หุ้นไทยเช้านี้เสี่ยงทดสอบแนวรับ 1,300 จุด
ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้คาด SET INDEX จะผันผวนแถว 1,310 จุด (+/-) ในกรอบระหว่าง 1,300-1,320 จุด หากไม่สามารถยืนเหนือ 1,310 จุดได้ มีความเสี่ยงปรับตัวลงต่อไปทดสอบแนวรับที่ 1,300 จุด ท่ามกลางหลากหลายปัจจัยที่ยังต้องติดตามใกล้ชิด คาด “ฟันด์โฟลว์” สะดุดช่วงสั้น แต่ยังมีโอกาสไหลเข้าหุ้นไทยระยะถัดไป
วันนี้ (1 ก.ย. 2563) บริษัท หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้าวันอังคารว่า เช้าวันนี้คาด SET INDEX จะผันผวนแถว 1,310 จุด (+/-) ในกรอบระหว่าง 1,300-1,320 จุด หากไม่สามารถยืนเหนือ 1,310 จุดได้ มีความเสี่ยงปรับตัวลงต่อไปทดสอบแนวรับที่ 1,300 จุด ท่ามกลางหลากหลายปัจจัยที่ยังต้องติดตามใกล้ชิด ได้แก่ 1.พัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐจีนหลังดีล Tik Tok ที่ใกล้สำเร็จ 2.ขั้นตอนการผลิตวัคซีนของสหรัฐ และ 3.การมืองภายในประเทศหลังจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้สำหรับประเด็น Tik Tok ดีลใกล้สำเร็จ โดยพรุ่งนี้ Tik Tok เตรียมเปิดเผยรายชื่อบริษัทที่ชนะในการประมูลซื้อกิจการในสหรัฐ โดยมีคู่แข่งสำคัญ 2 บริษัทใหญ่ ได้แก่ บริษัท Microsoft ที่จะเป็นพันธมิตรกับ Walmart และบริษัท Oracle
โดยมูลค่าการซื้อขายอาจสูงถึง 2-3 หมื่นล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ต้องติดตามท่าทีจากจีนหลังก่อนหน้านี้จีนประกาศกฎให้บริษัทที่จะขายหรือส่งออกเทคโนโลยีให้ต่างชาติต้องขออนุญาตจากรัฐบาลปักกิ่งก่อน ซึ่งหากจีนยืนยันจะใช้กฎหมายดังกล่าว เชื่อว่ามีแนวโน้มสูงที่ทางสหรัฐจะหยิบมาเป็นประเด็นตอบโตใน Tech War
ส่วนประเด็นการผลิตวัคซีน ล่าสุดผู้อำนวยการ FDA ของสหรัฐเผยถึงแนวทางการลัดขั้นตอนในการอนุมัติการผลิตวัคซีนต้านไวรัส COVID- 19 ว่าเป็นความเหมาะสมในกรอนุมัติอยางเร่งด่วนก่อนที่การทดลองทางคลินิคเฟสที่ 3 จะเสร็จสิ้น ทั้งนี้ไม่ได้มาจากแรงกดดันของฝั่งทำเนียบขาว เชื่อว่าท่าทีจาก FDA ทำให้สหรัฐพร้อมที่จะผลิตวัคซีนทันที หากผลการทดลองออกมาเป็นบวกหลังตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งกว่า 6.1 ล้านราย
ส่วนกรณีวิปรัฐบาลเตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 โดยตัดเกณฑ์การใช้เสียงของวุฒิสภาออกไป แต่จะเพิ่มเกณฑ์การเห็นชอบเสียงต้องไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 (450 จาก 750 เสียง) พร้อมตั้ง ส.ส.ร. 200 คน โดยเตรียมยื่นต่อประธานรัฐสภาในวันนี้
ด้าน บริษัท หลักทรัพย์ เอเซียพลัส จำกัด (มหาชน) ประเมินเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ(ฟันด์โฟลว์)ว่า แม้วานนี้ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยหนักกว่า 6.4 พันล้านบาท แต่อย่าเพิ่งตกใจ เนื่องจากเป็นการขายสุทธิตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาคหนักเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่ขายหนักกว่าตลาดหุ้นไทย โดยส่วนหนึ่งเชื่อว่าเกิดจากเหตุการณ์ชั่วคราว คือ การปรับพอร์ตของกองทุนต่างประเทศตามการ Rebalance ของดัชนี MSCI
อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยเชื่อว่าฟันด์โฟลว์จะสะดุดช่วงสั้น แต่ยังมีโอกาสไหลเข้าหุ้นไทยระยะถัดไป เนื่องจากสัดส่วนการถือครองของต่างชาติที่อยู่ในระดับต่ำ บวกกับสภาพคล่องส่วนเกินที่ล้นระบบ ทั้งในและต่างประเทศ ดังนี้
1.เงินทุนในประเทศรอหนุนตลาดหุ้น สะท้อนจากเงินฝากในระบบเร่งตัวสูงกว่าระดับ Market Cap ของ SET Index
2.เงินทุนต่างชาติมีแนวโน้มเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น สะท้อนจากค่าเงินดอลลาร์ล่าสุดจะอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี 6 เดือน ที่ 92.08 จุด หรือ -4.47% (YTD) แต่ยังมีโอกาสอ่อนค่าต่อ จากการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของสหรัฐ ทำให้มีโอกาสเห็นการโยกเม็ดมาเข้ามาในตลาดหุ้นภูมิภาค รวมถึงตลาดหุ้นไทยมากขึ้น
และถ้าประเด็นวัคซีนที่มีความเข้มข้นขึ้น บวกกับเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัว ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะช่วยหนุนให้นักลงทุนหันมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ในช่วงเวลาต่อจากนี้