“ศรีสุวรรณ” จี้ทบทวนบัตรคนจน ดักคอ “บิ๊กตู่” เร่งนโยบายเรียกเรตติ้ง หวังตั้งพรรค
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมขอเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดเอื้อประโยชน์ธุรกิจให้เจ้าสัวผ่านบัตรคนจนตามที่รัฐบาลมีโครงการ ประชารัฐสวัสดิการช่วยเหลือคนจนที่ลงทะเบียนนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปรูดซื้อสินค้าตามร้านที่กำหนด รัฐบาลต้องควักเงินทั้งสิ้น 41,940 ล้านบาทต่อปี ไม่ต่างอะไรกับนโยบายประชานิยมของรัฐบาลในอดีตที่ไม่ได้ช่วยเพิ่มตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ของประเทศ แต่เป็นเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มธุรกิจเจ้าสัว นายทุนใหญ่เจ้าของสินค้าอุปโภค-บริโภคขนาดใหญ่ที่ส่งผ่านสินค้าไปยังตัวแทนผู้จำหน่ายในรูปร้านธงฟ้าประชารัฐ ขณะที่สินค้าจากชาวบ้าน สินค้าจากธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จากกลุ่มผู้ผลิตในท้องถิ่นที่ไม่มีไลน์ธุรกิจจะไม่สามารถขายสินค้าของตนเองได้
นายศรีสุวรรณกล่าวต่อว่า ส่วนร้านธงฟ้าประชารัฐไม่ได้มีสาขาหรือจุดบริการกระจายเป็นการทั่วไปทุกตำบลทุกหมู่บ้าน เหมือนร้านโชห่วยของชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านต้องเสียเงินและเสียเวลาในการเดินทางไปจับจ่ายซื้อสินค้าเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างอำเภอ ตำบล ชนบทห่างไกล และการกำหนดให้คนจนต้องทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐขึ้นมาใหม่โดยไม่ใช้ร่วมกับบัตรประจำตัวประชาชนที่อวดอ้างว่าเป็นบัตรสมาร์ทการ์ด เป็นการทำงานที่ไม่คุ้มค่า ไม่ประหยัดการใช้จ่ายของภาครัฐ เพราะรัฐต้องเสียเงินไปกับการจัดซื้อจัดหาบัตรสวัสดิการที่มีราคามากกว่า 35 บาทต่อใบเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 11 ล้านใบ อีกทั้งการติดตั้งเครื่องอีดีซีทั่วประเทศทำได้เพียง 5,061 เครื่องจากร้านค้าที่เข้าร่วมมีเพียง 19,500 แห่ง ทั้งๆ ที่ผู้ลงทะเบียนคนจนกระจายอยู่ทั่วประเทศใน 7,255 ตำบล 75,032 หมู่บ้าน และการดำเนินโครงการและใช้จ่ายเงินของรัฐตามโครงการดังกล่าวอาจขัดต่อมาตรา 62 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน 2542
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ทั้งหมดชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีความพร้อมในการดำเนินโครงการ แต่มาโฆษณาชวนเชื่อสร้างภาพเร่งรีบให้ใช้บัตร แต่พอเกิดเหตุผิดพลาดกลับโบ๊ยไปให้ร้านค้าและคน จึงสงสัยว่ารัฐบาลเร่งรีบผลักดันโครงการดังกล่าวออกมาเพื่อปูฐานเสียงให้ประชาชนนิยม เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาเพื่อรองรับนายกฯคนปัจจุบันในการเลือกตั้งในปี 2561 มากกว่าการจะแก้ไขปัญหาให้คนจนหรือไม่ และการที่นายกฯออกมาพูดเสมอว่าจะไม่ลงเล่นการเมืองนั้นเวลานี้จะมีคนไทยสักกี่คนที่เชื่อคำพูดนายกฯได้ เพราะแม้แต่การประกาศให้มีการเลือกตั้งยังเปลี่ยนคำพูดของตนมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ยิ่งกว่าพิน็อกคิโอในนิยายเสียอีก สมาคมจึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลพิจารณาทบทวนและหยุดเอื้อประโยชน์ธุรกิจให้เจ้าสัวผ่านบัตรคนจนนี้โดยเร็ว หากมีหลักฐานเป็นที่ชัดเจนเพียงพอเมื่อใด สมาคมฯจักต้องนำความไปร้องเรียนกล่าวโทษต่อผู้ที่ใช้อำนาจในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในกรณีเกี่ยวกับเรื่องนี้ทุกคนทุกตำแหน่งต่อไป
ที่มา : มติชนออนไลน์