัว หลังจากในช่วง 6-8 เดือนแรกได้ออกมาตรการเสริมสภาพคล่องต่าง ๆ ราว 3.6 แสนล้านบาท ซึ่งประสิทธิผลของมาตรการเพิ่มเติมขึ้นกับระดับการลดความเสี่ยงเครดิตของลูกค้า หรือการผ่อนปรนเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้กับสถาบันการเงิน ส่วนความเข้มแข็งของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยนั้น มีสถานะเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่ 15.8% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 8.5-9.5% และสูงกว่าประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ อีกทั้งมีสภาพคล่องในระดับสูง ทำให้มั่นใจว่ายังทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการประคองลูกค้าผ่านวิกฤตได้

ส่วนแนวโน้มธุรกิจนั้น นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ มองว่า สถานการณ์รายได้ของธุรกิจ แม้จะมีบางพื้นที่ที่อาจทยอยปรับตัวดีขึ้นบ้างตามนโยบายทยอยเปิดประเทศและการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่ก็ยังไม่เข้าใกล้ภาวะปกติ โดยธุรกิจที่มีสัดส่วนกิจการที่มีความเปราะบาง 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า และธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร ซึ่งคงเป็นกลุ่มที่ทางการอาจพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อเนื่อง